โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“น้ำมันอิหร่าน” ไปจีนสะดุดหนัก ซัพพลายเอเชียร่อยหรอ ก่อนสหรัฐยกระดับคว่ำบาตร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 สิงหาคม 2569 เวลา 21.37 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"น้ำมันอิหร่าน" ไปจีนสะดุดหนัก ซัพพลายเอเชียร่อยหรอ ดันราคาจากส่วนลดพลิกเป็นพรีเมียมราว 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนสหรัฐยกระดับคว่ำบาตร

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 13.56 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านมายังเอเชียแทบหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันอิหร่านที่เสนอขายในภูมิภาคพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี แม้รัฐบาลสหรัฐยังไม่ได้ประกาศมาตรการชุดใหม่ที่มุ่งโดดเดี่ยวเตหะรานและประเทศคู่ค้าทางเศรษฐกิจ

โรงกลั่นเอกชนของจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุดมาอย่างยาวนาน แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมันที่มีให้ซื้อในเอเชียลดลงอย่างมาก จนราคาน้ำมันอิหร่านซึ่งปกติซื้อขายในราคาส่วนลดเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันอ้างอิงโลก พลิกมาเป็นซื้อขายในราคาพรีเมียมราว 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามข้อมูลจากผู้ค้าในตลาด

สาเหตุสำคัญของภาวะขาดแคลนมาจากความสำเร็จของมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านที่บรรทุกสินค้าแล้วติดค้างอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่เรือเปล่าจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าไปรับสินค้าได้

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Kpler ระบุว่า ปัจจุบันมีน้ำมันเพียงประมาณ 40 ล้านบาร์เรล อยู่ในน่านน้ำทางตะวันออกของคาบสมุทรมาเลเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับพักและถ่ายลำน้ำมันที่ส่งไปยังจีนและประเทศอื่นในเอเชีย และในจำนวนดังกล่าวคาดว่าเหลือน้ำมันที่ยังไม่ได้ขายเพียงประมาณ 4 ล้านบาร์เรล หรือเทียบเท่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่เพียง 2 ลำ

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ จะเปิดเผยแผนในวันจันทร์ ซึ่งเขาระบุว่าจะเป็นการสร้างการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจแบบประสานงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

โรงกลั่นน้ำมันของจีน รวมถึงธนาคารที่ให้เงินทุนแก่บริษัทเหล่านี้ ถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุดของมาตรการครั้งใหม่ อย่างไรก็ตามการดำเนินมาตรการรุนแรงขึ้นอาจสร้างต้นทุนทั้งด้านการเงินและการทูตให้แก่สหรัฐ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ขณะที่ปริมาณน้ำมันอิหร่านที่พร้อมขายในเอเชียลดลงอย่างมาก

ที่ผ่านมา สหรัฐมุ่งคว่ำบาตรผู้เล่นรายเล็กในเครือข่ายการค้าน้ำมันอิหร่าน เช่น โรงกลั่นเอกชนขนาดเล็ก ท่าเรือ และตัวกลางทางการค้า ขณะเดียวกันยังหลีกเลี่ยงการบังคับใช้มาตรการที่รุนแรงกับผู้เล่นรายใหญ่ เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบความสัมพันธ์กับปักกิ่งและผลักดันราคาน้ำมันโลกให้สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปีนี้ สหรัฐได้คว่ำบาตร Hengli Petrochemical (Dalian) Refinery หนึ่งในโรงกลั่นเอกชนรายใหญ่ของจีน ซึ่งถือเป็นการยกระดับแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ และกระตุ้นให้จีนตอบโต้ด้วยการสั่งบริษัทภายในประเทศไม่ให้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว จนถึงขณะนี้ สหรัฐยังไม่ได้ขยายมาตรการไปถึงธนาคารรายใหญ่ของจีน

เอ็มมา หลี่ นักวิเคราะห์ตลาดจีนของ Vortexa ระบุว่า ราคาน้ำมันอิหร่านในปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก ซึ่งอาจทำให้โรงกลั่นอิสระของจีน หรือที่เรียกว่า Teapot Refineries หันกลับไปซื้อน้ำมันเกรดทั่วไป หรือเลือกปรับลดกำลังการกลั่นแทน

แรงกดดันยังเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันอ้างอิงโลกที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกำลังกดดันความต้องการน้ำมันในจีน และทำให้แนวโน้มของโรงกลั่นขนาดเล็กยิ่งไม่แน่นอน

อิหร่านเผชิญมาตรการคว่ำบาตรรุนแรงมานานหลายทศวรรษ และยังไม่ชัดเจนว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจครั้งใหม่จะสามารถเปลี่ยนท่าทีของเตหะรานได้หรือไม่ หลังการสู้รบดำเนินมาหลายเดือนโดยยังไม่ทำให้อิหร่านยอมจำนน

อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์ประกาศว่าจะตัดเส้นเลือดทางเศรษฐกิจทุกเส้นของอิหร่าน โดยระบุว่าประเทศและองค์กรที่ยังคงซื้อน้ำมัน ขนส่งปิโตรเลียม หรือช่วยให้อิหร่านเคลื่อนย้ายเงินผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตราและเขตการค้าเสรี จะต้องพิจารณาถึงผลที่จะตามมาจากการสนับสนุนรัฐบาลเตหะรานต่อไป

อ้างอิง : bloomberg.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...