โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CryingCenter อยากเป็นแบรนด์ที่เจนฯ Z ให้ใจ โจทย์คือราคาต้องเอื้อมได้ ดีไซน์ต้องทำถึง

Capital

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Insight

“Buy once, cry once.”สำนวนฝรั่งว่า ส่วนฝั่งไทยมีวลี “เจ็บแต่จบ” เอาไว้ใช้โน้มน้าวใจคนให้รู้จักควักเงินลงทุนกับของใช้ดีๆ ทีเดียวไปเลย ซึ่งจะว่าไปก็เป็นคำแนะนำทางการเงินที่ไม่เลว เนื่องจากสินค้าคุณภาพดีส่วนใหญ่มีอายุขัยยาวนานกว่าสินค้าคุณภาพก๊องแก๊งจำนวนเป็นสิบชิ้นรวมกัน

ข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือคำแนะนำเหล่านี้ล้วนตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า คุณภาพต้องสัมพันธ์กับราคา ทว่าความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป บ่อยครั้งเราเจอสินค้าราคาสูงที่มองยังไงก็ไม่คุ้มค่า และสินค้าราคาย่อมเยาที่คุณภาพดีกว่าที่คิด

ด้วยเหตุนี้ แฟชั่นไอเทมคุณภาพดีในราคาที่ไม่ต้องถึงขั้นกัดฟันซื้อเพื่อให้ได้มา จึงกลายมาเป็นปรัชญาที่ ‘CryingCenter’ ยึดถือ และเป็นการวาง market positioning ณ จุดกลมกล่อมพอดี ซึ่งช่วยให้แบรนด์สตรีทแวร์สัญชาติจีนเจ้านี้ยืนระยะมาได้นานถึง 9 ปีแล้ว

แต่ไม่ว่าจะคุ้มค่ายังไง ก็ใช่ว่าจะแบรนด์สตรีทแวร์เกิดใหม่จะคืบคลานเข้าไปอยู่กลางใจคนรุ่นใหม่ได้ง่ายๆ คอลัมน์ Biztory ครั้งนี้จึงขอชวนผู้อ่านมาร่วมหาคำตอบ ว่าท่ามกลางความหลากหลายของคนเจนฯ Z ที่รสนิยมแยกย่อยออกเป็นหลากสไตล์หลายซับคัลเจอร์ สินค้าฮิตอย่างเสื้อฮู้ดดีไซน์เรียบง่ายของ CryingCenter กลายมาเป็นจุดร่วมของคนรุ่นนี้ได้ยังไง

Crying is the New Cool

การร้องไห้เป็นภาษาที่มีความเป็นสากลที่สุดภาษาหนึ่ง มนุษย์เราใช้น้ำตาและเสียงกระจองอแงเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความไม่สบายกายไม่สบายใจได้คล่องก่อนที่เราจะพูดเป็นเสียอีก น่าแปลกที่ยิ่งโตขึ้น เรายิ่งต้องคอยบังคับตัวเองให้เลิกขี้แยเพื่อรักษาภาพลักษณ์ เช่นเดียวกับที่เราต้องโละเสื้อผ้าสมัยเด็กทิ้งไป เพื่อเว้นที่ว่างให้เสื้อผ้าใหม่ที่ดูโตสมวัยขึ้น

CryingCenter ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการเติบโตต้องแลกมากับการซ่อนความรู้สึก แล้วเลือกหยิบการร้องไห้ ซึ่งมักถูกตีตราว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ มาเป็นหัวใจของแบรนด์ เห็นได้จากเสื้อผ้าสีสันสดใส ลวดลายแฝงอารมณ์ขัน ไปจนถึงชื่อแบรนด์

แบรนด์สตรีทแวร์แนวสปอร์ตจากกวางโจวเจ้านี้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ในชื่อ ‘CCC’ หรือ ‘3C’ (ย่อมาจาก Chinese Crying Center) หรือไม่ก็ชื่อที่เขียนด้วยตัวจีนไปเลยอย่าง ‘คูห่านจงซิน’ (哭喊中心) ซึ่งแปลโดยรวมออกมาคล้ายคลึงกับชื่อภาษาอังกฤษก็จริง แต่หากพิจารณาอักษรจีนทีละตัวจะพบความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่

‘คู’ (哭) หมายถึงร้องไห้ สื่อถึงความรู้สึกที่เอ่อล้นมาจากภายใน ขณะที่ ‘ห่าน’ (喊) หมายถึงการกู่ร้อง เป็นการใช้ร่างกายปลดปล่อยอารมณ์ดังกล่าวออกสู่ภายนอก เมื่อประกอบเข้าด้วยกัน 哭喊中心 จึงไม่ใช่เพียงศูนย์รวมคนร้องไห้แบบกำปั้นทุบดิน แต่เป็นพื้นที่ของการยอมรับและแสดงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา

ในโลกที่แบรนด์เสื้อผ้าส่วนใหญ่แข่งขันกันขายภาพลักษณ์ที่ดูสมบูรณ์แบบและมั่นใจ การที่ CryingCenter เลือกใช้ด้านที่เปราะบาง มีความเป็นมนุษย์ และบางครั้งก็น่าอาย เป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ จึงเป็นจุดแตกต่างทางการแข่งขันที่ทำให้คนจดจำได้

Subculture is the New Mainstream

หนึ่งในกลุ่มคนเจนฯ Z ที่ถูก CryingCenter ตกเข้าอย่างจังคือชาวย่าปี (yabi) กลุ่มซับคัลเจอร์ใหม่ล่าสุดที่เกิดขึ้นในจีน ว่ากันว่าเทียบได้กับแฟชั่นหนุ่มชัฟ (chav) ของอังกฤษ หรือไม่ก็สาวแกล (gyaru) ของญี่ปุ่น ความคล้ายอยู่ตรงที่แรกเริ่มเดิมทีย่าปีเป็นกลุ่มคนที่มีภาพลักษณ์ค่อนข้างลบ แต่ภายหลังมีการช่วงชิงความหมายกันอย่างต่อเนื่อง จนคำว่าย่าปีในปัจจุบันเปลี่ยนความหมายมาเป็นมูฟเมนต์แฟชั่นที่รักในการผสมผสาน ทดลองสีสันท้าทาย และเชื่อในความงามของความไม่เข้ากัน ให้อารมณ์คล้ายกับคำว่า ‘ฮิปสเตอร์’

สาเหตุหนึ่งที่ได้รับความนิยมในวัยรุ่นกลุ่มนี้ เป็นเพราะ CryingCenter ไม่ได้มีนักออกแบบเบื้องหลังเป็นพระเอกเพียงคนเดียวอย่างดีไซเนอร์แบรนด์ทั่วไป แต่ประกอบไปด้วยทีมนักออกแบบหลายคนที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาถ่ายทอดมุมมองเฉพาะตัว ทำให้สินค้าแฟชั่นของแบรนด์กลายเป็นพื้นที่ที่เปิดรับความคิดสร้างสรรค์จากหลากหลายที่มา ถึงขนาดได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลในหมู่ชาวย่าปีที่สุด

อันที่จริง ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในจีนเท่านั้น หากในโลกตะวันตกก็ปรากฏแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคที่คล้ายคลึงกัน ภายใต้เทรนด์ใหม่มาแรงประจำปี 2026 ที่โลกโซเชียลฯ มอบชื่อเรียกน่ารักๆ ให้ว่า ‘วิมซี’ (whimsy) หมายถึงการแต่งตัวสไตล์หนึ่งที่ผู้สวมใส่สามารถหยิบยืมแรงบันดาลใจจากแฟชั่นและวัฒนธรรมหลากหลายแขนงมาผสมผสานกันอย่างอิสระ

ทั้งสองปรากฏการณ์สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของคนรุ่นใหม่ นั่นคือพวกเขาไม่ได้สร้างตัวตนด้วยการเลือกสังกัดซับคัลเจอร์ใดซับคัลเจอร์หนึ่งแล้วปักหลักอยู่ในชุมชนนั้นเหมือนในอดีต แต่เลือกรีมิกซ์อิทธิพลจากหลายซับคัลเจอร์เข้าด้วยกัน เพื่อประกอบสร้างอัตลักษณ์ที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด

Running is the New Ritual

หากย้อนกลับไปสักเมื่อ 10 ปีก่อน ภาพของคนตื่นตี 5 ออกมาวิ่งอาจดูเป็นกิจกรรมของนักกีฬามืออาชีพหรือคนที่กำลังตั้งใจลดน้ำหนัก แต่มาวันนี้ที่ยอดสมัครลงแข่งมาราธอนและไฮรอกซ์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เป็นที่ชัดเจนว่าเทรนด์สุขภาพได้ขยับสถานะของกิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกายขึ้นมาเป็นกิจวัตรของคนเมือง ไม่ใช่แค่ขั้นตอนการดูแลสุขภาพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นพิธีกรรมเล็กๆ ที่ผู้คนใช้จัดระเบียบชีวิตประจำวันด้วย

CryingCenter คือหนึ่งแบรนด์ที่จับสัญญาณนี้ได้อย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าช่วงปีให้หลัง พวกเขาค่อย ๆ ขยายจักรวาลของแบรนด์จากเดิมที่มีแค่สตรีทแวร์แนวสปอร์ตไปสู่แอ็กทีฟแวร์เต็มตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด quick-dry เจอร์ซีย์ ชุดว่ายน้ำ สปอร์ตบรา ไปจนถึงถุงเท้า รองเท้า และอุปกรณ์กีฬา แต่แน่นอนว่ายังคงภาษาการออกแบบและอารมณ์ขันแบบเดิมไว้

ที่น่าสนใจคือในบางคอลเลกชั่น แทนที่จะพัฒนาสินค้าขึ้นมาแข่งขันกับแบรนด์กีฬาอื่นๆ อย่างแข็งขัน CryingCenter กลับเลือกพาตัวเองเข้าไปคลุกวงใน เรียนรู้วัฒนธรรมการขายสินค้าสำหรับนักกีฬา โดยจับมือกับแบรนด์ผู้เล่นที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดนี้อยู่แล้ว เช่น CryingCenter x KUMPOO ที่คอลแล็บกันออกมาเป็นคอลเลกชั่นนักแบดมินตันเมื่อปี 2025 เป็นต้น

วิธีคิดดังกล่าวสะท้อนว่า CryingCenter ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นแบรนด์กีฬาเต็มตัว อย่างน้อยก็ไม่ใช่เร็วๆ นี้ แต่กำลังมองหาวิธีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ movement culture ที่กำลังเติบโตขึ้นในฐานะแบรนด์แฟชั่น เรื่องเทคโนโลยีหรือประสิทธิภาพทางการกีฬาจึงถูกปล่อยว่างให้แบรนด์พาร์ตเนอร์ที่เชี่ยวชาญกว่าเข้ามาเติมเต็ม แต่ส่วนตัวเองก็มุ่งทำในสิ่งเดิมที่ถนัด คือการเปลี่ยนสินค้าราคาจับต้องได้ให้กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่แสดงตัวตนเมื่ออยู่บนสนามกีฬา

อ้างอิง

Baidu Baike

China Fashion Week

Ewha Brand Communication

RADII

Yabi

Official Instagram

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...