เห็นบิลแล้วหงายหลัง ค่าไฟจาก 200 พุ่งเป็น 20,000
เจ้าของบ้านงง บ้านสวนไม่มีคนอยู่ มีแค่ตู้เย็น 1 เครื่อง ไฟ 1 หลอด ค่าไฟพุ่งจากเดือนละ 200 เป็นเดือนละ 2 หมื่น ก่อนค่าไฟผิดปกติเคยเจอไฟรั่ว แจ้งการไฟฟ้ามาดูให้ เพื่อนบ้านบอกเห็นช่างสลับสาย เชื่อเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟพุ่ง ด้านการไฟฟ้าแจงช่างของการไฟฟ้าไม่ได้สลับสาย แต่เจ้าของบ้านสลับเอง
.
วันที่ 12 พ.ค. 66 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังที่บ้านนาของ นายณฐพร อายุ 62 ปี ในพื้นที่ ม.10 บ้านชัยพัฒนา ต.เก่างิ้ว อ.พล จ.ขอนแก่น หลังจากได้รับการร้องเรียนว่า ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น จากที่เคยจ่ายเดือนละ 250 บาท กลายเป็นสูงขึ้นถึง 20,975.75 บาท และถูกการไฟฟ้ายกมิเตอร์ไฟฟ้าไปแล้ว โดยเชื่อว่าสาเหตุที่ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น เกิดจากความผิดพลาดที่การไฟฟ้าสลับสายไฟ
.
เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึงพบว่าบ้านนาหลังดังกล่าวเป็นบ้านกลางทุ่ง ไม่มีผู้พักอาศัย มีเพียงการเลี้ยงไก่ เลี้ยงปลาและเก็บอาหารไก่ อาหารปลา เนื่องจากเจ้าของบ้านมีบ้านพักอีกหลังอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพล
.
นายณฐพร ได้นำบิลค่าไฟฟ้าของเดือน 8 ปี 2565 และบันทึกข้อความกับ สภ.พล ที่เจ้าของบ้านไปแจ้งความไว้ รวมถึงเอกสารจากศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพล มอบให้กับผู้สื่อข่าว จากนั้นได้พาไปดูที่เสาไฟฟ้า ที่ติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า แต่ปัจจุบันถูกการไฟฟ้ายกกลับไปแล้ว ที่บ้านจึงไม่มีไฟฟ้าใช้
.
นายณฐพร กล่าวว่า ปกติก็พักอยู่ที่บ้านในเมืองพล จะมาที่บ้านสวนแห่งนี้เป็นบางครั้ง เพื่อมาให้อาหารไก่ และเก็บไข่และให้อาหารปลา ในบ้านมีพียงตู้เย็น 1 เครื่อง ไฟฟ้า 1 หลอด จ่ายค่าไฟเดือนละไม่กี่บาท ตั้งแต่อยู่มาหลายสิบปีก็ไม่เคยมีปัญหา
.
กระทั่งช่วงต้นกรกฎาคม 2565 ตนถูกไฟดูดบนหลังคาบ้าน จึงแจ้งให้การไฟฟ้าทราบ ต่อมาเพื่อนบ้านที่พักอาศัยอยู่ในที่นาละแวกใกล้ๆ ก็มาบอกว่า พนักงานของการไฟฟ้าไปสลับสายไฟในจุดที่ติดมิเตอร์ไฟ ตอนนั้นตนไม่ได้ใส่ใจ
.
จนกระทั่งช่วงปลายเดือน มีพนักงานมาจดเลขที่มิเตอร์ไฟ แล้วมาแจ้งว่า พบความผิดปกติของการใช้ไฟฟ้า จึงไม่จดเลข และจะให้การไฟฟ้ามาตรวจสอบ หลังจากนั้นก็มีพนักงานการไฟฟ้ามาตรวจสอบ และได้ทำการสลับสายไฟที่มิเตอร์อีกครั้ง
.
ทุกครั้งที่การไฟฟ้าไปสลับสายไฟตนไม่เคยพบกับเจ้าหน้าที่ เพราะการไฟฟ้าไม่แจ้ง และตนพักอยู่ในบ้านในตัวเมืองเมืองพล มีเพียงเพื่อนบ้านในละแวกดังกล่าวเห็น เพื่อนบ้านยังบอกอีกว่า หลังการสลับสาย มิเตอร์หมุนเร็วมากทั้งที่ไม่มีคนพักอาศัย จึงให้เพื่อนบ้านเอาคัตเอาท์ลงให้ แต่หลังจากเอาคัตเอาท์ลง เพื่อนบ้านบอกว่า มิเตอร์ไฟยังหมุนเร็วเหมือนเดิม จึงรีบออกมาที่บ้านนา และได้สลับสายไฟคืน มิเตอร์ไฟจึงหมุนปกติ
.
แต่พอบิลค่าไฟมา ลงวันที่ 25/8/2565 พบว่ามียอดสูงถึง 18,312.02 บาท ตนจึงเดินทางไปพบกับหัวหน้าใหญ่ของการไฟฟ้า ขอให้ตรวจสอบกรณีสลับสายไฟด้วย หัวหน้าใหญ่บอกว่าค่าไฟแพงขึ้นอาจจะเป็นไปได้ว่าเกิดจากการสลับสายไฟไปมา แต่หัวหน้าฝ่ายขายของการไฟฟ้าบอกว่า การสลับสายไฟฟ้าเกิดขึ้นไม่ได้ และไม่มีการเกิดขึ้น นอกเสียจากไฟรั่วหลังผ่านมิเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น และเป็นหน้าที่ของผู้ใช้ไฟที่ต้องรับผิดชอบเท่านั้น
.
“ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ไม่มีความรู้เรื่องไฟฟ้า จึงอยากทราบว่า กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น อยากถามว่า การจะแก้ไขใดๆ ก็ตามกับมิเตอร์ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้าควรแจ้งให้ผู้ใช้ไฟทราบหรือไม่ และการไฟฟ้าควรตรวจพิสูจน์หรือไม่ว่า ทำไมค่าไฟจึงพุ่งสูงเช่นนี้
.
และกรณีสลับสายไฟฟ้าจนเกิดปัญหาค่าไฟฟ้าแพง การไฟฟ้าควรจะรับผิดชอบหรือไม่ เพราะเมื่อไปติดต่อที่การไฟฟ้า การไฟฟ้ากลับมีหนังสือมายื่นให้เซ็นพร้อมกับแจ้งว่า ให้เซ็นรับทราบเพื่อผ่อนผันการจ่ายค่าไฟ จึงไม่ยอมเซ็น เมื่อไม่เซ็นการไฟฟ้าก็มาตัดมิเตอร์ไฟฟ้าไป แล้วแจ้งกลับมาว่า มิเตอร์ไฟฟ้าไหม้ ผู้ใช้ไฟต้องจ่ายค่ามิเตอร์ไหม้ แต่ถ้าอยากตรวจพิสูจน์ ก็จะให้บริษัทผู้ผลิตมิเตอร์ไฟฟ้ามาตรวจให้
.
เมื่อฟังๆ ดูแล้วกลายเป็นว่าผู้ใช้ไฟทำให้เกิดปัญหาค่าไฟแพง จึงไปแจ้งความกับตำรวจสภ.พล แต่ตำรวจไม่รับแจ้งในกรณีดังกล่าว ทำเพียงแนะนำให้ไปพบกับการไฟฟ้า จึงไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพลถึงกรณีกังกล่าว ซึ่งได้เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพลในเดือนมกราคม 2566”
.
จากนั้นตนได้รับหนังสือตอบกลับจากการไฟฟ้ามาทั้งหมด 5 ข้อ ว่า
.
1.บริษัทจดหน่วยมิเตอร์ประจำเดือน กรกฎาคม 2565วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 พบว่าหน่วยการใช้ไฟสูงมาก จึงได้แจ้งให้พนักงานการไฟฟ้าไปตรวจสอบ พบว่าไฟฟ้ามีการรั่วลงดินหลังมิเตอร์ของผู้ใช้ไฟฟ้า ทำให้มีกระแสไฟฟ้าเกินพิกัดที่มิเตอร์จะทนได้ จึงทำให้มิเตอร์ขดลวดไหม้
.
จึงได้ทำการแก้ไขสลับสาย เพื่อไม่ให้ไฟฟ้ารั่วลงดิน และได้พิมพ์บิลเก็บค่าไฟจากผู้ใช้ไฟฟ้า จำนวน 18,312.02 บาท ส่วนไฟรั่วลงดินภายในบ้าน ไม่ทราบว่าผู้ใช้ไฟให้ช่างที่ไหนไปซ่อมแซม และยังมียอดค้างค่าไฟเดือนสิงหาคม 2565 จำนวน 2663.77 บาท และกรณีค่าไฟสูงเนื่องจากหน่วยในมิเตอร์ขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2565
.
2.กรณีไฟรั่วลงดินหลังมิเตอร์ จนทำให้มีหน่วยขึ้นมากและมิเตอร์ชำรุด ผู้ใช้ไฟต้องรับผิดชอบ
.
3.ผู้ใช้ไฟ ได้ติดต่อกับการไฟฟ้า และได้ชี้แจงให้เข้าใจแล้วแต่ยังไม่พอใจ และยังไม่มีการชำระค่าไฟฟ้า เมื่อครบกำหนดการไฟฟ้าจึงงดจ่ายกระแสไฟตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2565 จนถึงปัจจุบัน
.
4.ผู้ใช้ไฟแย้งว่า 3-4 เดือนก่อนที่ไฟฟ้าจะรั่วลงดิน มีช่างของการไฟฟ้าสลับสาย ได้ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง
.
5.ค่าไฟที่ผู้ใช้ไฟต้องจ่าย รวม 2 เดือน 20,705.75 บาท และค่ามิเตอร์ชำรุด 508 บาท
.
ซึ่งทางนายณฐพรระบุว่าตนไม่จ่าย เพราะความผิดปกติเกิดจากการไฟฟ้าทั้งนั้น การสลับสาย ก็เกิดจากการไฟฟ้าเที่สลับสายที่ต้นทางแล้วไม่มาสลับที่ปลายทาง สุดท้ายสลับไปสลับมา ค่าไฟแพงขึ้น จนเกิดการร้องเรียน ปัญหาก็มาตกที่ผู้ใช้ไฟ ที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า เมื่อไม่มีเงินจ่ายค่าไฟก็ถูกตัดไฟ ถูกยกมิเตอร์ไฟไป ตนอยากรู้ว่าความยุติธรรมกับประชาชนผู้ใช้ไฟมันอยู่ตรงไหน ใครช่วยเหลือได้บ้าง ช่วยแก้ปัญหาค่าไฟแพงให้ประชาชนด้วย