โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุย 3 มาตรการดูแล ‘นกปรอดหัวโขน’ หลังพ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง!

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเดินหน้า 3 มาตรการดูแล 'นกปรอดหัวโขน' หลังพ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมเพาะเลี้ยงถูกกฎหมายควบคู่การอนุรักษ์

02 ก.ย.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินหน้าแก้ไขข้อจำกัดเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก โดยสืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ มีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกการกำหนดให้นกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อสนับสนุนการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และส่งเสริมการพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีวิถีและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกปรอดหัวโขนมาอย่างยาวนาน

ภายหลังมติ ครม. ดังกล่าว นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและลงนามในกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ส่งผลให้นกปรอดหัวโขนพ้นจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง สามารถเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ และซื้อขายได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปลดข้อจำกัดที่มีมาอย่างยาวนาน เปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงสามารถเพาะพันธุ์และใช้ประโยชน์จากนกปรอดหัวโขนได้อย่างถูกต้อง และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ประชากรนกในธรรมชาติควบคู่กัน เพื่อไม่ให้การปลดล็อกนำไปสู่การลักลอบจับนกจากธรรมชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงกำหนด 3 มาตรการสำคัญ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

มาตรการแรก การคุ้มครองนกปรอดหัวโขนในพื้นที่ป่าธรรมชาติอย่างเข้มข้น โดยบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องนกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงห้ามล่าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุกเขต พร้อมตั้งด่านตรวจ ลาดตระเวนเชิงรุก สกัดกั้นการลักลอบดักจับ และขยายผลปราบปรามเครือข่ายค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ตลอดจนพัฒนาระบบข่าวกรอง ข้อมูล และขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่

มาตรการที่สอง การกำกับดูแลนกปรอดหัวโขนนอกพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ โดยร่วมมือกับสมาคมและเครือข่ายผู้เลี้ยงในการสำรวจ ขึ้นทะเบียน และควบคุมการเคลื่อนย้ายนกปรอดหัวโขน พร้อมยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ ผลักดันการดูแลนกให้อยู่ภายใต้กฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และสร้างการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมร่วมกับชุมชนและกลุ่มผู้เลี้ยง เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์

มาตรการที่สาม การยกระดับการเพาะพันธุ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยยกระดับมาตรฐานฟาร์มและกรงเลี้ยง มีผู้เชี่ยวชาญดูแล ขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์ และจัดทำเครื่องหมายประจำตัวนกตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมจัดทำฐานข้อมูลผู้เลี้ยงทั่วประเทศและเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการเพาะพันธุ์นกปรอดหัวโขนเชิงพาณิชย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์

นางสาวลลิดา กล่าวว่า จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 จนถึงการประกาศกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ถือเป็นการดำเนินการที่เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลรับฟังทั้งความต้องการของประชาชนและกลุ่มผู้เลี้ยงนกปรอดหัวโขน ตลอดจนข้อห่วงกังวลของฝ่ายอนุรักษ์ และนำมาวางมาตรการรองรับ เพื่อให้การเพาะเลี้ยงและการใช้ประโยชน์สามารถดำเนินไปได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันยังคงคุ้มครองนกในป่าธรรมชาติอย่างเข้มข้น

“การปลดล็อกครั้งนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากนกปรอดหัวโขนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ได้ลดความสำคัญของการอนุรักษ์ แต่ยังคงดูแลนกในป่าธรรมชาติอย่างเต็มที่ เพื่อให้วิถีของผู้เลี้ยง การสร้างรายได้ และการอนุรักษ์สามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะติดตามสถานการณ์ประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้ทางวิชาการ โดยหากพบการลักลอบจับนกจากธรรมชาติจนทำให้ประชากรลดลง จะเสนอให้นกปรอดหัวโขนกลับเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ของประชาชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...