บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026 ประจำเดือนกันยายน
รวมลิสต์ บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026 ที่ทางทีม Lifestyle Asia Thailand จะพาไปดื่มยาว ๆ จนถึงสิ้นปี ไม่ว่าจะเป็นบาร์ลับ บาร์ใหม่ คอนเซปต์ไหน พวกเราก็รวบรวมมาไว้แล้วจนครบ
เพราะที่นี่คือประเทศกรุงเทพฯ ดังนั้นแน่นอนว่าจะมีสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ และนี่คือบาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพในเดือนกันยายนนี้ สำหรับ บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026
Related articles
บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026 ประจำเดือนกรกฎาคม
บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026 ประจำเดือนสิงหาคม
Culture Sober Curious เทรนด์คนรุ่นใหม่ สังสรรค์ไม่พึ่งเหล้า รักสุขภาพกันมากขึ้น
Dining 7 เครื่องดื่มสุขภาพที่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Wellness Routine
บาร์เปิดใหม่ น่าไปลอง 2026 ประจำเดือนกันยายน
วงการบาร์ในกรุงเทพฯ ได้รับการยกย่องอย่างมากในภูมิภาคนี้ ด้วยคอนเซ็ปต์ค็อกเทลสุดล้ำที่อยู่แถวหน้าของกระแสความนิยมในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ทุกเดือน เราจะรวบรวมบาร์ใหม่ที่ดีที่สุดในเมือง ตั้งแต่บาร์สูงเสียดฟ้าที่เพิ่งเปิดใหม่ ไปจนถึงบาร์ลับสุดฮิตที่ต้องลอง
Human Friendly เปิดให้บริการในฐานะบาร์ดนตรีสดใจกลางกรุงเทพฯ
Human Friendly ตั้งอยู่บริเวณชั้น 5 โซน NEXTOPIA โฉมใหม่ภายในสยามพารากอน ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของดนตรีแจ๊ส แม้จะเป็นทำเลในห้างสรรพสินค้าที่ดูคาดไม่ถึงสำหรับบาร์ยามค่ำคืน แต่ทางร้านก็ได้รับความนิยมอย่างมากจากการเป็นจุดรวมพลชมการแข่งขันกีฬา และเป็นจุดหมายปลายทางยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มองหาเสียงเพลงในบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดยมีไฮไลต์เป็นการแสดงดนตรีสดทุกวันตลอดสัปดาห์ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป
นอกจากบรรยากาศดนตรีสดแล้ว คุณยังจะได้เพลิดเพลินกับคราฟต์ค็อกเทลรสเลิศที่มีให้เลือกหลากหลาย เมนูแนะนำที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ Cigar Hour (ผสมเมซคาล เตกิลา หรือเบอร์เบิน เข้ากับสวีทเวอร์มุตและแองโกสตูรา บิตเตอร์), Whisper (ส่วนผสมลงตัวของวอดก้า เลมอน และลาเวนเดอร์) และ Palm Court (ผสานจิน มิโดริ และน้ำมะนาว)
ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ที่ Human Friendly, ชั้น 5 สยามพารากอน,991 ถนนพระรามที่ 1, เขตปทุมวัน, โดยร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.30–02.00 น.
Bar Us เปิดตัว ‘Drinking Course’ คอร์สเครื่องดื่มใหม่ 30 รายการ
Bar Us บาร์การันตีรางวัลมากมาย เปิดตัวเมนูซีซั่นใหม่ในรูปแบบ ‘Drinking Course’ รวมเครื่องดื่มใหม่ 30 รายการที่แบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ชัดเจน ได้แก่ Starter, Main, After และ All Night แม้จะถูกออกแบบมาให้ดื่มเรียงตามลำดับคอร์ส แต่คุณสุดารัตน์ ‘ตาล’ โรจนวานิช หนึ่งในผู้ก่อตั้ง เน้นย้ำว่าทางร้านไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ค้นพบรสชาติที่ถูกใจในแบบของตัวเอง
สำหรับเมนูไฮไลต์ชวนลอง เริ่มจากหมวด Starter อย่าง ‘Orange Leaf’ ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของซิตรัส ผสานรสสัมผัสจากพิงค์เกรปฟรุต วอดก้า ฟิโนเชอร์รี่ และส้มยูซุ ตามด้วยเมนูสุดไวรัลในหมวด Main อย่าง ‘Boiled Egg Martini’ ที่นำไข่ต้มและซีอิ๊วมาดัดแปลงเป็นค็อกเทลสไตล์ 50/50 Martini เติมความกลมกล่อมด้วยไวท์โกโก้ น้ำดองมะกอก และตกแต่งด้วยไข่นกกระทาเต็มฟอง ส่วนหมวด After มีเมนูน่าจับตามองอย่าง ‘Miso + Toasted Coconut’ ก่อนปิดท้ายด้วยหมวด All Night อย่าง ‘Pandan Irish Coffee’ ที่นำกลิ่นหอมใบเตยมาสร้างมิติใหม่ให้ค็อกเทลคลาสสิก
Bar Us, ตั้งอยู่ที่ 1 ซอยสุขุมวิท 26, แขวงคลองตัน, เขตคลองเตย, กรุงเทพฯ, เปิดให้บริการทุกวันวันอาทิตย์ถึงพฤหัสบดี เวลา 17.30–00.00 น. และขยายเวลาปิดถึง 01.00 น. ในวันศุกร์และวันเสาร์
Rabbit Hole แปลงอารมณ์ความรู้สึกให้กลายเป็นค็อกเทลผ่านเมนูใหม่
Rabbit Hole บาร์สุดฮิปย่านทองหล่อภายใต้การบริหารของ Watermelon Group เปิดตัวเมนูชุดใหม่สุดทะเยอทะยาน “Rabbit Hole of Emotions” สร้างสรรค์ประสบการณ์การดื่มรูปแบบใหม่ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกมนุษย์ผ่านค็อกเทล โดยแบ่งออกเป็น 4 “องก์แห่งอารมณ์” (Emotional Acts) ตั้งแต่ความสุข ความกลัว ไปจนถึงการตกผลึกในจิตใจ ซึ่งทางร้านยกให้เป็นคอนเซปต์ที่ท้าทายที่สุดเท่าที่เคยสร้างสรรค์มา
การเดินทางเริ่มต้นด้วย Act I: Surface นำเสนออารมณ์เบา ๆ ที่แสดงออกง่าย ผ่านเมนู ‘Laughter’ ที่ผสมผสานรสชาติคาราเมลกับแยมพริกเผาไทยอย่างลงตัว และ ‘Love’ ที่ปรุงจากสตรอว์เบอร์รี กระเจี๊ยบแดง และครีมไวน์ข้าว จากนั้นดิ่งลึกลงสู่สัญชาตญาณดิบใน Act II: Descent กับเมนูสุดท้าทายอย่าง ‘Fear’ ที่ตกแต่งด้วยแมลงทอดจริง และ ‘Anger’ ที่ผสมผสานดาร์กช็อกโกแลต คัมพารี และความเผ็ดซ่าของหม่าล่า
เมื่อเข้าสู่ความลึกซึ้งใน Act III: Reflection จะพบกับ ‘Nostalgia’ ค็อกเทลกรุ่นกลิ่นขนมปังปิ้งทาเนย และ ‘Addiction’ ที่เพิ่มความสนุกด้วยการเสิร์ฟในรูปแบบกระป๋องให้รินดื่มเอง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเติบโตและตกผลึกใน Act IV: Ascension ถ่ายทอดผ่าน ‘Clarity’ ไฮบอลรสชาติแปลกใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากต้มข่าไก่ และ ‘Relief’ ค็อกเทลสไตล์ Flip ที่ดึงเสน่ห์ของสังขยาฟักทองมาใช้อย่างกลมกล่อม
สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์การดื่มมิติใหม่ Rabbit Hole, ตั้งอยู่ที่ 125 ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ), แขวงคลองตันเหนือ, เขตวัฒนา, กรุงเทพฯ, พร้อมเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 19.00 – 02.00 น.
Bar Sathorn เปิดตัวเมนูใหม่ประจำฤดูกาล ชูไฮไลต์ “มะเดื่อฝรั่ง” จากฟาร์มท้องถิ่น
Bar Sathorn บาร์หรูใน The House on Sathorn เปิดตัวค็อกเทลซีรีส์ใหม่ล่าสุดภายใต้แคมเปญ Local Mix ซึ่งมุ่งเน้นการหยิบยกวัตถุดิบไทยและผลผลิตจากฟาร์มในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เครื่องดื่ม เพื่อสะท้อนถึงแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยในซีซั่นนี้ทางร้านได้จับมือกับ The FIGnature Garden ฟาร์มมะเดื่อฝรั่งแบบครอบครัวในจังหวัดชลบุรี เพื่อนำผลผลิตสดใหม่มารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษ
การร่วมมือครั้งนี้นำมาซึ่งค็อกเทลสูตรเฉพาะ 3 เมนูที่ดึงเอกลักษณ์ของมะเดื่อฝรั่งได้อย่างโดดเด่น เริ่มด้วย FIGnature Fizz ค็อกเทลสไตล์ไฮบอลที่ผสมวอดก้า เหล้าหวานลูกแพร์ ดอกเก๊กฮวยขาว ส้มยูซุ และชาใบมะเดื่อฝรั่งให้ความสดชื่น ตามด้วย Fig Banoffee ที่ตีความขนมหวานยอดฮิตผ่านเหล้ารัม Brown Butter-Washed, เชอร์รี่หมักมะเดื่อฝรั่งสด, กล้วย, กาแฟ และมะเดื่อฝรั่งเชื่อม ปิดท้ายด้วย Fig Re-Fashioned การนำค็อกเทลคลาสสิกอย่าง Old Fashioned มาผสานรสสัมผัสของมะเดื่อฝรั่งเข้ากับเสาวรสได้อย่างกลมกล่อมแปลกใหม่
ลิ้มลองเมนูค็อกเทลชุดพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2026 ณ Bar Sathorn (ตั้งอยู่ใน The House on Sathorn), เลขที่ 106 ถนนสาทรเหนือ, แขวงสีลม, เขตบางรัก, กรุงเทพฯ โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.30 – 01.00 น.
The Parlour เติมเต็มความพิเศษด้วยเมนูค็อกเทลใหม่ในธีมการเดินเรือ
The Parlour บาร์สุดเก๋ในบรรยากาศชวนดื่มด่ำ ชวนสายดริ้งก์ออกเดินทางสู่มิติใหม่ของการจิบค็อกเทล ผ่านการเปิดตัวเมนูใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์และคอนเซปต์อันสมจริง โดยนำเสนอในรูปแบบสมุดบันทึกการเดินทางส่วนตัวของกัปตันเรือ (Captain’s Salted Ledger) ให้สายท่องราตรีได้สัมผัสเรื่องราวการเดินทางทางทะเลผ่านรสชาติเครื่องดื่มอันแยบยล
สำหรับเมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด เริ่มด้วย The One Piece ที่ผสมผสานเบอร์เบิน โกโก้ มะพร้าว ชาไทย และลำไยได้อย่างลงตัว ตามด้วย The Smuggler’s Manifest เข้มข้นด้วยเหล้ารัมบ่ม คอนญัก กล้วย Benedictine เติมมิติด้วยเวอร์มุตและช็อกโกแลตบิตเตอร์ ส่วนใครที่ชอบสไตล์ฟรุตตี้ต้องลอง Port Royal’s Punch เครื่องดื่มดาร์กรัม สับปะรด กล้วย มะนาว และน้ำตาล ที่ได้แรงบันดาลใจจากกบดานโจรสลัดในจาเมกา และปิดท้ายด้วย The Manila Galleon ที่สะท้อนเส้นทางการค้าทางทะเลของสเปน นำกลิ่นอายควันอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซคาลมาผสานกับมะม่วงสุก ข้าว มะนาว และเกลือทะเลได้อย่างน่าประทับใจ
ร่วมสัมผัสประสบการณ์และลิ้มลองเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ใหม่ได้ที่ The Parlour, ซอยสุขุมวิท 45, แขวงคลองตันเหนือ, เขตวัฒนา, กรุงเทพฯ, โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 02.00 น.
Nobu Bangkok เปิดตัว Nobu Bar อย่างเป็นทางการ พร้อมคอลเลกชันค็อกเทลซิกเนเจอร์ชุดแรก
Nobu Bar บาร์สุดหรูซึ่งตั้งอยู่ภายใน Nobu ที่สูงที่สุดในโลก บนชั้น 57 ของ EA Rooftop ณ อาคาร The Empire เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยโฉมคอลเลกชันค็อกเทลซิกเนเจอร์ชุดแรกจำนวน 10 เมนู รังสรรค์ขึ้นภายใต้คอนเซปต์ที่เชื่อมโยงกับ “เสียง” และ “สัมผัส” ยามพระอาทิตย์ตกดินจนถึงค่ำคืน โดยนำค็อกเทลคลาสสิกมาร่วมตีความใหม่และถ่ายทอดผ่าน 5 บท ได้แก่ Ground (การดำรงอยู่), Awaken (ความอยากรู้อยากเห็น), Ember (ความเข้มข้น), Bloom (การเชื่อมโยง) และ Echo (การสะท้อนความรู้สึก)
นอกจากค็อกเทลระดับพรีเมียมแล้ว ทางร้านยังเติมเต็มบรรยากาศยามเย็นด้วยเสียงเพลงจากดีเจที่จะมาร่วมสร้างสีสันและความสนุกสนานในทุกเย็นวันศุกร์และวันเสาร์
Nobu Bangkok, ตั้งอยู่ที่ชั้น 57, อาคาร The Empire, ถนนสาทรใต้, แขวงยานนาวา, เขตสาทร, กรุงเทพฯ, พร้อมเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 – 00.00 น.
Dry Wave Cocktail Studio เปิดตัวหนังสือ “RED” ต้อนรับเทศกาล Negroni Week
Dry Wave Cocktail Studio บาร์ชื่อดังย่านทองหล่อ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Negroni Week ตลอดทั้งเดือนกันยายน ด้วยการเปิดตัวหนังสือ “RED” (เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 6 กันยายนเป็นต้นไป) ซึ่งรวบรวมประวัติศาสตร์ เรื่องราว และแรงบันดาลใจจากค็อกเทลคลาสสิกยอดนิยมอย่าง Negroni พร้อมนำเสนอค็อกเทลสูตรพิเศษรวม 21 รายการ ที่ชู Campari เป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมนูคลาสสิกดั้งเดิมหรือเมนูซิกเนเจอร์สไตล์ Dry Wave
สำหรับเมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ Dirty Garibaldi การตีความใหม่ที่ผสานน้ำดองมะกอกและสับปะรดเข้ากันได้อย่างลงตัว, Lunga Vita เมนูดีกรีรางวัลชนะเลิศ Campari Bartender Competition Asia 2019 โดยคุณศุภวิชญ์ มุททารัตน์ หรือ ปาล์ม และ Dry Wave Negroni แก้วซิกเนเจอร์ประจำร้าน นอกจากนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายค็อกเทลซีรีส์ RED จะนำไปมอบให้กับมูลนิธิ Soi Dog Foundation เพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัดทั่วประเทศไทย โดยผู้ที่สนใจสะสมหนังสือ RED สามารถซื้อได้ในราคา 590 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด)
Dry Wave Cocktail Studio, ตั้งอยู่ที่ชั้น 2, โครงการ Sodality, ซอยทองหล่อ 13, แขวงคลองตันเหนือ, เขตวัฒนา, กรุงเทพฯ, เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 19.00 – 01.00 น.
Bangkok Bar Show 2026 เปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการแล้ว
Bangkok Bar Show งานแสดงสินค้าและบาร์วัฒนธรรมประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เตรียมกลับมาสร้างความคึกคักอีกครั้งในวันที่ 24–25 ตุลาคม 2026 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ (Anantara Siam Bangkok) โดยเปิดให้สายดื่มและคนในแวดวงบาร์ได้จับจองบัตรล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันนี้ พร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมชิมเครื่องดื่ม เสวนาให้ความรู้ และบรรยากาศการต้อนรับสุดอบอุ่นตลอดทั้ง 2 วัน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 19.00 น.
แม้บัตร Early Bird จะจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังสามารถซื้อบัตร Advance ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 ตุลาคม ในราคาเริ่มต้น 400 บาทสำหรับบัตรเข้างานปกติ รวมถึงยังมีบัตร VIP ที่จัดเต็มสิทธิ์เข้าร่วมงานสัมมนา เครื่องดื่มพิเศษ และถุงของขวัญ exclusive ให้เลือกจับจอง
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Bangkok Bar Show หรือกดซื้อบัตรผ่านแพลตฟอร์ม Nightify ได้ทันที
วงการบาร์ไทยร่วมฉลองความสำเร็จ หลังกวาด 8 รางวัลบนเวที Asia’s 50 Best Bars 2026
วงการบาร์ของไทยยังคงคึกคักและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ หลังจาก 8 บาร์ชั้นนำของไทยผงาดติดอันดับบนเวทีระดับโลกอย่าง Asia’s 50 Best Bars ประจำปี 2026 เพื่อร่วมยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ เหล่าบุคลากรคนสำคัญจากบาร์ที่ได้รับรางวัลจึงได้มาร่วมจัดกิจกรรมเสวนา แบ่งปันเคล็ดลับความสำเร็จ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอิทธิพลที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางบาร์ระดับภูมิภาค
นอกจากจะร่วมยินดีกับบาร์ที่ติดอันดับในปีนี้อย่าง Dry Wave Cocktail Studio (อันดับ 4 และรางวัล The Best Bar in Thailand), Bar Us (อันดับ 6 และรางวัล Sustainable Bar Award), Lennon’s (อันดับ 7 และรางวัล Highest New Entry Award), Bar Sathorn (อันดับ 17 และรางวัล Highest Climber Award), BKK Social Club (อันดับ 20), Opium (อันดับ 25), G.O.D. (อันดับ 31) และ Aqua Bar (อันดับ 48) แล้ว งานนี้ยังถือเป็นงานปาร์ตี้เฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ของซัพพลายเออร์และผู้หลงใหลในแวดวงบาร์ทุกคน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความสามัคคี
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit: Bar Us via IG
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.