สมัครใจ…ขาลอย!
เซ็นคำสั่งเรียบร้อย โครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 29 (รอบตุลาคม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570) หรือเออร์ลีรีไทร์ บิ๊กปู้-พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ลงนามอนุญาตให้ตำรวจลาออกจากราชการจำนวน 1,130 ราย เมื่อรวมกับบัญชีรายชื่อตำรวจที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และจะเกษียณอายุราชการปี 2569 จำนวน 5,187 ราย แบ่งเป็นชั้นสัญญาบัตร ยศ พล.ต.อ.ลงไปถึง ร.ต.ต. จำนวน 5,099 ราย ชั้นประทวน ยศ ด.ต. จำนวน 88 ราย ก็ทำให้
มี “สีกากี” ถอดเครื่องแบบ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” 6,317 ราย ที่น่าสนใจเมื่อ “เพจพนักงานสอบสวนหญิง” รวบรวมข้อมูลออกมาแสดงความห่วงใย เมื่อมีตำรวจหายไปจากระบบสิ้นเดือน ก.ย.นี้ จากยอดอยู่อัตราทั้งหมด 315,482 ราย มีตำรวจดำรงตำแหน่ง 209,676 ราย หายไปอีกกว่า 6 พันรายในสิ้นเดือนนี้ แถมรัฐบาลไม่มีนโยบายเพิ่มตำแหน่ง เพจพนักงานสอบสวนหญิงเลยตั้งคำถามตัวโตๆ “จะอยู่กันไงไหวนิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” งานนี้เห็นที ว่าที่ ผบ.ใหม่ บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา คงต้องโชว์การบริหารงานบุคคลเป็นลำดับแรก เพื่อไม่ให้เครื่องจักรสีกากีสะดุด
เมื่อเก่าไปใหม่ก็ต้องมาเป็น "วัฏจักร" แม้จะเพิ่มกำลังพลไม่ได้ตามนโยบายรัดเข็มขัดข้าราชการ แต่ก็ต้องมีการแต่งตั้งโยกย้ายหมุนเวียนตามวาระ บิ๊กน้อย-พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผบช.สกพ. ส่งหนังสือเวียนแจ้งการแต่งตั้งตำรวจไปถึงผู้บัญชาการ (ผบช.) จเรตำรวจ หัวหน้าจเรตำรวจ ผู้บังคับการ (ผบก.) ในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ให้เตรียมความพร้อมสำหรับการแต่งตั้งตำรวจวาระประจำปี 2569 ระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึงสารวัตร (สว.) โดยให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป และต้องออกคำสั่งแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. ตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567 “นครบาล” กองบัญชาการเมืองหลวง ก็รับลูกทันทีเช่นเดียวกับ บช.อื่นๆ บิ๊กหยาม-พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. มีบันทึกสั่งการแต่งตั้งตำรวจและประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจครั้งที่ 1 แจ้งหน่วยงานในสังกัด บช.น. เตรียมความพร้อมรองรับการแต่งตั้งตำรวจระดับ รอง ผบก.ลงมาถึง สว. วาระประจำปี 2569 ยิ่งปีนี้มีหลายเก้าอี้น่าติดตามอย่าง “ผกก.ดส.” ที่ พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ เกษียณ เช่นเดียวกับ ผกก.สน.บุคคโล, ผกก.สน.ลำหิน, ผกก.สน.บางยี่ขัน ที่เกษียณอายุราชการ หรือ ผกก.กลุ่มงานสัตวแพทย์และสัตวบาล บก.สปพ. ที่เข้าโครงการเออร์ลีรีไทร์ไปเรียบร้อยแล้ว ๐
ที่เรียกเสียงฮือฮาในคำสั่ง บิ๊กน้อย-พล.ต.ท.ชัยต์พจน ในเรื่อง “การแต่งตั้งตำรวจ” ระดับ รอง ผบก.-สว. วาระประจำปี 2569 ตอนหนึ่งระบุ “…คำร้องขอรับการแต่งตั้งเป็นเพียงข้อมูลแสดงความสมัครใจ เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจ มิได้ผูกพันให้ต้องดำเนินการตามคำร้อง โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และต้องไม่กระทบต่อสถานภาพกำลังพลของหน่วย หากผู้ยื่นคำร้องประสงค์เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกความสมัครใจ รวมถึงเปลี่ยนคู่ย้าย ต้องแจ้งเป็นหนังสือผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน สำหรับตำรวจที่ไปช่วยราชการโดยขาดจากต้นสังกัด หรือรักษาราชการแทนโดยขาดจากต้นสังกัด ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของหน่วยที่ไปปฏิบัติงานส่งผลการปฏิบัติงานกลับไปยังหน่วยต้นสังกัด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่ง ส่วนผู้ที่ไปช่วยราชการนอกสังกัด ตร. ให้ต้นสังกัดประสานขอผลงานจากส่วนราชการที่ไปปฏิบัติหน้าที่มาประกอบการพิจารณาด้วย” เล่นเอา “สีกากี” หลายคนรีบเก็บใบคำร้องขอรับการแต่งตั้งเก็บเข้าลิ้นชักก่อน รอดูทิศทางลม เพราะหากยื่นไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้า คำร้องสมัครใจขอรับการแต่งตั้งจะกลายเป็น “สมัครใจขาลอย” ไปไกลลิบโน้นเลย ๐
“กองทัพเรือ” เปิดห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ แถลงข่าวผลการคัดเลือก Hanwha Ocean สร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูง วงเงิน 16,730 ล้านบาท นำทีมโดย พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการ, พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ, พล.ร.ต.สรรเสริญ สาโดด ประธานกรรมการร่างขอบเขตของงาน, พล.ร.ต.ศราวุธ ชิยางคบุตร ประธานกรรมการพิจารณาดำเนินการตามนโยบายจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย (Offset), พล.ร.ต.วสันต์ ไตรจิต ประธานกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก ใช้เวลาในการชี้แจงร่วม 2 ชม. แต่เปิดให้ถามประมาณ 5-6 คำถาม ส่วนใหญ่เป็นภาคเอกชนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงภาคเอกชน นักวิชาการ และนักการเมืองจาก 2 พรรค ได้แก่ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง จากพรรคประชาธิปัตย์ และ น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ พรรคประชาชน
ภาพรวมคือการชี้แจงข้อสงสัยในประเด็นที่กองทัพเรือ “ล็อกสเปก” ให้บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. และพิจารณาให้ 5 บริษัทที่เหลือไม่ผ่านการพิจารณา โดยมีผู้ยื่นข้อเสนอจำนวน 1 รายไม่ผ่านคุณสมบัติที่กำหนดไว้เป็นสาระสำคัญใน TOR โดยเฉพาะเรื่องการส่งงบการเงิน ส่วนผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเข้าสู่การพิจารณาด้านเทคนิค พบว่าผู้ยื่นข้อเสนอจำนวน 4 ราย ไม่ผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคที่เป็นสาระสำคัญใน TOR เช่นกัน โดยมีทั้งกรณีไม่จัดส่งเอกสารที่จำเป็นต่อการพิสูจน์ขีดสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของโครงการ, ยื่นข้อเสนอไม่เป็นไปตามขอบเขตของงาน หรือยื่นข้อเสนอแบบมีเงื่อนไข พร้อมย้ำการกำหนดทีโออาร์ในเรื่องขีดความสามารถของเรือ และขีดความสามารถในการรบ สรุปคือ Hanwha ส่งเอกสารข้อมูลมาครบ รายละเอียดไม่ตกหล่น หรือพูดง่ายๆ คือตอบตรงคำถาม ทร.ที่ ตั้งขึ้นมาเหมือนจับวาง
กลายเป็นประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องรอยร้าวใน ทร. ได้เหมือนกัน เมื่อเกิดการขยายความทางเลือกอื่นหลังจาก พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งเหลืออายุราชการอีกแค่ 10 วัน การันตีว่าทุกบริษัทได้รับกติกาและเงื่อนไขเดียวกันตั้งแต่ต้นอย่างเท่าเทียม ดังนั้นถ้าบริษัทไหนไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข คณะกรรมการจึงไม่อนุญาตให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อเสนอหลังเปิดซองได้ เพราะเป็นการละเมิดสิทธิของบริษัทอื่นที่มีการเตรียมการมาอย่างดีและถูกต้องครบถ้วน จึงทำให้ผ่านการพิจารณาแค่ 1 ราย แต่นั่นก็มีประเด็นที่ “ผบ.โอ๋” พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการ ซึ่งพลาดหวังจากเก้าอี้ “ผบ.ทร." ใน “โผทหาร”ล่าสุด ได้ออกมาระบุว่า ตามกฎหมายเปิดโอกาสให้ยกเลิกการพิจารณาได้ถ้าในที่สุดผ่านการพิจารณาแค่รายเดียว และได้นำแนวทางดังกล่าวรายงานต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว (น่าจะเป็น ผบ.ทร.) แต่ได้รับความเห็นกลับมาว่าให้ดำเนินการต่อไป เพราะถ้าเริ่มกระบวนการใหม่ต้องใช้เวลา 6-7 เดือน มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ “งบตกน้ำ” และทำให้หาเรือฟริเกตลำใหม่เข้ามาทดแทนล่าช้าไปด้วย อย่างไรก็ตามขั้นตอนทั้งหมดยังไม่จบ เพราะยังต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการอุทธรณ์ของกรมบัญชีกลาง ตามที่บริษัทที่ไม่ผ่านการคัดเลือกได้ยื่นอุทธรณ์ไว้ก่อน.