"สิริพงศ์" เผย นายกฯ สั่งขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เตรียมชง ครม. อีกครั้งสัปดาห์หน้า
วันนี้ (21 ก.ค.69) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยนายกรัฐมนตรีอยากให้มีการดูแลประชาชนดีที่สุด และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จึงได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย จัดพื้นที่อุทธรณ์ ส่วนประชาชนคนไหนที่ไม่สามารถเดินทางมาอุทธรณ์ได้ด้วยตัวเอง ก็ให้จัดเจ้าหน้าที่ไปสำรวจเพิ่มเติม
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเช่นเดียวกัน โดยให้ดูว่า กฎหมายข้อไหนที่สามารถใช้อำนาจยกเว้น เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขอตรวจสิทธิประชาชน หรือทะเบียนขาดต่อชำระเป็นเวลานาน การจะไปยกเลิกต้องไปจ่ายค่าธรรมเนียมภาษีย้อนหลัง ตรงนี้ต้องไปพิจารณาว่าจะยกเลิกอย่างไร เพราะเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำเป็นต้องจัดระบบทะเบียนใหม่ ซึ่งเป็นข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี
ขณะที่กระทรวงการคลัง ขอชะลอการโยกรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 6 ล้านราย เพื่อไปรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงการปรับหลักเกณฑ์ การครอบครองรถ เพื่อนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปพิจารณาให้ครบถ้วนทุกมิติ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุม ครม. รับทราบข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม ในการยกเว้นหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่แล้วใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ครม. รับทราบแล้ว โดยกระทรวงการคลังจะนำไปพิจารณาทบทวน ดังนั้นช่วงนี้ขอประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่า ที่มีข่าวไทม์ไลน์การได้รับสิทธิต่าง ๆ ออกมา ขอให้รอฟังมติ ครม. ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้าก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ย้ำว่านายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์
ส่วนข้อเสนอให้มี One Stop Service เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเดินทางไปติดต่อหลายที่หรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า โดยปกติประชาชนไม่ต้องเดินทางก็ได้ ใช้ทางลัดผ่านธนาคารกรุงไทย และ ธ.ก.ส. รวมถึงกรมขนส่งทางบก ซึ่งสิ่งที่จะเพิ่มเติมใหม่คือการให้ไปติดต่อที่อำเภอ โดยทางอำเภอจะจัดหน่วยเคลื่อนที่ลงตามหมู่บ้าน
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า คนที่ถูกตัดสิทธิไปแล้ว ให้รอกระทรวงการคลังพิจารณาหลักเกณฑ์ ส่วนคนที่ยังไม่อุทธรณ์ ไม่ได้หมายความว่าสละสิทธิ เพราะมีการเลื่อนมติ ครม. ส่วนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ขอยกเว้นเกี่ยวกับการครอบครองรถ กระทรวงคมนาคมได้เสนอแล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่เป็นการพิสูจน์สิทธิของแต่ละคน เป็นสิ่งที่จะต้องทำอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เคยมีการดำเนินการในอดีต รัฐก็พยายามทุกทาง ในการช่วยเหลืออำนวยความสะดวก เอาข้อมูลเหล่านี้มาทำให้ถูกต้อง
"ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิการโอน เช่น การโอนรถ หรือการโอนลอย อาจจะเป็นผลในทางที่ไม่ดีกับประชาชนในอนาคต เพราะทรัพย์สินไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่สิทธิยังเป็นชื่อเรา คนที่เอาไปทำผิด มีความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวพันกับเรา จึงถือโอกาสนี้ในการจัดระบบ"
นายสิริพงศ์ ยังกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีความกังวลในเรื่องนี้ เนื่องจากเข้าใจว่า การมีปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นความกล้าหาญของรัฐบาล ที่รู้อยู่แล้วว่าคนสมหวังย่อมดีใจ คนผิดหวังก็ต้องตำหนิ เป็นเรื่องธรรมดาในการขึ้นทะเบียนทุกครั้ง คำถามคือ 3-4 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการลงทะเบียนใหม่เลย คนที่ควรจะมีโอกาสรับสิทธิ เพิ่มขึ้นอีกกว่า 2 ล้านคน อาจจะมีประชาชนบางคนที่ยากจนจริง แต่หลุดออกไปเพราะหลักเกณฑ์เก่า ขณะที่วันนี้หากดูจากโลกโซเชียลจะเห็นว่า มีบางคนที่ดูแล้วร่ำรวย แต่ในอดีตที่ผ่านมาเขาก็ได้รับสิทธิ นี่คือการสร้างความเป็นธรรม เปิดโอกาสให้คนที่ควรได้
นายกรัฐมนตรีไม่ได้น้อยใจ รัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้อง ยืนยันว่าหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ใช้ดุลพินิจน้อยมาก โดยไม่ได้ใช้ดุลพินิจของผู้นำชุมชน เพียงแต่หลักเกณฑ์ต่าง ๆ เมื่อมาถึงการปฏิบัติ หากข้อไหนที่แข็งไปเราก็ปรับ