โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

31 กรกฎาคม 2569 วันอะโวคาโดแห่งชาติ รู้จักที่มา พร้อมประโยชน์ของอะโวคาโด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วันนี้วันอะไร 31 กรกฎาคม 2569 วันอะโวคาโดแห่งชาติ รู้จักที่มา พร้อมประโยชน์ของอะโวคาโด

หากถามว่า "วันนี้วันอะไร?" สำหรับวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 คำตอบคือ "วันอะโวคาโดแห่งชาติ" (National Avocado Day) วันที่คนรักอะโวคาโดทั่วโลกต่างร่วมเฉลิมฉลองให้กับผลไม้สีเขียวเนื้อครีมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน

อะโวคาโดไม่ได้โดดเด่นเพียงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร จึงถูกนำไปใช้ในเมนูสุขภาพมากมาย ตั้งแต่อาหารเช้า สลัด สมูทตี ไปจนถึงของหวาน

แล้ว วันอะโวคาโดแห่งชาติ มีที่มาอย่างไร? อะโวคาโดมีประโยชน์อะไรบ้าง และกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด? มาหาคำตอบกัน

วันอะโวคาโดแห่งชาติ (National Avocado Day) คืออะไร?

วันอะโวคาโดแห่งชาติ (National Avocado Day) ตรงกับวันที่ 31 กรกฎาคม ของทุกปี โดยเริ่มต้นจากการรณรงค์ในสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมการบริโภคอะโวคาโดและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการของผลไม้ชนิดนี้

ปัจจุบัน วันดังกล่าวได้รับความนิยมในหลายประเทศ ร้านอาหาร คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และผู้ผลิตอาหารจำนวนมาก มักจัดโปรโมชั่นหรือคิดค้นเมนูใหม่ ๆ ที่มีอะโวคาโดเป็นวัตถุดิบหลัก

อะโวคาโดมีต้นกำเนิดจากที่ไหน?

อะโวคาโดมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลางและเม็กซิโก โดยมีหลักฐานว่ามนุษย์รู้จักและบริโภคผลไม้ชนิดนี้มานานหลายพันปี ก่อนจะแพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ปัจจุบัน ประเทศที่เป็นผู้ผลิตอะโวคาโดรายใหญ่ ได้แก่ เม็กซิโก เปรู โคลอมเบีย และสาธารณรัฐโดมินิกัน ขณะที่ในประเทศไทยก็มีการปลูกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน

ประโยชน์ของอะโวคาโด

อะโวคาโดได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารหลายชนิด ได้แก่

1. มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

อะโวคาโดมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่พบได้ในอาหารเพื่อสุขภาพหลายประเภท

2. เป็นแหล่งใยอาหาร

ใยอาหารมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบทางเดินอาหาร และช่วยให้อิ่มนานขึ้นเมื่อรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สมดุล

3. อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ

อะโวคาโดมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินอี วิตามินเค โฟเลต วิตามินซี และโพแทสเซียม

4. นำไปประกอบอาหารได้

ด้วยรสชาติที่มันนุ่มและกลิ่นไม่แรง ทำให้อะโวคาโดเข้ากันได้ดีกับทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...