โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินเฟ้อสหรัฐชะลอ ตลาดหวังเฟดยุติขึ้นดอกเบี้ย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.ค. 2566 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2566 เวลา 11.27 น.
ภาพ : pixabay

เงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัว ตลาดหวังเฟดยุติขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ เพื่อฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (10/7) ที่ระดับ 35.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 35.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังกรมสถิติแรงงานของสหรัฐได้มีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 209,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 230,000 ตำแหน่ง และต่ำกว่าตัวเลขในเดือนพฤษภาคมที่ 306,000 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอัตราการว่างงานปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3.6% ตามที่ตลาดคาดการณ์ และต่ำกว่าเดือนพฤษภาคมที่ระดับ 3.7% ส่วนตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.4% ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบรายปี ทรงตัวจากในเดือนพฤษภาคม และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.2%

เฟดส่งสัญญาณ ใกล้ยุติขึ้นดอกเบี้ย

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยนางแมรี ดาลี ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ได้กล่าวว่าสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ เพื่อฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

นอกจากนี้ นางดาลียังกล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการของเฟดมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น และเฟดก็ใกล้จะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นายไมเคิล บาร์ รองประธานเฟดฝ่ายกำกับดูแลภาคธนาคารกล่าวว่า เฟดมีความคืบหน้าอย่างมากในการดำเนินนโยบายด้านการเงินในปีที่ผ่านมาและใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว

ทางด้านนางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์กล่าวว่า ยังคงสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะหนึ่งและมองว่าใกล้ยุติการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินแล้ว ในวันพุธ (12/7) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1% จากระดับ 4.0% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนมิถุนายน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.1% ในเดือนพฤษภาคม

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.8% ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 5.0% จากระดับ 5.3% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนมิถุนายน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.4% ในเดือนพฤษภาคม

ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมิถุนายนที่เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (13/7) นั้น โดยดัชนี PPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% จากระดับ 0.9% ในเดือนพฤษภาคมและเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนมิถุนายน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% หลังจากปรับตัวลง 0.4% ในเดือนพฤษภาคม

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 2.6% จากระดับ 2.6% ในเดือนพฤษภาคม และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนมิถุนายน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนพฤษภาคม

ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขผุ้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 12,000 ราย สู่ระดับ 237,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 250,000 ราย นอกจากนี้เฟดได้เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ Beige Book โดยระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐ นั้นขยายตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าการขยายตัวจะอ่อนค่าลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากตัวเลขดังกล่าวข้างต้นได้กดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าต่อเนื่อง

ปัจจัยในประเทศ ลุ้นโหวตนายกฯอีกรอบ 19 ก.ค.

สำหรับปัจจัยในประเทศ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ระดับ 56.7 ปรับตัวดีขึ้นจากในเดือนพฤษภาคมที่ระดับ 55.7 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13

ในส่วนปัจจัยการเมืองภายในประเทศ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารประกอบคำร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงจากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อ ทั้งนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ลงรับคำร้องในทางธุรการ และจะนำคำร้องดังกล่าวเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาต่อไป

ขณะเดียวกันศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้วินิจฉัย กรณีนายพิธา และพรรคก้าวไกล มีการหาเสียงเรื่องประเด็นแก้ไขกฎหมาย ม.112 ซึ่งอาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

สำหรับการเห็นชอบนายกรัฐมนตรีที่มีการลงคะแนนในวันพฤหัสบดี (13/7) นั้น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังได้เสียงไม่มากพอจากรัฐสภา โดยมีผู้เห็นชอบ 324 เสียง ไม่เห็นชอบ 182 เสียง และงดออกเสียง 199 เสียง ซึ่งการเป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้เสียงรวม 376 เสียง หรือเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด โดยจะมีการประชุมสภาเพื่อคัดเลือกนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 34.45-35.22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (14/7) ที่ระดับ 34.59/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (10/7) ที่ระดับ 1.0961/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 1.0884/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ผู้ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า ECB จะยังมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป เนื่องจากเงินเฟ้อของยูโรโซนยังคงอยู่ในระดับสูง และทาง ECB ต้องการให้เงินเฟ้อยูโรโซนกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีได้เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 0.3% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบรายเดือน เท่ากับที่ตลาดคาดการณ์ และสูงกว่าเดือนพฤษภาคมที่ระดับ -0.1%

นอกจากนี้ยูโรยังได้แรงหนุนจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีที่เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนียังคงทรงตัวอยู่เหนือระดับเป้าหมาย โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมิถุนายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบรายปี ทรงตัวจากระดับ 6.4% ในเดือนพฤษภาคม และดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 6.8% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบรายปี ทรงตัวจากระดับ 6.8% ในเดือนพฤษภาคม

ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0942-1.1242 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดวันศุกร์ (14/7) ที่ระดับ 1.1222/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (107) ที่ระดับ 141.21/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 143.06/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยก่อนหน้านี้ตลาดได้จับตาว่าทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะมีการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนหรือไม่

แต่กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นออกมากล่าวว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะยังไม่เข้าแทรกแซงค่าเงิน หากค่าเงินเยนยังไม่ได้อ่อนค่าอย่างรวดเร็วมากเกินไป รวมถึงหากค่าเงินเยนยังไม่แตะระดับ 150 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ คงเป็นไปได้ยากที่จะเข้าแทรกแซง อีกทั้งแนวโน้มที่ว่าเฟดใกล้ถึงจุดสิ้นสุดวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นยังหนุนค่าเงินเยนให้แข็งค่าเทียบสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มเติม เนื่องจาก Yield Spread ระหว่าง 2 สกุลเงินในอนาคตจะแคบลง

ทั้งนี้ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการแข็งค่าตามสกุลเงินในภูมิภาค รวมถึงได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อาจจะปรับรายละเอียดในนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (YCC) ในการประชุมวันที่ 27-28 กรกฎาคม นอกจากนั้น บีโอเจเริ่มส่งสัญญาณในช่วงนี้ว่า ภาวะเงินเฟ้อเริ่มได้รับแรงกระตุ้นมากยิ่งขึ้นจากอุปสรรค์ของผู้บริโภค

ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์นี้่ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 137.23-143.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (14/7) ที่ระดับ 136.24/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...