‘อาสพลธ์’ เปรียโกงสอบท้องถิ่นเป็นตึก 5 ชั้น ชี้เหลือสาวถึงผู้บงการ ย้ำต้องเอาคนผิดมาลงโทษทั้งหมด
'อาสพลธ์' เปรียบคดีทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นตึก 5 ชั้น ชี้เหลือสาวถึงผู้บงการระดับสูง ย้ำต้องเอาคนผิดมาลงโทษทั้งหมด ด้าน 'นิรัตน์' ขอโทษผู้ได้รับผลกระทบ สั่งระงับจ่ายงวดสุดท้าย 32 ล้าน ลุยปรับโครงสร้าง-วัฒนธรรมองค์กร ป้องกันโกงสอบซ้ำ
วันนี้ (31 ก.ค. 69) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ตอบคำถามถึงข้อกังวลว่าการตรวจสอบการทุจริตสอบท้องถิ่นอาจเป็นเพียงการตัดตอนผู้กระทำความผิด ไม่ให้สาวไปถึงผู้บงการระดับสูง โดยเปรียบเทียบคดีนี้เป็น “ตึก 5 ชั้น”
นายอาสพลธ์กล่าวว่าขณะนี้ได้ข้อเท็จจริงในชั้นที่ 2-3-4 แล้ว โดยชั้นที่ 4 คืออธิบดี รองอธิบดี และผู้บริหาร ส่วนชั้นที่ 3 คือกลุ่มขบวนการแก้กระดาษคำตอบ และผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกฝากขัง ขณะที่ชั้นที่ 2 คือกลุ่มผู้เข้าสอบที่มีการแก้ไขคะแนน
ส่วนข้อเท็จจริงที่ยังเหลือคือชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ที่จ่ายเงินแต่ไม่ได้รับการบรรจุ หรือผู้เสียหายในลักษณะถูกฉ้อโกง และชั้นที่ 5 คือบุคคลที่อยู่สูงกว่าชั้นที่ 4 เป็นผู้บริหารระดับสูง หรือระดับ 11-12 ระดับเสนาบดี ซึ่งต้องอาศัยคำให้การจากบุคคลในชั้นที่ 4 เพื่อเชื่อมโยงไปถึง
นายอาสพลธ์ยังให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าตนเองก็ถูกดูแคลนและถูกตำหนิ แต่ต้องการให้ผู้กระทำผิดในชั้นที่ 5 ได้รับโทษ และเชื่อว่า ป.ป.ช. มีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว
นายอาสพลธ์กล่าวว่า “และวันนี้หากไม่มีการเอาคนผิดทั้งหมดมาลงโทษ อีก 2 ปีข้างหน้าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเหตุการณ์จะไม่เกิดขึ้นอีก ปัญหาคลี่คลายลงเพราะได้นายนิรัตน์มาคลี่คลาย ในการจะจับบิ๊กบอสจะต้องอาศัยพวกเราและ ป.ป.ช.”
นายอาสพลธ์กล่าวว่าไม่ว่าจะมีผู้รับผิดชอบกี่คนก็ตาม หากระบบมีความโปร่งใส การทุจริตก็จะไม่เกิดขึ้น แต่กรณีนี้เกิดขึ้นเพราะผู้บังคับบัญชายังเป็นประเด็นที่คลุมเครือ พร้อมมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นโอกาสในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ไม่ใช่เฉพาะการทุจริตสอบท้องถิ่น แต่ยังรวมถึงปัญหานอมินีถือครองที่ดินผิดกฎหมาย นอมินีแย่งอาชีพคนไทย การออกบัตรประชาชนโดยทุจริต และการแจ้งเกิดรับรองบุตร ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว
นายอาสพลธ์กล่าวว่าจึงอยากให้กระทรวงมหาดไทยมีผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนงาน เพราะฝ่ายการเมืองทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ส่วนข้าราชการเป็นฝ่ายปฏิบัติ แต่กระทรวงมหาดไทยมีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความอาวุโส หากผู้บังคับบัญชามีประสบการณ์หรือความรู้ไม่เพียงพอ ข้าราชการในสังกัดก็อาจไม่พร้อมปฏิบัติตาม จึงหวังว่าจะได้ผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่าหากมีสิ่งใดที่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ก็จะทำให้ดีที่สุด โดยไม่ปฏิเสธความเสียหายที่เกิดขึ้น และหากการกล่าวขอโทษจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ก็พร้อมขอโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงผู้เข้าสอบ พร้อมขอโอกาสแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงการทำงานในภารกิจที่รับผิดชอบ
นายนิรัตน์กล่าวว่าขณะนี้กรณีทุจริตการสอบได้เข้าสู่กระบวนการคดีอาญาแล้ว และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย กรมได้ระงับการจ่ายเงินงวดสุดท้ายจำนวน 32 ล้านบาท เนื่องจากคู่สัญญาส่งมอบงานไม่เป็นไปตามสัญญา พร้อมหารือกับกรมบัญชีกลางว่าจะสามารถยกเลิกสัญญาหรือเรียกเงินคืนทั้งจำนวน 142 ล้านบาทได้หรือไม่
นายนิรัตน์กล่าวว่าสำหรับการดำเนินการต่อจากนี้ ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดเป็นรายบุคคล ทั้งการดำเนินคดี การปลดออก หรือไล่ออก แต่หน่วยงานยังต้องเดินหน้าปฏิบัติภารกิจต่อไป โดยจะดำเนินการ 5 ด้าน ได้แก่ ปรับโครงสร้างองค์กรโดยใช้โมเดลของ ก.พ. ปรับวัฒนธรรมองค์กรให้ไม่เพิกเฉยต่อการทุจริต ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาโดยจะไม่มีการแก้ไขคะแนนสอบไม่ว่ากรณีใด รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย และวางมาตรการป้องกันระยะยาว โดยมองว่าการโกงสอบมีผู้เกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม คือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยคู่สัญญา นายหน้าหรือขบวนการ และผู้ซื้อหรือผู้เข้าสอบ เพื่อทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตไม่สามารถกระทำผิดได้อีก พร้อมน้อมรับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. และทุกภาคส่วนเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานต่อไป