“ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดทรงตัว แรงบวก Nvidia หนุนหุ้นเทคฯ แต่ FTSE 100 ร่วงตามน้ำมัน
"ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดทรงตัว แรงบวก Nvidia หนุนหุ้นเทคฯ แต่ FTSE 100 ลดลง 0.4% หลังน้ำมันเบรนท์หลุด 87 ดอลลาร์ กดดันหุ้นพลังงานและเหมืองแร่
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 15.39 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัวในวันพฤหัสบดี แม้ผลประกอบการของ Nvidia จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่แรงบวกส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ส่งผลให้ตลาดอังกฤษซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคฯ ต่ำไม่ได้รับอานิสงส์มากนัก ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงกดดันหุ้นพลังงานและเหมืองแร่
*ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษ ปรับตัวลงราว 0.4% โดยถูกกดดันจากหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงต่ำกว่า 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน*
หุ้น Shell, Glencore และ Rio Tinto ต่างลดลงมากกว่า 1% ขณะที่ราคาทองแดงในตลาดลอนดอนอ่อนตัวลง รวมถึงนิกเกิล สังกะสี และอะลูมิเนียม มีเพียงโลหะมีค่าที่ยังคงประคองตัวได้ ก่อนตลาดจับตาการประชุม Jackson Hole และถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ขณะที่ผลประกอบการของ Nvidia ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อธีม AI แต่ผลเชิงบวกต่อ FTSE 100 มีจำกัด เนื่องจากตลาดหุ้นอังกฤษมีน้ำหนักของบริษัทเทคโนโลยีค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นยุโรปภาคพื้นทวีป โดยมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศที่จดทะเบียนในอังกฤษอยู่ที่ไม่ถึง 2.9 หมื่นล้านปอนด์ และถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เล็กที่สุดของ FTSE 100
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มเทคโนโลยีเป็นอุตสาหกรรมใหญ่อันดับ 3 ในดัชนี Euro Stoxx 50 โดยมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 7.5 แสนล้านปอนด์ ทำให้ตลาดยุโรปภาคพื้นทวีปสามารถรับแรงหนุนจากกระแส AI ได้มากกว่าอังกฤษ
อีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมัน หลังเบรนท์ลดลงต่ำกว่า 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางสัญญาณว่าปริมาณน้ำมันที่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มเพิ่มขึ้น
คูเวตและกาตาร์สามารถส่งน้ำมันดิบผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้มากขึ้น ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานและกดดันราคาน้ำมัน หลังตลาดเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามอิหร่านและความเสี่ยงต่อการเดินเรือในภูมิภาคมานานหลายเดือน
ด้านตลาดตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษปรับตัวขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนลดลงประมาณ 3 Basis Points ตลอดเส้นอัตราผลตอบแทน และทำผลงานได้ดีกว่าพันธบัตรรัฐบาลในยุโรปภาคพื้นทวีป เนื่องจากตลาดอังกฤษมีความอ่อนไหวต่อความเคลื่อนไหวของราคาพลังงานค่อนข้างมาก
ราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ลงเล็กน้อย แม้ตลาดยังสะท้อนโอกาสเต็มที่ว่า BOE จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปี แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนพฤศจิกายนลดลงเหลือเพียงมากกว่าครึ่งเล็กน้อย ขณะที่ตลาดยังคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในเดือนเมษายนปีหน้า
ตลาดพันธบัตรยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐที่ออกมาไม่ร้อนแรงมากนัก รวมถึงสัญญาณการใช้จ่ายที่อ่อนลง ซึ่งช่วยสนับสนุนมุมมองว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงอย่างน้อยสิ้นปีนี้
อ้างอิง : www.bloomberg.com