กางงบบัตรทองปี 70 ทะลุ 2.8 แสนล้าน เพิ่ม 11 สิทธิประโยชน์ใหม่ วงเงินกว่า 1.34 พันล้าน
ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ดสปสช. เป็นประธานประจำเดือนกันยายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2570 ทั้งรายการงบเหมาจ่ายและงบนอกเหมาจ่ายกรณีร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยไม่มีการแก้ไข
หากเจาะลึกงบประมาณปี 70 ในส่วนของงบบัตรทองเกือบ 3 แสนล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2569 เกือบ 9 % ทั้งนี้ งบประมาณฯ ได้ผ่านความเห็นชอบไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ระบุ กรอบวงเงินงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (งบบัตรทอง) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวม 289,113.05 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 23,817.46 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.98% โดยมีอัตราเหมาจ่ายรายหัวผู้มีสิทธิ์บัตรทองอยู่ที่ 4,669.44 บาทต่อหัวประชากรต่อปี เพิ่มขึ้น 493.45 บาทต่อหัวประชากร หรือเติบโตในอัตรา 11.83 %
เมื่อแยกเฉพาะส่วนที่ไม่รวมเงินเดือนข้าราชการภาครัฐ พบว่า ส่วนที่เป็นค่าบริการดูแลรักษาพยาบาล วงเงินรวมอยู่ที่ 214,144.41 ล้านบาท จากเดิมปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 193,849.25 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 20,295.16 ล้านบาท หรือ 10.47% ขณะที่งบประมาณส่วนที่เป็นเงินเดือนของบุคลากรภาครัฐในระบบสาธารณสุขอยู่ที่ 74,968.64 ล้านบาท จากเดิม 71,446.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,522.30 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 4.93 %
พลิกดูในส่วนของสิทธิประโยชน์ใหม่ที่ทาง สปสช. เพิ่มเติมไว้ในปีงบประมาณ 2570 พบว่า เพิ่มขึ้น 11 รายการใช้งบประมาณรวม 1,348.97 ล้านบาท โดยสามารถไล่เรียงจากการใช้งบประมาณมากไปหาน้อย มีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้
1. บริการแพทย์ขั้นสูงและนวัตกรรมไทย เช่น การวางแร่ที่ตา การรักษาด้วยรังสีโปรตรอน การดำเนินงานศูนย์ยาต้านพิษเพื่อดูแลผู้ป่วยได้รับสารเคมีรุนแรง การนำเครื่องฉายรังสี ศูนย์ยาต้านพิษ, MR Linac และเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (3D printing) เป็นต้น วงเงินรวม 624.12 ล้านบาท
ตามด้วย 2. การนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ต่าง ๆ หรือ AI มาใช้ วงเงินรวม 300 ล้านบาท
3. บริการจัดสรรวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcus Conjugated Vaccine; PCV) ในเด็กเล็กที่มีอายุ 2 เดือน, 4 เดือน และ 12 เดือน กำหนดเป้าหมาย 379,700 คน ภายใต้งบประมาณ 170.86 ล้านบาท
4. ขยายกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มจำนวนกลุ่มเป้าหมายเชิงรุกในการจัดการวัณโรคในชุมชน 237,100 คน งบประมาณ 95.98 ล้านบาท
5. หัตถการใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน (TAVI) เป้าหมาย 300 ราย กรอบวงเงินงบประมาณอยู่ที่ 87 ล้านบาท
6. การใช้เครื่องช่วยการเต้นของหัวใจถาวรแบบไร้สายในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดปกติชนิดหัวใจเต้นช้า เป้าหมาย 231 ชิ้น งบประมาณ 46.2 ล้านบาท
7. การปลูกถ่ายตับกรณีตับวายเฉียบพลัน กำหนดเป้าหมาย 10 ราย วงเงิน 8.83 ล้านบาท
8. ชุดประสาทหูเทียมชนิดฝังก้านสมอง มีเป้าหมาย 10 ราย ด้วยกรอบวงเงินงบประมาณ 7 ล้านบาท
9. การเพิ่มขอบเขตการให้ยาวัณโรคระยะแฝงเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมป้องกันโรค สำหรับคนไทยทุกคน เป้าหมาย 3,040 คน กรอบงบประมาณ 4.56 ล้านบาท
10. การปลูกถ่ายปอดและหัวใจ กำหนดเป้าหมายจำนวน 6 ราย วงเงิน 3.6 ล้านบาท
11. ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับบุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตจากสถานการณ์การปะทะกันตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชา เป้าหมาย 40 คน กรอบงบประมาณ 819,000 บาท