โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กางงบบัตรทองปี 70 ทะลุ 2.8 แสนล้าน เพิ่ม 11 สิทธิประโยชน์ใหม่ วงเงินกว่า 1.34 พันล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ดสปสช. เป็นประธานประจำเดือนกันยายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2570 ทั้งรายการงบเหมาจ่ายและงบนอกเหมาจ่ายกรณีร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยไม่มีการแก้ไข

หากเจาะลึกงบประมาณปี 70 ในส่วนของงบบัตรทองเกือบ 3 แสนล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2569 เกือบ 9 % ทั้งนี้ งบประมาณฯ ได้ผ่านความเห็นชอบไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ระบุ กรอบวงเงินงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (งบบัตรทอง) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวม 289,113.05 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 23,817.46 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.98% โดยมีอัตราเหมาจ่ายรายหัวผู้มีสิทธิ์บัตรทองอยู่ที่ 4,669.44 บาทต่อหัวประชากรต่อปี เพิ่มขึ้น 493.45 บาทต่อหัวประชากร หรือเติบโตในอัตรา 11.83 %

เมื่อแยกเฉพาะส่วนที่ไม่รวมเงินเดือนข้าราชการภาครัฐ พบว่า ส่วนที่เป็นค่าบริการดูแลรักษาพยาบาล วงเงินรวมอยู่ที่ 214,144.41 ล้านบาท จากเดิมปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 193,849.25 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 20,295.16 ล้านบาท หรือ 10.47% ขณะที่งบประมาณส่วนที่เป็นเงินเดือนของบุคลากรภาครัฐในระบบสาธารณสุขอยู่ที่ 74,968.64 ล้านบาท จากเดิม 71,446.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,522.30 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 4.93 %

พลิกดูในส่วนของสิทธิประโยชน์ใหม่ที่ทาง สปสช. เพิ่มเติมไว้ในปีงบประมาณ 2570 พบว่า เพิ่มขึ้น 11 รายการใช้งบประมาณรวม 1,348.97 ล้านบาท โดยสามารถไล่เรียงจากการใช้งบประมาณมากไปหาน้อย มีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้

1. บริการแพทย์ขั้นสูงและนวัตกรรมไทย เช่น การวางแร่ที่ตา การรักษาด้วยรังสีโปรตรอน การดำเนินงานศูนย์ยาต้านพิษเพื่อดูแลผู้ป่วยได้รับสารเคมีรุนแรง การนำเครื่องฉายรังสี ศูนย์ยาต้านพิษ, MR Linac และเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (3D printing) เป็นต้น วงเงินรวม 624.12 ล้านบาท

ตามด้วย 2. การนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ต่าง ๆ หรือ AI มาใช้ วงเงินรวม 300 ล้านบาท

3. บริการจัดสรรวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcus Conjugated Vaccine; PCV) ในเด็กเล็กที่มีอายุ 2 เดือน, 4 เดือน และ 12 เดือน กำหนดเป้าหมาย 379,700 คน ภายใต้งบประมาณ 170.86 ล้านบาท

4. ขยายกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มจำนวนกลุ่มเป้าหมายเชิงรุกในการจัดการวัณโรคในชุมชน 237,100 คน งบประมาณ 95.98 ล้านบาท

5. หัตถการใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน (TAVI) เป้าหมาย 300 ราย กรอบวงเงินงบประมาณอยู่ที่ 87 ล้านบาท

6. การใช้เครื่องช่วยการเต้นของหัวใจถาวรแบบไร้สายในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดปกติชนิดหัวใจเต้นช้า เป้าหมาย 231 ชิ้น งบประมาณ 46.2 ล้านบาท

7. การปลูกถ่ายตับกรณีตับวายเฉียบพลัน กำหนดเป้าหมาย 10 ราย วงเงิน 8.83 ล้านบาท

8. ชุดประสาทหูเทียมชนิดฝังก้านสมอง มีเป้าหมาย 10 ราย ด้วยกรอบวงเงินงบประมาณ 7 ล้านบาท

9. การเพิ่มขอบเขตการให้ยาวัณโรคระยะแฝงเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมป้องกันโรค สำหรับคนไทยทุกคน เป้าหมาย 3,040 คน กรอบงบประมาณ 4.56 ล้านบาท

10. การปลูกถ่ายปอดและหัวใจ กำหนดเป้าหมายจำนวน 6 ราย วงเงิน 3.6 ล้านบาท

11. ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับบุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตจากสถานการณ์การปะทะกันตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชา เป้าหมาย 40 คน กรอบงบประมาณ 819,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...