โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีอี เร่งเครื่องปราบ “สแกมเมอร์” ยกระดับสกัด "บัญชีม้า"

The Better

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
รมว.ดีอี เร่งเครื่องปราบ “สแกมเมอร์” ยกระดับสกัด “บัญชีม้า” รวมศูนย์ฐานข้อมูล เร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย เดินหน้าแผนสร้างภูมิคุ้มกันประชาชน 

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายไชยชนก กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ "บัญชีม้า" ทุกสี จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดีอี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งจะเตรียมควบรวมฐานข้อมูลข้ามธนาคารแบบเรียลไทม์ โดยหากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทุจริตในธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ระบบจะระงับบัญชีของบุคคลนั้นทันทีในทุกธนาคาร

ขณะเดียวกัน จะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางใน 3 ระบบ ด้วยกันคือ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลธนาคารผ่าน Central Fraud Registry (CFR) สำหรับแลกเปลี่ยนเส้นทางการเงินและรายชื่อบุคคลเสี่ยง ฐานข้อมูลจากระบบตรวจจับพฤติกรรมบัญชีธนาคารที่มีความผิดปกติ ร่วมกับฐานข้อมูลของ ปปง. และฐานข้อมูลจาก AOC 1441 ที่รวบรวมรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดี

ทั้งนี้ร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะช่วยยกระดับการปราบปรามบัญชีม้า โดยเมื่อระบุตัวเจ้าของบัญชีม้าได้ จะมีการระงับช่องทางการทำธุรกรรมทั้งหมด (Mobile Banking, ATM, ธุรกรรมออนไลน์) ในทุกบัญชีของทุกธนาคาร พร้อมกับขึ้นบัญชี blacklist ห้ามเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยเด็ดขาด และดำเนินการเชิงรุก ระงับบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง แม้ยังไม่มีผู้เสียหายแจ้งความก็ตาม เพื่อกักกันเงินในบัญชีไว้ก่อนถูกโอนออก

นอกจากนี้จากพฤติกรรมในปัจจุบันของ “สแกมเมอร์” ที่มีการหลอกลวงให้เด็กและเยาวชนเปิดบัญชีธนาคารมากขึ้น ทำให้ทาง ธปท. ได้เริ่มดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การจำกัดวงเงินโอน/ชำระเงินต่อวันผ่านบัญชีธนาคาร และ e-Money ของเยาวชนอายุ 12-18 ปี ไม่เกิน 3,000-10,000 บาทต่อวันตามช่วงอายุ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใต้เดือนตุลาคม 2569

สำหรับการยกระดับมาตรการดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยหากประชาชนที่ถูกระงับบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นธนาคารจะเร่งตรวจสอบและปลดล็อกบัญชีให้โดยเร็ว

ในส่วนของหลักเกณฑ์การคืนเงินผู้เสียหายตามกฎกระทรวงฯ ที่ประชุมจะเร่งดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบของ ปปง. ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล เพื่อให้ทันต่อการที่กฎกระทรวงฯ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ปปง. เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับดีอี ตร. ธปท. สมาคมธนาคารไทย TEPA/e-Money ก.ล.ต. และสมาคมผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกำหนดเป็นมาตรการเชิงลึกเร่งด่วนภายใน 90 วัน ให้แล้วเสร็จภายในกันยายน 2569

“นอกเหนือจากมาตรการปราบปราม ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการป้องกันภัยออนไลน์ อาทิ โครงการแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง (DE-fence) บริการข้อมูลแจ้งเตือนเบอร์โทรต้องสงสัย โครงการสร้างความตระหนักรู้ภัยออนไลน์แก่ประชาชน (DE Digital Shield) ผ่านการประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ และการจัดกิจกรรมในพื้นที่กทม.และส่วนภูมิภาค และศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (AFNC) ซึ่งขยายเครือข่ายแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และรับมือกับข่าวปลอมรวมถึงอาชญากรรมออนไลน์ในภาพรวม” รมว.ดีอี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...