โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Gen Z ติดจอมากเกินไป! เสี่ยงโรครุมเร้า ทั้งอ้วน ซึมเศร้า จี้ผู้ปกครองเร่งรับมือ

SpringNews

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในวันที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ของคนรุ่นใหม่ การใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์แทบตลอดทั้งวันอาจไม่ใช่แค่เรื่องของพฤติกรรม แต่กำลังกลายเป็น 'ภัยเงียบ' ที่ค่อย ๆ บั่นทอนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของเด็กและเยาวชนไทย ล่าสุดสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์สุขภาพของเด็กและเยาวชนไทยกลุ่ม Gen Z หรือผู้ที่เกิดหลังปี พ.ศ. 2540 โดย พบว่า วิถีชีวิตในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย กำลังผลักดันให้คนรุ่นใหม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้น ทั้งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพจิต และภาวะผิดปกติจากการใช้สมาร์ตโฟน

ข้อมูลของ สสส. ระบุว่า เยาวชน Gen Z ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ยสูงถึงวันละ 5 ชั่วโมง ทั้งการเล่นโซเชียลมีเดีย ดูคอนเทนต์ เล่นเกม และใช้งานสมาร์ตโฟนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมใจร้อน อดทนรอคอยได้น้อย ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ลดลง และมีโลกส่วนตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่หันไปใช้งานแพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) มากขึ้น เพื่อเกาะติดกระแสข่าว แฟชั่น และประเด็นสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สสส. ระบุว่า การนั่งหรือนอนใช้โทรศัพท์มือถือ ดูซีรีส์ และเล่นเกมเป็นเวลานาน ประกอบกับการบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดและเครื่องดื่มรสหวานที่สั่งได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี ส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีความเสี่ยงต่อ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยนำไปสู่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ

การจ้องหน้าจอต่อเนื่องเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสายตา ทั้งอาการตาแห้ง ตามัว ระคายเคืองตา และภาวะสายตาสั้นตั้งแต่อายุยังน้อย

ด้านสุขภาพจิต สสส. เตือนว่า การเสพสื่อออนไลน์เป็นเวลานานอาจส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีสมาธิลดลง จนนำไปสู่ปัญหาคล้ายโรคสมาธิสั้น รวมถึงพบแนวโน้มของ ภาวะออทิสติกเทียม ที่ส่งผลต่อทักษะการสื่อสารและการเข้าสังคม ขณะที่การเปรียบเทียบตัวเองกับภาพลักษณ์ของผู้อื่นบนโซเชียลมีเดีย ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า

รายงานยังระบุถึงโรคและภาวะที่เกิดจากการใช้สมาร์ตโฟนโดยตรง ได้แก่ โรคละเมอแชต (Sleep Texting) หรือการตอบข้อความขณะหลับกึ่งรู้ตัว ซึ่งทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ และ โรคโนโมโฟเบีย (Nomophobia) หรือภาวะหวาดกลัวการไม่มีโทรศัพท์มือถือหรือแบตเตอรี่หมด จนก่อให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ การได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอร่วมกับการอดนอน ยังเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนในเด็กและเยาวชนได้ง่ายขึ้น

สสส. แนะนำว่า ผู้ปกครองยังคงเป็น "เกราะป้องกัน" ที่สำคัญที่สุด โดยควรเป็นแบบอย่างในการใช้สื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสม พร้อมกำหนดกติกาการใช้โทรศัพท์มือถือภายในครอบครัว เช่น งดเล่นมือถือระหว่างรับประทานอาหาร เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และสร้างสมดุลระหว่างโลกออนไลน์กับโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างเหมาะสม

ที่มา: https://dol.thaihealth.or.th/Media/Pdfview/6cd21667-30e0-ea11-80ec-00155d09b41f

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...