โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เขย่าวงการ! เปิดชื่อ หน่วยงานข้าราชการ ถูกสั่งยุบ-ลดเงินเดือน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Nick
วันนี้ (29 ก.ค. 2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมเดินหน้าปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ค

วันนี้ (29 ก.ค. 2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมเดินหน้าปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐที่มีลักษณะซ้ำซ้อน โดยเฉพาะหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งสำนักงานในส่วนภูมิภาค ซึ่งพบว่าหลายแห่งมีภารกิจทับซ้อนกับผู้ว่าราชการจังหวัด และบางหน่วยงานไม่มีฐานกฎหมายรองรับการจัดตั้งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

เบื้องต้น หน่วยงานที่อยู่ระหว่างการพิจารณายุบเป็นลำดับแรก คาดว่าจะเริ่มดำเนินการช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 คือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ซึ่งอาจถูกรวมภารกิจกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ที่รับผิดชอบด้านนโยบายที่ดินอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีแผนพิจารณายุบหรือปรับโครงสร้างหน่วยงานอื่นที่มีภารกิจซ้ำซ้อน อาทิ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) รวมถึงองค์การมหาชนอีก 4-5 แห่ง ที่ไม่ผ่านการประเมินประสิทธิภาพต่อเนื่องหลายปี แม้จะเคยได้รับโอกาสให้ปรับปรุงการดำเนินงานแล้ว โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อบุคลากร

นายปกรณ์ กล่าวว่า บอร์ด ก.พ.ร. มีมติให้ปรับรูปแบบการให้บริการของหน่วยงานเหล่านี้ จากการตั้งสำนักงานสาขาในภูมิภาค มาเป็นการให้บริการผ่านระบบออนไลน์และเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน

รัฐบาลยังเตรียมมาตรการรองรับบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการโอนย้ายกลับส่วนกลาง หรือเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) โดยสมัครใจ

นายปกรณ์ ระบุว่า การตั้งหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคจำนวนมากไม่สอดคล้องกับกฎหมาย และในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีสามารถรองรับงานด้านเอกสารและบริการภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่มีความจำเป็นต้องคงสำนักงานสาขาไว้เช่นเดิม อีกทั้งยังช่วยให้ระบบตรวจสอบมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และลดโอกาสการทุจริตได้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างศึกษาการปฏิรูปโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังพบความเหลื่อมล้ำของอัตราเงินเดือน โดยปัจจุบัน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปลัดเทศบาล และปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีเพดานเงินเดือนสูงสุด 80,450 บาท ซึ่งสูงกว่าข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับสูงที่มีเพดาน 76,800 บาท

รัฐบาลเห็นว่าระบบดังกล่าวเกิดจากการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ค่าตอบแทนของตนเองได้ โดยไม่ได้ยึดมาตรฐานเดียวกับสำนักงาน ก.พ. จึงเตรียมมอบหมายให้กรมบัญชีกลางพัฒนาระบบบัญชีกลาง เพื่อกำกับมาตรฐานการใช้จ่ายงบประมาณและการบริหารงานของท้องถิ่นให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปในทิศทางเดียวกับราชการส่วนกลาง

นายปกรณ์ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายให้ระบบราชการมีขนาดเหมาะสม ใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนงานที่ไม่จำเป็น ลดจำนวนบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจ และยกระดับการตรวจสอบการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังผลักดันแนวคิด "ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน" เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนเข้าไปสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่ถึง 25 ล้านบาทต่อปี โดยเปิดทางให้นำเงินสนับสนุนไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมถึงนำไปคำนวณด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรได้

รัฐบาลเชื่อว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างท้องถิ่นขนาดใหญ่กับท้องถิ่นขนาดเล็ก ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และทำให้การพัฒนาท้องถิ่นมีความยั่งยืนมากกว่าการมุ่งเน้นการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว.

สรุป เตรียมยุบ/ควบรวม

บจธ. (ควบรวมกับ สคทช.)

ป.ย.ป.

องค์การมหาชนอีก 4-5 แห่ง (ยังไม่เปิดเผยชื่อ)

สำนักงานสาขาของหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคที่ซ้ำซ้อน

เตรียมทบทวนค่าตอบแทน

ปลัด อบต.

ปลัดเทศบาล

ปลัด อบจ.

ทั้งนี้ ทุกมาตรการยังเป็นเพียงข้อเสนอและแนวทางที่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...