“หุ้น BYD” ร่วงเกือบ 5% หลังศึกราคารถจีนกดกำไรครึ่งปีแรกหด 20.5%
BYD เผชิญแรงกดดันจากดีมานด์ในจีนซบเซาและการแข่งขันดุเดือด ฉุดกำไรสุทธิครึ่งปีแรกลดลง 20.5% ขณะที่รายได้หด 7.1% สวนทางตลาดต่างประเทศที่ยังสดใส
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 11.02 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้น BYD ยักษ์ใหญ่รถยนต์ไฟฟ้าของจีน ร่วงเกือบ 5% ในตลาดหุ้นฮ่องกงวันจันทร์ หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก ซึ่งสะท้อนแรงกดดันจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซาและการแข่งขันรุนแรงในตลาดรถยนต์จีน แม้ธุรกิจในต่างประเทศยังขยายตัวแข็งแกร่ง
Citi ระบุว่าBYD มีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 อยู่ที่ 8.2 พันล้านหยวน หรือประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ลดลง 3% เมื่อเทียบรายปี เหลือ 1.946 แสนล้านหยวน
สำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี BYD รายงานรายได้ 3.448 แสนล้านหยวน ลดลง 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 20.5% เหลือ 1.23 หมื่นล้านหยวน
BYD ระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จีนในช่วงครึ่งปีแรกเผชิญกับอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซา สวนทางกับการส่งออกที่ขยายตัวแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ วัตถุดิบ และชิปที่เพิ่มสูงขึ้น กำลังกดดันอัตรากำไรของผู้ผลิตรถยนต์
อย่างไรก็ตามตลาดต่างประเทศยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญของ BYD โดยยอดส่งออกรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 67.8% จากปีก่อน แตะ 792,000 คัน สะท้อนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของบริษัทนอกตลาดจีน
ส่วนในประเทศจีน แม้การแข่งขันทวีความรุนแรงและอุปสงค์เผชิญแรงกดดันชั่วคราว แต่ยอดขายรวมของแบรนด์ในเครือ ได้แก่ FANGCHENGBAO, Denza และ Yangwang ยังคงเติบโตถึง 61% จากปีก่อน และคิดเป็น 12.8% ของยอดขายรถยนต์นั่งทั้งหมดของกลุ่ม
ด้าน Citi ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ BYD ในไตรมาส 3 จะอยู่ที่ 1.35 หมื่นล้านหยวน และคาดว่ากำไรสุทธิตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 4.12 หมื่นล้านหยวน ซึ่งอาจสูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของตลาดราว 8%
ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนภาพที่แตกต่างกันระหว่างธุรกิจในจีนและต่างประเทศของ BYD โดยตลาดในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันและอุปสงค์ที่อ่อนแอ ขณะที่การส่งออกและยอดขายของแบรนด์ระดับสูงในเครือยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของบริษัท
อ้างอิง : www.cnbc.com