โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกนัฏ”หนุนปชช.จากผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นProsumer ชงกพช.เพิ่มโควต้ารับซื้อโซลาร์หลังคา-แก้อายุสัญญายาวกว่า10ปี

Manager Online

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • MGR Online

“เอกนัฏ”หนุนปรับบทบาทประชาชนจากผู้ใช้ไฟฟ้ามาเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า (Prosumer) เตรียมชงกพช.เพิ่มโควตาการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์บนหลังคา และแก้ไขอายุสัญญาซื้อไฟฟ้าให้ยาวกว่า 10ปี พร้อมเร่งพัฒนาSmart Grid เพื่อเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อปลดล็อกประตูไปสู่อุตสาหกรรมโลกยุคใหม่

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานเสวนา KT Dialogue New Horizon: Smart Grid พลิกโฉมโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคตว่า เมื่อพลังงานในโลกยุคเก่าที่พึ่งพาเชื้อเพลิงน้ำมันกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ไฟฟ้า เปรียบเสมือนลมหายใจและเป็นกุญแจปลดล็อกประตูสู่อุตสาหกรรมโลกยุคใหม่ อาทิ Data Center ซึ่งในอนาคตอาจจะกลายเป็นอีกลมหายใจหนึ่งก็ได้

เนื่องจากData Center มีการใช้ทรัพยากรทั้งไฟฟ้าและน้ำสูงมาก จำเป็นที่ภาครัฐต้องเข้ามาจัดระเบียบ ทบทวนเงื่อนไขและที่สำคัญต้องสร้างประโยชน์ต่อประเทศ ขณะที่ความต้องการพลังงานไฟฟ้านับวันเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะพลังงานสะอาด ไม่เพียงช่วยเรื่องNet Zero แต่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมส่งออกยิ่งประเทศไทยปรับตัวช้าก็จะตกขบวนทันที

ดังนั้นภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนที่หลากรูปแบบ รวมถึงการเปิดเสรีให้ประชาชนจากเดิมที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้า (Consumer) กลายมาเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าในเวลาเดียวกัน (Prosumer) และการเกิดขึ้นของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่มีวัตถุประสงค์ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองและหรือจ้างผู้อื่นผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในกิจการตนเอง (Independent Power Supply : IPS) ทำให้มีผู้เล่นในระบบเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

ดังนั้นการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) จึงมีบทบาทสำคัญใน 3 เรื่องคือ การคาดการณ์ (Forecast) การตรวจวัด (Monitor) และการควบคุม (Control) ระบบไฟฟ้าทั้งหมด รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน

ทั้งนี้โครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว และมีการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทย

ดังนั้นภายใต้แผนงานอัพเกรด Smart Grid ภาครัฐจะปูพรมจัดเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time) ตลอดเวลา โดยจะเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ตัวอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ของโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือน และผู้ผลิตรายย่อย เพื่อเชื่อมโยงแชร์ข้อมูลระหว่างเจ้าของบ้าน, การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (กฟภ. และ กฟน.), ผู้กำกับดูแล (กกพ.) และผู้ควบคุมระบบจัดส่งไฟฟ้า

การเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำนี้ จะทำให้รัฐวางแผนพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า และเลือกลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้า (STATCOM) หรือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในแต่ละจุดได้อย่างตรงจุด เพราะในช่วงที่ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือลมเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง ระบบ Smart Grid จะสั่งการควบคุม และตัดกระแสไฟบางส่วนออกชั่วคราว ทำให้ระบบไฟฟ้าไม่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง (Blackout) เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศสเปน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ในเร็วๆนี้ จะปรับเพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้ารูฟท็อปภาคประชาชนเพิ่มขึ้น 500 เมกะวัตต์ และเตรียมปรับแก้อายุสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเดิมที่กำหนด 10 ปี ให้ยาวขึ้น เนื่องจากการซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มมีสัญญายาว 25 ปี รวมทั้งอำนวยความสะดวกเรื่องการหักลบรายได้ผ่านบิลค่าไฟฟ้า

ทั้งนี้ ภาครัฐต้องการเปลี่ยนบทบาทประชาชนจากผู้ใช้ไฟฟ้ามาเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า (Prosumer) โดยมีแผนปรับเปลี่ยนแนวคิดการจัดสรรโควตาการผลิตไฟฟ้าสะอาดจากเดิมที่เปิดรับซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชนรายใหญ่รวม 5พันเมะวัตต์ มาเป็นการหั่นโควตาออกมาให้แก่ประชาชนที่มีที่ดินหรือหลังคาบ้านเพื่อติดตั้งโซลาร์ขายไฟให้ภาครัฐบ้านละ 5 กิโลวัตต์ สร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 1,400- 1,500 บาทต่อเดือน

ก่อนหน้านี้ กพช.มีมติปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA) จากเดิมที่ถูกตีกรอบจำกัดเฉพาะกลุ่ม Data Center ไว้ที่ไม่เกิน 2,000 เมกะวัตต์ มาเป็นแบบเปิดกว้างให้แก่ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการเข้าถึงไฟฟ้าสะอาด ลดผลกระทบภาษีCBAM ของยุโรป

ขณะเดียวกัน เตรียมประกาศใช้เกณฑ์ค่าบริการสายส่งแก่บุคคลที่สาม หรือ TPA Charge (Third Party Access) ซึ่งประกอบด้วย ค่าสายส่งของ กฟผ., ค่าระบบจำหน่ายของ กฟภ./กฟน., ค่าความมั่นคง, ค่าความสูญเสียในระบบ เพื่อเปิดทางให้ผู้ซื้อ และผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาดสามารถจับคู่ซื้อขายพลังงานกันได้โดยตรงโดยจ่ายเพียงค่าบริการระบบสายส่ง ซึ่งต้องเป็นอัตราที่เหมาะสม และเป็นธรรม ทำให้ค่าไฟพลังงานสะอาดต่ำกว่ากว่าค่าไฟจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

ปัจจุบัน อัตรารับซื้อไฟฟ้าหมุนเวียน (FiT) ของโซลาร์อยู่ที่ 2.16 บาทต่อหน่วย พลังงานลมอยู่ที่ประมาณ 3 บาทต่อหน่วย ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ตลาดจร(Spot)ล่าสุด อยู่ที่ 23เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู หรือคิดเป็นต้นทุนค่าไฟราว 5บาทต่อหน่วย เพื่อไม่ให้ LNG นำเข้าที่มีราคาแพงเป็นภาระนำไปรวมกับค่าไฟทั่วไปจนทำให้อัตราค่าไฟแพงขึ้น ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงแยกกลุ่ม Data Center ออกเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทใหม่ (ประเภทที่ 9) เพื่อให้กลุ่มนี้ต้องรับผิดชอบกับภาระต้นทุน LNG ตามราคาจริง แต่ก็มีทางเลือกให้ Data Center บริหารจัดการจัดซื้อเชื้อเพลิงเอง หรือเลือกหันไปซื้อไฟฟ้าสะอาดราคาถูกผ่านระบบ Direct PPAได้

“วันนี้ประเทศไทย ภาครัฐและเอกชนเจอแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น Smart Grid จึงเป็นตัวที่จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งต้องเร่งดำเนินการทำโดยเร็ว”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...