โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการกรมควบคุมโรคชี้ ผักปนเปื้อนแคดเมียม ตะกั่ว สารหนู ยังกินได้ แต่ให้ลดปริมาณ เพราะมนุษย์มีกลไกขับออก

The Momentum

อัพเดต 25 สิงหาคม 2569 เวลา 0.23 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

สืบเนื่องจากเอกสารผลสำรวจสารโลหะหนักในพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2568-25 พฤษภาคม 2569 โดยสำนักงานเกษตรอำเภอแม่อาย ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร ซึ่งได้ผลว่า พบแคดเมียมเกินมาตรฐานในพืชผล 18 ชนิด ได้แก่ ดอกหอม พริกขี้หนูผลใหญ่ ข้าวโพดหวาน แตงร้าน เสาวรส ผักกาดเขียวปลี กระเทียม สับปะรด มะเขือม่วง มะเขือยาว แตงกวา ฝรั่ง มะม่วง มันเทศญี่ปุ่น ถั่วฝักยาว มันเทศ มะเขือเปราะ และบวบ พบตะกั่วเกินมาตรฐานในพืชผล 7 ชนิด ได้แก่ พริกขี้หนูผลใหญ่ ผักกาดเขียวปลี ถั่วพุ่ม มะเขือม่วง สับปะรด ข่า และกระเทียม และพบสารหนูเกินมาตรฐานในพืชผล 3 ชนิด ได้แก่ กะหล่ำดอก กระเทียม และแตงกวา จนเกิดกระแสความกังวลว่า พืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ใกล้กับแม่น้ำที่พบการปนเปื้อนสารโลหะหนักยังบริโภคได้หรือไม่นั้น

จากการสอบถามไปยังกรมควบคุมโรค ซึ่งให้ข้อมูลโดย ภัทรินทร์ คณะมีผู้ช่วยผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่ได้เห็นรายละเอียดของรายงานผลการตรวจพืชผักของสำนักงานเกษตรอำเภอแม่อาย ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร อย่างไรก็ดี ตามหลักการทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ พืชผักที่พบสารโลหะหนักยังคงกินได้ เนื่องจากมนุษย์มีกลไกในการขับสารออกจากร่างกายในแต่ละคน

ภัทรินทร์ระบุว่า การบริโภคพืชผักที่มีสารหนูไม่ได้มีผลกระทบต่อสุขภาพของคนในทันที เนื่องจากร่างกายขับสารหนูออกทางปัสสาวะได้ โดยมากจะขับออกภายใน 1-3 วัน และการขับออกจากร่างกายจนหมดอาจใช้เวลาราว 2 เดือน หากไม่ได้รับสารหนูซ้ำ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับสารหนูอาจต้องดูปริมาณที่รับ ระยะเวลาที่สัมผัส รวมไปถึงความสามารถในการดูดซึมและการขับออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะของร่างกายแต่ละบุคคล

เช่นเดียวกับพืชที่พบตะกั่วและแคดเมียม ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค อธิบายว่า มีหลักการที่คล้ายกันกับสารหนูคือ สามารถกินได้ และการตรวจพบไม่ได้แปลว่าจะเกิดโรคทันที เพราะต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบ แต่ย้ำว่าในเด็กและสตรีมีครรภ์เป็นกลุ่มเสี่ยง เพราะเด็กดูดซึมตะกั่วได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการและการเติบโตของร่างกายและสมอง ขณะเดียวกัน ในหญิงตั้งครรภ์ที่รับตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย ตะกั่วอาจส่งผ่านรกไปยังทารกได้

สำหรับพืชผักที่พบสารหนู ภัทรินทร์แนะนำว่า ยังคงบริโภคได้ แต่หากมีการปนเปื้อนสูงควรกินให้น้อยลง และไม่ควรกินซ้ำกันทุกวันต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับพืชผักที่ปนเปื้อนตะกั่วและแคดเมียม ซึ่งเธอแนะนำว่าให้ลดความถี่ในการกิน จากเดิมที่กินทุกวันอาจลดเหลือประมาณสัปดาห์ละ 2-3 วัน

“การบริโภคพืชผักที่มีการปนเปื้อนอาจจะต้องลดลง คงไม่ใช่ให้งดบริโภคเลย เพราะมันคงจะทำไม่ได้ แต่ว่าอาจจะลดปริมาณ ปกติกินทุกวัน อาจจะลดเหลือแค่สัปดาห์ละ 2-3 วัน”

ทั้งนี้ ภัทรินทร์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุขวางแผนในการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี ผ่านเครือข่ายของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใน 15 อำเภอ เนื่องจากผลกระทบจากการรับหรือสัมผัสสารเคมีหรือสารโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมเป็นความเสี่ยงระยะยาว แต่เนื่องจากในพื้นที่เสี่ยงมีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก หน่วยงานจึงติดตามผู้ที่มีความเสี่ยงรับหรือสัมผัสสารสูงกว่าเป็นลำดับแรก เช่น คนที่ใช้น้ำจากแหล่งปนเปื้อนหรือผู้ประกอบอาชีพริมน้ำ ขณะเดียวกัน การเข้ารับการตรวจยังคงเป็นระบบสมัครใจ เนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถบังคับให้ประชาชนมาตรวจหาสารโลหะหนักทุกปีได้

“จริงๆ แล้ว เรื่องของโรคจากสิ่งแวดล้อมจากการสัมผัสสารเคมีหรือโลหะหนักพวกนี้ เป็นเรื่องของความเสี่ยงระยะยาว จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังเรื่องของผลกระทบ ซึ่งในส่วนของสาธารณสุขเรามีการดำเนินงานอยู่แล้ว เรามีแผนตอนนี้ก็คือขั้นต่ำที่อาจจะต้องเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนประมาณ 5 ปี

“ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับการจัดการที่ต้นตอเป็นหลัก อย่างเช่นเรื่องการปนเปื้อนในน้ำ ซึ่งปัจจุบันก็เห็นมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามคุยกับแหล่งมลพิษต้นทาง ในการลดการปนเปื้อน

“ในส่วนของพืชผักเองอาจจะต้องมีการตรวจสอบว่า มันปนเปื้อนมาจากดินหรือน้ำ ถ้าเป็นน้ำ อาจจะต้องงดการใช้น้ำที่ปนเปื้อนมารดพืชผัก ถ้าเป็นอย่างนี้ อาจจะต้องเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการแหล่งก่อมลพิษ เพราะถ้าจัดการต้นตอพวกนี้หมด เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพก็แทบจะไม่มี” ภัทรินทร์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...