โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาทองคำวันที่ 26 สิงหาคม 2569 อัปเดตแนวโน้มและวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านที่ต้องรู้

THE SIGNALs

เผยแพร่ 55 นาทีที่แล้ว • กองบรรณาธิการ THE SIGNALs

ราคาทองคำวันนี้ 26 ส.ค. 2569 จับตาท่าทีตะวันออกกลางและบอนด์ยีลด์

ราคาทองคำวันนี้ อัปเดตแนวโน้มและวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านที่ต้องรู้ ประจำเดือนสิงหาคม

ภาพรวมตลาดสินทรัพย์ประจำวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ทิศทางราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) โดยทองคำโลก (Gold Spot) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.37 ดอลลาร์ ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีการปรับระดับลดลงอย่างน่าสนใจ ในขณะเดียวกัน ตลาดยังคงติดตามพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกระบวนการทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงนโยบายกดดันทางเศรษฐกิจรอบใหม่ องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ประเมินทิศทางของสินทรัพย์ในระยะนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สรุปกรอบการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา

เพื่อให้เห็นภาพรวมของความเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน ข้อมูลด้านล่างคือตัวเลขสถิติสำคัญที่สะท้อนสภาวะตลาดในช่วงที่ผ่านมา

  • ราคาทองคำโลก (Gold Spot) : ทำจุดสูงสุดที่ระดับ 4,696 ดอลลาร์ และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 4,605 ดอลลาร์
  • ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% : ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 72,200 บาท และมีราคาต่ำสุดที่ 71,750 บาท
  • ราคาอ้างอิงจากกราฟ : อ้างอิงจากการเคลื่อนไหวระหว่างวัน ราคา Real-time ทองคำแท่ง 96.5% อยู่ที่ 71,804.53 บาทต่อบาททอง และราคาประกาศจากสมาคมค้าทองคำอยู่ที่ 71,950 บาทต่อบาททอง
  • ทิศทางกองทุน : กองทุน SPDR ได้ปรับลดการถือครองโดยขายทองคำออกมา 1.14 ตัน

เจาะลึกปัจจัยมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อตลาด

เมื่อพิจารณาโครงสร้างตลาดเชิงลึก ทองโลกมีการปรับตัวขึ้นโดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวลดลง โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ปรับลดลงสู่ระดับ 4.62% จากเดิมที่ 4.70% และบอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี ปรับลดลงสู่ระดับ 5.15% จากเดิมที่ 5.23%

นอกจากนี้ ประเด็นทางด้านการทูตก็มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญ นายมาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ได้ระบุเมื่อวันอังคารว่า กาตาร์ยังคงดำเนินบทบาทประสานงานกับทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อความพยายามนำทั้งสองฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา ในขณะที่ทางฝั่งสหรัฐฯ กำลังเตรียมส่งนักการทูตกลับไปประจำการยังสถานทูตต่างๆ ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่คาดว่าจะเกิดสงครามครั้งใหม่กับอิหร่าน ปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลต่อเนื่องให้ราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI ปรับตัวลดลงจนหลุดระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งการปรับลดลงของราคาน้ำมันอาจมีส่วนช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและเปิดโอกาสให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดปรับตัวลงในอนาคต ถือเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อราคาทองคำ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีมิติที่ซับซ้อน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเดินหน้าปฏิบัติการ Economic D-Day เพื่อเพิ่มแรงกดดันและเตรียมตัดอิหร่านออกจากระบบเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งขู่ใช้มาตรการลงโทษกับบุคคล บริษัท หรือสถาบันการเงินที่ยังคงสนับสนุนการทำธุรกรรมหรือค้าขายกับอิหร่าน ท่าทีเช่นนี้อาจส่งผลให้กระบวนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านดำเนินไปได้ยากยิ่งขึ้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดยังต้องคอยจับตาอย่างใกล้ชิด

ประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม

สำหรับค่ำคืนนี้ เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ มีกำหนดการเผยแพร่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางให้กับตลาดในช่วงข้ามคืน ได้แก่

  • ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 q/q (ประมาณการครั้งที่ 2)
  • ดัชนีราคา GDP ไตรมาส 2 q/q (ประมาณการครั้งที่ 2)
  • ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานและทั่วไป ประจำเดือนกรกฎาคม
  • ดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานและทั่วไป เทียบรายเดือนและรายปี ประจำเดือนกรกฎาคม

กราฟทองคำและสัญญาณการเคลื่อนไหวทางเทคนิค

ในมุมมองของการเคลื่อนไหวเชิงเทคนิค ราคาทองโลกมีการย่อตัวลงมาหลังจากไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านบริเวณ 4,675 ดอลลาร์ไปได้ แต่ด้วยภาพรวมที่ยังคงอยู่ในระยะแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) จึงมีการประเมินว่าราคามีโอกาสฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้หลังจากการลงไปทดสอบแนวรับที่ 4,600 ดอลลาร์ ทว่า หากราคาเผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่องจนหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,580 ดอลลาร์ โครงสร้างกราฟก็อาจปรับฐานลงต่อ

กรอบการเคลื่อนไหวและแนวทางการพิจารณา

เพื่อให้การติดตามสถานการณ์เป็นไปอย่างมีระบบ สรุปกรอบแนวรับและแนวต้านสำคัญเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ มีรายละเอียด ดังนี้

ราคาทองคำโลก (Gold Spot)

  • แนวรับ : 4,600 และ 4,580 ดอลลาร์
  • แนวต้าน : 4,675 และ 4,700 ดอลลาร์

แนวทางการพิจารณา : อาจพิจารณาใช้กลยุทธ์ทยอยแบ่งซื้อสะสมหากราคาอ่อนตัวลงมาทดสอบแนวรับที่ 4,600 ดอลลาร์ ทั้งนี้ หากราคาปรับตัวลดลงจนหลุดแนวรับ 4,580 ดอลลาร์ลงไป แนะนำให้พิจารณาบริหารความเสี่ยงด้วยการขายตัดขาดทุนอย่างรัดกุม ขณะที่จุดพิจารณาขายเพื่อรับผลตอบแทนจะอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,675 ดอลลาร์

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

  • แนวรับ : 71,500 และ 71,300 บาท
  • แนวต้าน : 72,250 และ 72,500 บาท

แนวทางการพิจารณา : อาจพิจารณาทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 71,500 บาท แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนและราคาหลุดแนวรับที่ 71,300 บาทลงไป แนะนำให้พิจารณาขายตัดขาดทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง ในขณะที่จุดพิจารณาขายจะอยู่เมื่อราคาขยับขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้านที่ 72,250 บาท

ถอดบทวิเคราะห์จาก แม่ทองสุข เมื่อนโยบายการเงินสหรัฐฯ และแรงซื้อระดับโลกผลักดันราคาสู่หมุดหมายใหม่

ถอดรหัสการเคลื่อนไหวล่าสุดของ Gold Spot พักฐานเพื่อก้าวต่อ? จากการรายงานข้อมูลล่าสุดในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) กำลังเผชิญกับแรงขายทำกำไรระยะสั้น หลังจากขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 4,700 เหรียญ อย่างไรก็ดี ภาพรวมในทางเทคนิคชี้ชัดว่าทองคำยังคงอยู่ในช่วงแนวโน้มขาขึ้น (Up Trend) อย่างแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ราคาทองคำเคลื่อนไหวแกว่งตัวอยู่ในบริเวณ 4,650 เหรียญ ซึ่งการปรับฐานลงมาในรอบนี้ถือว่าค่อนข้างจำกัด ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนกลับไปมองสถิติในช่วง 5 วันที่ผ่านมา จะพบว่าราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 300 เหรียญ หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 7% สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อสะสมในตลาดพูลแบ็คกลับเข้ามาอย่างหนาแน่น ทำให้การอ่อนตัวในระยะสั้นเป็นเพียงการพักฐานเพื่อสะสมพลังในเทรนด์ขาขึ้นรอบใหม่เท่านั้น

เจาะลึก 3 ปัจจัยหนุนระดับมหภาค สภาพคล่อง ค่าเงิน และกองทุนระดับโลก ทิศทางราคาทองคำไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกระแสเพียงอย่างเดียว ทว่ามีกลไกทางการเงินระดับโลกคอยหนุนหลังอย่างเป็นระบบ โดยมี 3 คีย์เวิร์ดสำคัญที่ต้องจับตามองดังนี้

สภาพคล่องจากนโยบายการซื้อคืนพันธบัตรของสหรัฐฯ

ปัจจัยบวกหลักที่เข้ามาซัพพอร์ตตลาดทองคำในเวลานี้คือ มาตรการซื้อคืนพันธบัตร (Bond Buyback) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันดำเนินโครงการอยู่ที่ 2 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ทว่าความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึงคือ การประกาศเพิ่มวงเงินขึ้นเป็น 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง โดยมีกำหนดการเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน เป็นต้นไป การขยับตัวเลขในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงินและลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) แม้ว่ามุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะประเมินว่ามาตรการนี้อาจช่วยพยุงสถานการณ์ได้เพียงระยะสั้น แต่ก็นับว่าเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงและทรงตัวอยู่บริเวณ 98.9 จุด ส่งผลให้ราคาทองคำได้รับอานิสงส์เชิงบวกไปเต็มๆ

ค่าเงินบาทกับการพยุงตัวของทองคำในประเทศ

ในส่วนของค่าเงินบาทไทย ล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ แม้ว่าทิศทางของเงินบาทจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ด้วยแรงขับเคลื่อนของราคาทองคำโลกที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศยังคงพยุงตัวยืนเหนือระดับ 72,000 บาทได้อย่างสวยงาม

สัญญาณ Fund Flow จากกองทุนทองคำยักษ์ใหญ่ SPDR

พฤติกรรมการซื้อขายของกองทุน SPDR Gold Shares ถือเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยล่าสุดกองทุนมีการขายออกเล็กน้อยที่จำนวน 1.14 ตัน ส่งผลให้ยอดการถือครองทองคำรวมในปัจจุบันอยู่ที่ 1,048.35 ตัน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเฉพาะในเดือนสิงหาคมนี้ SPDR มียอดซื้อสุทธิสะสมรวมสูงถึง 40.48 ตัน ซึ่งบ่งชี้ว่ากระแสเงินทุนหมุนเวียน (Fund Flow) ในระยะกลางยังคงไหลเข้าสู่สินทรัพย์ทองคำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดรวมสะสมตั้งแต่ต้นปี (1 มกราคม – ปัจจุบัน) กองทุนมียอดขายสุทธิรวมอยู่ที่ 23.66 ตัน

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้: ตัวแปรสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นอีกหนึ่งสตอรี่ที่ช่วยคลายความกังวลของตลาดลงไปได้บ้าง หลังจากสหรัฐฯ เดินหน้าคว่ำบาตรอิหร่าน ขณะเดียวกันทางฝั่งอิหร่านและโอมานก็ได้หันกลับมาเจรจาเพื่อร่วมกันบริหารจัดการพื้นที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) พร้อมทั้งเสนอให้มีเส้นทางเดินเรือชั่วคราว การร่วมมือกันในครั้งนี้ช่วยลดความตึงเครียดด้านอุปทานพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงราว 3% โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ย่อตัวลงมาอยู่ที่ 88 เหรียญต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 81 เหรียญต่อบาร์เรล

นอกจากปัจจัยข้างต้นแล้ว นักเขียนสายวิเคราะห์เทรนด์ยังคงต้องบาลานซ์เนื้อหาด้วยข้อมูลจากปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) ของสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CB Consumer Confidence): ตัวเลขจริงประกาศออกมาที่ 89.4 ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 90.3 และต่ำกว่าครั้งก่อนซึ่งอยู่ที่ 90.8 จุด ข้อมูลที่อ่อนแอนี้ส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำ
  • ดัชนีราคา Core PCE (26 สิงหาคม 2569): ตลาดคาดการณ์อัตราการเติบโตรายเดือน (m/m) ไว้ที่ 0.2% ขณะที่ตัวเลขครั้งก่อนหน้าอยู่ที่ 0.1% ซึ่งหากตัวเลขจริงออกมาตามคาด อาจมีผลลบต่อราคาทองคำเพียงเล็กน้อย
  • ตัวเลขประมาณการจีดีพี (Prelim GDP q/q): คาดการณ์คงที่ระดับ 1.5% เท่ากับตัวเลขครั้งก่อน
  • ดัชนีราคาจีดีพี (Prelim GDP Price Index q/q): คาดการณ์คงที่ระดับ 6.2% เท่ากับครั้งก่อนเช่นกัน
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (Unemployment Claims – 27 สิงหาคม 2569): คาดการณ์ตัวเลขอยู่ที่ 208K ซึ่งสูงกว่าครั้งก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 206K ถือเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ
  • การประชุมสัมมนาประจำปี Jackson Hole Symposium: เริ่มต้นขึ้นเป็นวันแรกในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่ผู้คนในแวดวงการเงินเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
  • การกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟด (Fed Chairman Warsh Speaks – 28 สิงหาคม 2569): ไฮไลท์สำคัญที่จะชี้ชะตาทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในอนาคต
  • ตัวเลขปรับปรุงการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Prelim Benchmark Payrolls Revision): ตลาดคาดการณ์การปรับทบทวนตัวเลขย้อนหลังลงถึง -911K ตำแหน่ง
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Revised UoM Consumer Sentiment): คาดการณ์ทรงตัวที่ระดับ 51.0 เท่ากับครั้งก่อน
  • คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Revised UoM Inflation Expectations): คาดการณ์อยู่ที่ระดับ 4.3%

เปิดพิกัดแนวรับ-แนวต้าน: วางกลยุทธ์ตามกรอบราคาทางเทคนิคอย่างแม่นยำ

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาแนวโน้มราคาเพื่อวางแผนทางกลยุทธ์อย่างรอบคอบ ข้อมูลกรอบราคาและแนวรับแนวต้านประจำวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มีรายละเอียดสำคัญแยกตามประเภทตราสารดังต่อไปนี้

ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot)

  • แนวต้านสำคัญ: แนวต้านที่ 1 อยู่ที่ 4,690 เหรียญ | แนวต้านที่ 2 อยู่ที่ 4,720 เหรียญ
  • แนวรับสำคัญ: แนวรับที่ 1 อยู่ที่ 4,620 เหรียญ | แนวรับที่ 2 อยู่ที่ 4,580 เหรียญ

ราคาทองคำแท่งในประเทศ (Thai Gold)

  • แนวต้านสำคัญ: อยู่ที่ระดับ 72,500 บาท
  • แนวรับสำคัญ: อยู่ที่ระดับ 71,300 บาท

สัญญาทองคำล่วงหน้า Gold COMEX (GCV26)

  • แนวต้านสำคัญ: แนวต้านที่ 1 อยู่ที่ 4,710 เหรียญ | แนวต้านที่ 2 อยู่ที่ 4,740 เหรียญ
  • แนวรับสำคัญ: แนวรับที่ 1 อยู่ที่ 4,640 เหรียญ | แนวรับที่ 2 อยู่ที่ 4,600 เหรียญ

สัญญาทองคำล่วงหน้า Gold Online Futures (GOU26)

  • แนวต้านสำคัญ: แนวต้านที่ 1 อยู่ที่ 4,715 เหรียญ | แนวต้านที่ 2 อยู่ที่ 4,745 เหรียญ
  • แนวรับสำคัญ: แนวรับที่ 1 อยู่ที่ 4,645 เหรียญ | แนวรับที่ 2 อยู่ที่ 4,605 เหรียญ

สัญญาทองคำล่วงหน้า Gold Futures 10 บาท (GF10Q26)

  • แนวต้านสำคัญ: แนวต้านที่ 1 อยู่ที่ 72,800 บาท | แนวต้านที่ 2 อยู่ที่ 73,100 บาท
  • แนวรับสำคัญ: แนวรับที่ 1 อยู่ที่ 71,600 บาท | แนวรับที่ 2 อยู่ที่ 71,300 บาท

รายการสินทรัพย์แนวรับสำคัญ (ดอลลาร์/บาท)แนวต้านสำคัญ (ดอลลาร์/บาท)ทองคำโลก (Gold Spot)4,580 / 4,6004,675 / 4,700ทองคำแท่ง 96.5%71,300 / 71,50072,250 / 72,500Gold COMEX (GCV26)4,600 / 4,6404,710 / 4,740Gold Futures 10 บาท71,300 / 71,60072,800 / 73,100

ด้วยรากฐานทางเทคนิคที่ราคายังรักษาระดับเหนือแนวรับสำคัญไว้ได้ทำให้นักวิเคราะห์จาก MTS Gold ยังคงประเมินภาพรวมทองคำในเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีมุมมองว่าในช่วงปลายปีนี้ ราคาทองคำมีโอกาสที่จะขยับขึ้นไปทดสอบเป้าหมายที่ระดับ 4,900 เหรียญขึ้นไป ขณะที่ทองคำแท่งในประเทศอาจขยับขึ้นไปทดสอบกรอบราคาบริเวณ 75,500 ถึง 77,000 บาท ภายใต้กรณีฐานที่สมมติฐานว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

อ้างอิงจาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...