อุกอาจกลางเมือง! เปิดพฤติการณ์กลุ่มคนร้าย บุกถล่มทหารพราน พลีชีพ 5 ราย เจอ 100 ปลอกเอ็ม16-อาก้า
ความคืบหน้าล่าสุด เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 4509 กรมทหารพรานที่ 45 ขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ม.7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 6 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น
โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางมาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิดของกลุ่มคนร้ายตกกระจายอยู่บนถนน อาทิ ปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 อาก้า และปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 11 ม.ม. รวมทั้งปลอกกระสุนปืนชนิดต่างๆ ที่กลุ่มคนร้ายได้คัดออกจากลำกล้องที่ติดขัด รวมกว่า 100 ปลอก และบริเวณบังเกอร์ของจุดตรวจมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มคนร้ายเป็นรูพรุนจำนวนหลายจุด
นอกจากนี้ บริเวณปลายหัวสะพานด้านซ้ายมือของจุดตรวจ ซึ่งเป็นหอสูง คนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ 1 ลูก ขณะหลบหนีหลังก่อหตุแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบครุภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นเครื่องใช้ประจำกายของทหารพรานที่สียชีวิตทั้ง 5 นาย เจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายขโมยเสื้อเกราะกันกระสุน 4 ตัว ซองกระสุนปืน 4 ซอง และอาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม.จำนวน 1 กระบอก ก่อนที่จะหลบหนีไป
ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าจุดตรวจ และที่ติดตั้งไว้บริเวณฝั่งกันตรงข้ามด้านขวามือของจุดตรวจ พบคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ตามวงจรปิด มีกว่า 10 คน
คนร้ายกลุ่มแรกทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะนิสสัน สีดำ และนั่งที่กระบะหลัง 6 คน ที่แต่งกายชุดสีดำเหมือนกับทหารพราน พร้อมสวมหมวกปีกอำพรางใบหน้า ส่วนชุดที่ 2 กลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้ายรถ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาวแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน คนขับแต่งการใส่เสื้อสีขาว พร้อมสวมหมวกกันน็อกมีอาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม. ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายเป็นผู้ชายแต่งการอำพรางด้วยชุดฮีญาบสีดำของผู้หญิง มีอาวุธปืน อาก้า ขี่รถจักรยานยนต์ตามไล่หลังรถยนต์กระบะของคนร้าย ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง
จากภาพวงจรปิดที่บันทึกได้บริเวณจุดตรวจ พบว่ากลุ่มคนร้ายขับรถยนต์กระบะมาตามเส้นทางตลาดตันหยงมัส โดยมีรถกระบะขับนำหน้าแล้วมีรถจักรยานยนต์คุ้มกันตามไล่หลังมา เมื่อถึงบริเวณหน้าจุดตรวจพบทหารพราน 3 นาย ทำหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัด คนร้ายชะลอความเร็วของรถกระบะ ให้คนร้ายที่นั่งอยู่ในกระหลัง ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม.16 และอาก้ายิงถล่มใส่ทหาร เมื่อทหารล้มลงกองกับพื้น คนร้ายจอดรถกระบะให้คนร้ายลงมือยิงซ้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าทหารทั้ง 5 นาย ที่อยู่ในบังเกอร์อีก 2 นายเสียชีวิต และลงมารื้อค้นเอาอาวุธปืน อาก้าพับฐาน 4 กระบอก และอาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก รวมทั้งสิ้น 5 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 4 ซอง แล้วขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป กลุ่มคนร้ายมุ่งหน้าไปตามเส้นทาง ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
ส่วนคนร้ายชุดที่ 2 ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง ได้จอดรถจักรยานยนต์บนถนนแล้วช่วยกันใช้อาวุธปืน 11 ม.ม.และอาก้า ยิงคุ้มกันไปตามทิศทางต่างๆ เพื่อให้คนร้ายแยกย้ายลงมารื้อค้นเอาเสื้อเกราะกันกระสุนและอาวุธปืนประจำกายของทหารทั้ง 5 นายที่เสียชีวิต เมื่อคนร้ายชุดที่ 1 ปฏิบัติการณ์แล้วเสร็จ และวิ่งขึ้นรถกระบะหลบหนีไป คนร้ายชุดที่ 2 ที่ทำหน้าที่คุ้มกัน ได้พากันขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หลบไปตามไล่หลังกันไป ซึ่งการปฏิบัติการณ์ของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ ในกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้าย ใช้เวลาในการปฏิบัติการณ์เพียง 1.30 นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ ทราบจากแหล่งข่าวว่า จุดตรวจบูเก๊ะซามี โดยปกติจะมีทหารพรานปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันทั้งหมด 8 นาย แต่วันเกิดเหตุเหลือเพียง 5 นาย ส่วนอีก 3 นายอยู่ในช่วงลาพัก กลุ่มคนร้ายคงทราบความคลื่อนไหว จึงไประชุมวางแผนอาศัยช่องโหว่ดังกล่าวลงมือก่อเหตุ
ต่อมาหลังจากกลุ่มคนร้ายปฏิบัติการณ์ถล่มจุดตรวจบูก๊ะซามีแล้ว ได้ขับรถยนต์กระบะคันก่อเหตุหลบหนี โดยมุ่งหน้าไปยังรอยต่อ อ.จะแนะกับ อ.ศรีสาคร จนกระทั่งเวลา 20.00 น.ของวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.คณิต เต่งทิ้ง ผกก.สภ.ศรีสาคร รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านไอร์เจี๊ยะ ม.5 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร ว่ามีเหตุไฟไหม้รถกระบะยี่ห้อ นิสสัน ทะเบียน ผน 6866 สงขลา จึงระดมกำลังตำรวจและทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบและพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งคัน ซึ่งคนร้ายใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี ในพื้นที่ อ.ระแงะ จึงประสานไปให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมกันพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้น พบว่า หมายเลขทะเบียน ผน 6866 สงขลา ที่คนร้ายใช้ติดในการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นป้ายทะเบียนของรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำตาล ผู้ครอบครองอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา ส่วนรถยนต์กระบะนิสสัน ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จ้าหน้าที่จะตรวจสอบหมายเลขคัสซี ว่ารถยนต์คันดังกล่าวหมายเลขทะเบียนจริงคือหมายเลขทะเบียนอะไร ใครเป็นผู้ครองครองเพื่อป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายมาลงโทษตามกฏหมายต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม