โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดความจริง 8 ประโยชน์ "เปลือกกล้วย" ที่แชร์กันบ่อย ข้อไหนจริง-ข้อไหนต้องระวัง?

sanook.com

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เปลือกกล้วยอย่าเพิ่งทิ้ง มีสารอาหารจริง แต่ 8 สรรพคุณยอดฮิตข้อไหนใช้ได้จริง ข้อไหนเกินจริง?

เปลือกกล้วยอย่าเพิ่งทิ้ง มีสารอาหารจริง แต่ 8 สรรพคุณยอดฮิตข้อไหนใช้ได้จริง ข้อไหนเกินจริง?

หลังรับประทานกล้วย หลายคนมักโยนเปลือกลงถังขยะทันที ทั้งที่ส่วนซึ่งถูกมองว่าไร้ประโยชน์นี้มีใยอาหาร แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีหลายชนิด อย่างไรก็ตาม การพบสารสำคัญในห้องทดลอง ไม่ได้หมายความว่าเพียงนำเปลือกกล้วยมาถูผิว ฟัน หรือรับประทานแล้วจะรักษาโรคได้ทันที

งานทบทวนทางวิชาการระบุว่า เปลือกกล้วยมีใยอาหารประมาณ 20-30% เมื่อพิจารณาจากน้ำหนักแห้ง รวมถึงมีสารกลุ่มโพลีฟีนอล แคโรทีนอยด์ และแร่ธาตุบางชนิด งานวิจัยจำนวนหนึ่งยังพบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านจุลชีพของ สารสกัดจากเปลือกกล้วย ในห้องทดลอง แต่หลักฐานการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด

1. เปลือกกล้วยลดอาการคันและรักษาเชื้อราได้หรือไม่?

สารสกัดจากเปลือกกล้วยบางชนิดแสดงฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อราในหลอดทดลองจริง แต่สารสกัดที่ผ่านกระบวนการและควบคุมความเข้มข้นแตกต่างจากการนำเปลือกสดมาทาบนผิวโดยตรง ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอที่จะยืนยันว่าเปลือกกล้วยสดสามารถรักษาโรคเชื้อรา การติดเชื้อแบคทีเรีย หรืออาการจากแมลงกัดต่อยได้

ไม่ควรนำเปลือกกล้วยบดผสมขิงไปพอกแผล โดยเฉพาะแผลเปิดหรือผิวหนังที่อักเสบ เพราะวัตถุดิบอาจมีสิ่งสกปรก สารตกค้าง หรือจุลินทรีย์ปนเปื้อน หากมีอาการบวมแดง ปวด มีหนอง หรือผื่นลุกลาม ควรพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

2. กินเปลือกกล้วยช่วยแก้ท้องผูกได้จริงหรือ?

เปลือกกล้วยมีใยอาหารและเพกทินซึ่งอาจช่วยเพิ่มกากอาหาร แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการดื่มน้ำต้มเปลือกกล้วยรักษาอาการท้องผูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ ใยอาหารส่วนใหญ่อาจไม่ได้ออกมาอยู่ในน้ำต้มทั้งหมด หากต้องการได้รับใยอาหารจึงควรเลือกรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และดื่มน้ำให้เพียงพอ

เปลือกกล้วยสามารถนำมาประกอบอาหารได้ แต่ต้องล้างให้สะอาด เลือกผลที่ไม่มีเชื้อราหรือรอยเน่า และปรุงให้สุกเพื่อลดความเหนียวและความขม ไม่ควรรับประทานมากทันที เพราะใยอาหารปริมาณสูงอาจทำให้ท้องอืดหรือไม่สบายท้องได้

3. ใช้เปลือกกล้วยรักษาหูดได้หรือไม่?

กระแสออนไลน์มักแนะนำให้นำด้านในของเปลือกกล้วยแปะหูดข้ามคืน แต่ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือว่าวิธีนี้กำจัดเชื้อไวรัส HPV หรือทำให้หูดหลุดได้ คำกล่าวที่ว่าเอนไซม์และโพแทสเซียมในเปลือกกล้วยจะสลายรากหูด จึงยังไม่สามารถสรุปเป็นข้อเท็จจริงได้

American Academy of Dermatology ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดซาลิไซลิกเป็นหนึ่งในวิธีรักษาหูดที่มีหลักฐานรองรับสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ผู้เป็นเบาหวาน มีการไหลเวียนเลือดไม่ดี หรือมีอาการชาบริเวณดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ หากก้อนมีเลือดออก เจ็บ หรือไม่แน่ใจว่าเป็นหูดจริงหรือไม่ ควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจวินิจฉัย

4. น้ำต้มเปลือกกล้วยช่วยแก้ปวดฟันหรือเหงือกอักเสบ?

แม้สารสกัดจากเปลือกกล้วยเคยแสดงฤทธิ์ต่อแบคทีเรียในช่องปากบางชนิดในห้องทดลอง แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอว่าน้ำต้มเปลือกกล้วยจะรักษาอาการปวดฟันหรือเหงือกอักเสบในคนได้ การเติมน้ำตาลกรวดยิ่งไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับสุขภาพช่องปาก เพราะน้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับฟันผุ

อาการปวดฟันอาจเกิดจากฟันผุ เหงือกอักเสบ ฟันแตก หรือการติดเชื้อ ซึ่งต้องรักษาที่ต้นเหตุ การดื่มน้ำต้มสมุนไพรอาจทำให้อาการทุเลาชั่วคราว แต่ไม่สามารถอุดฟัน กำจัดคราบหินปูน หรือรักษาการติดเชื้อแทนทันตแพทย์ได้

5. เปลือกกล้วยช่วยลดรอยสิวและจุดด่างดำหรือไม่?

เปลือกกล้วยมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด แต่ยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกคุณภาพสูงยืนยันว่า การถูเปลือกกล้วยผสมน้ำผึ้งบนใบหน้าจะลดรอยสิวหรือจุดด่างดำได้ การนวดหรือขัดผิวแรงเกินไปอาจทำให้ผิวระคายเคืองและรอยดำหลังการอักเสบเด่นขึ้นกว่าเดิม

ผู้ที่ต้องการดูแลรอยสิวควรใช้ครีมกันแดดเป็นประจำและเลือกผลิตภัณฑ์ซึ่งมีส่วนผสมที่ผ่านการประเมินด้านความปลอดภัย หากมีสิวอักเสบมาก รอยดำไม่จางลง หรือเกิดแผลเป็น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังแทนการทดลองสูตรจากอาหารบนใบหน้า

6. ใช้เปลือกกล้วยพอกหน้าแล้วผิวชุ่มชื้นขึ้นจริงหรือ?

ด้านในของเปลือกกล้วยมีความชื้นและไขมันธรรมชาติอยู่บ้าง จึงอาจทำให้ผิวรู้สึกลื่นหรือนุ่มขึ้นชั่วคราว แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าช่วยสร้างคอลลาเจน กระชับผิว หรือชะลอริ้วรอยได้จริง ความรู้สึกนุ่มหลังใช้จึงไม่ควรถูกตีความว่าโครงสร้างผิวได้รับการฟื้นฟูแล้ว

เปลือกกล้วยสดอาจมีฝุ่น สารตกค้าง และจุลินทรีย์ จึงไม่เหมาะกับผิวที่มีแผล สิวอักเสบ หรือผิวแพ้ง่าย ผู้ที่ทดลองสัมผัสกับผิวควรทดสอบในบริเวณเล็ก ๆ ก่อน และหยุดใช้ทันทีเมื่อเกิดอาการคัน แสบ หรือแดง

7. ถูเปลือกกล้วยช่วยฟอกฟันขาวได้หรือไม่?

ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ยืนยันว่าโพแทสเซียม แมกนีเซียม หรือแมงกานีสจากเปลือกกล้วยสามารถซึมเข้าสู่ฟันและกำจัดคราบเหลืองได้ การถูฟันด้วยเปลือกกล้วยจึงไม่ถือเป็นวิธีฟอกสีฟันที่ผ่านการพิสูจน์ และไม่สามารถทดแทนการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ได้

การดูแลช่องปากที่มีหลักฐานรองรับคือแปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ ทำความสะอาดซอกฟัน และตรวจฟันเป็นประจำ หากต้องการฟอกสีฟัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการประเมินความปลอดภัยหรือปรึกษาทันตแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเสียวฟัน ฟันผุ หรือโรคเหงือก

8. ใช้ขัดรองเท้าหนังและของใช้ได้หรือไม่?

ด้านในของเปลือกกล้วยอาจช่วยเช็ดฝุ่นและทำให้รองเท้าหนังดูเงาขึ้นชั่วคราวจากความชื้นและน้ำมันธรรมชาติ หลังเช็ดควรใช้ผ้าแห้งสะอาดเช็ดซ้ำ และทดลองในจุดที่มองไม่เห็นก่อน เพราะหนังแต่ละชนิดตอบสนองต่อความชื้นไม่เหมือนกัน

ส่วนเครื่องประดับเงินควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับทำความสะอาดเงินโดยเฉพาะ เปลือกกล้วยอาจทิ้งคราบและไม่เหมาะกับเครื่องประดับที่มีอัญมณี กาว หรือผิวเคลือบ การใช้ประโยชน์ด้านทำความสะอาดจึงควรเน้นของใช้ที่ไม่บอบบางมากกว่า

สรุป เปลือกกล้วยมีคุณค่า แต่ไม่ใช่ยาสารพัดโรค

เปลือกกล้วยมีใยอาหารและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิดจริง จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นวัตถุดิบอาหาร ผลิตภัณฑ์ และวัสดุชีวภาพในอนาคต แต่สรรพคุณต้านเชื้อส่วนใหญ่ยังมาจากการศึกษาสารสกัดในห้องทดลอง ไม่ใช่หลักฐานว่าการใช้เปลือกสดตามสูตรออนไลน์จะรักษาโรคในมนุษย์ได้

วิธีใช้ที่สมเหตุสมผลคือแปรรูปเป็นอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ นำไปทำปุ๋ยหมัก หรือใช้เช็ดของใช้บางประเภทอย่างระมัดระวัง ส่วนอาการคัน หูด ปวดฟัน สิว และปัญหาผิวหนัง ควรเลือกการรักษาที่มีหลักฐานรองรับและไม่ปล่อยให้สูตรธรรมชาติทำให้การพบแพทย์ล่าช้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...