โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้า 2 รางวัล ชูวิสัยทัศน์องค์กรแห่งความยั่งยืน

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กันยายน 2569 เวลา 3.38 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชูวิสัยทัศน์องค์กรแห่งความยั่งยืนพัฒนา ‘อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน’ คว้ามาตรฐานโลก LEED GOLD และ

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จและแสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ประกาศอีกหนึ่งความสำเร็จในระดับสากลที่อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง หรือ "อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน" ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวระดับโลก LEED v2009 HEALTHCARE ระดับ GOLDและ "อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน" ได้รับการรับรองมาตรฐานLEED v2009 NEW CONSTRUCTION ระดับสูงสุด PLATINUM จาก U.S. Green Building Council (USGBC) ซึ่งเป็นองค์กรผู้นำด้านการประเมินอาคารเขียวระดับสากลในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยถือเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์ของรัฐแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการให้บริการทางการแพทย์และการศึกษาที่เป็นเลิศ แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพชีวิต สุขอนามัยของผู้ป่วย บุคลากร และนักศึกษา ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และสร้างความสมดุลแห่งวิถีชีวิตที่ยั่งยืน โดยทางด้านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นระบบประเมินอาคารสีเขียวที่ได้รับความนิยมและน่าเชื่อถือที่สุดในโลกนั้น อาคารของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างเข้มงวดและโดดเด่นใน 7 ประเด็น ดังนี้:

1. การพัฒนาทำเลที่ตั้งอย่างยั่งยืน (Sustainable Site) อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์ราชการในฝั่งเหนือของกรุงเทพมหานคร มีการจัดสรรพื้นที่สำหรับป้ายจอดรถประจำทางด้านหน้าโครงการเพื่อรองรับระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมจัดพื้นที่จอดรถจักรยานเพื่อส่งเสริมการใช้คมนาคมทางเลือก และจัดพื้นที่จอดรถประสิทธิภาพสูงเพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงหรือพลังงานทางเลือก

2. การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศ (Green Space) ออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งเชิงนิเวศ ประกอบด้วยทางเดินร่มไม้และทางสำหรับรถเข็นที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ช่วยเยียวยาและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับผู้ป่วย ญาติ และบุคลากร

3. การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water Efficiency) บริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยเลือกใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำร่วมกับระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำน้ำกลับมาหมุนเวียนใช้ในระบบรดน้ำต้นไม้และหอระบายความร้อน พร้อมติดตั้งมาตรวัดน้ำย่อยเพื่อตรวจสอบและควบคุมการใช้น้ำในทุกระบบอย่างแม่นยำ

4. การประหยัดพลังงานและปกป้องชั้นบรรยากาศ (Energy & Atmosphere Efficiency) เนื่องจากเป็นอาคารที่เปิดให้บริการทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง และรองรับช่วงเวลาการเรียนของนักศึกษาที่แตกต่างกัน การออกแบบจึงเน้นนวัตกรรมประหยัดพลังงานขั้นสูง ได้แก่:

• การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาด

• ใช้กระจกประหยัดพลังงาน Laminated Insulated low-E และติดตั้งฉนวนหลังคาเพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคาร

• ใช้หลอดไฟ LED ประสิทธิภาพสูงร่วมกับเซนเซอร์ตรวจวัดแสงธรรมชาติ (Daylight sensor)

• ใช้ระบบ BAS ร่วมกับ Digital meter ในการแยกวัด ตรวจสอบ บันทึก และแสดงผลการใช้พลังงานเพื่อการบริหารจัดการอาคารอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

• ระบบปรับอากาศเลือกใช้สารทำความเย็นที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนและมีค่าทำให้เกิดภาวะโลกร้อนต่ำ (Low GWP) รวมถึงมีการควบคุมมลพิษจากการก่อสร้างอย่างเข้มงวด

5. คุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร (Indoor Environmental Quality) โดยให้ความสำคัญกับระบบปรับอากาศและจัดการอากาศบริสุทธิ์ โดยติดตั้งระบบตรวจวัดปริมาณอากาศบริสุทธิ์และคาร์บอนไดออกไซด์ ควบคุมอุณหภูมิ ความเร็วลม และความชื้นสัมพัทธ์ให้เหมาะสม เพื่อให้อากาศหมุนเวียนภายในอาคารมีความสะอาด ปลอดภัย และเอื้อต่อสุขอนามัยของผู้ใช้อาคาร

6. ความปลอดภัยของวัสดุและการเลือกใช้ (Material Safety)เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ปลอดสารพิษ ปรอท ตะกั่ว แคดเมียม ทองแดง เพื่อลดมลพิษทางอากาศและสารก่อโรค เลือกใช้วัสดุปูผิวพื้นภายนอกและหลังคาอาคารสีอ่อนที่มีค่าดัชนีการสะท้อนรังสีความร้อนสูง ช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน และเน้นใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุที่ผลิตภายในประเทศ

7. การบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม (Waste Management)โดยอาคารจัดให้มีพื้นที่คัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ ทั้งขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะอันตราย และขยะรีไซเคิล รวมถึงมีการจัดการขยะและเศษวัสดุตั้งแต่ช่วงการก่อสร้างโครงการ ตลอดจนการทำความสะอาดและบริหารจัดการอาคารในทุก ๆ วันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การได้รับรองมาตรฐาน LEED GOLD และ LEED PLATINUMในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงความสำเร็จด้านสถาปัตยกรรมและการบริหารจัดการอาคารเท่านั้น หากแต่เป็น "ก้าวสำคัญ" ที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) อย่างเป็นรูปธรรม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มุ่งมั่นที่จะบูรณาการแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานนี้ ให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรและแผนยุทธศาสตร์ในระยะยาว ทั้งในด้านการสร้างสรรค์งานวิจัย นวัตกรรมทางการแพทย์ และการบ่มเพาะบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ เพื่อให้สถาบันแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการรักษาพยาบาลที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อชุมชนรอบข้าง และพร้อมเป็นองค์กรต้นแบบที่ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืนสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...