โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดร.ณัฏฐ์ จี้ ผบ.ตร.โอนคดี ‘สมชัย-ปริญญา-ยิ่งชีพ’ ให้กองปราบฯ

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ก.ย เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย เวลา 06.08 น.

บี้ทุกดอก! ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสือ ผบ.ตร. 14 ก.ย. ขอโยกสำนวนคดีที่กล่าวหา “สมชัย-ปริญญา-ยิ่งชีพ” กับพวก ร่วมฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน จาก สน.ทองหล่อให้กองปราบฯ รับช่วง อ้างสำนวนล่าช้า ตั้งคำถามเหตุใดยังไม่ขอหมายจับ พร้อมวิจารณ์การทำงาน ผกก.สน.ทองหล่อ

13 กันยายน 2569 - สืบเนื่องจาก ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN และบริษัทในกลุ่มธุรกิจ AG ในฐานะผู้เสียหาย ได้กล่าวโทษบุคคลหลายรายในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร และร่วมกันฟอกเงินโดยสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยแจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิได้ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 และมาตรา 18 วรรคท้าย เพื่อขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ขอออกหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 (1) กับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก รวม 6 คน โดยให้เหตุผลว่าเกรงว่าจะหลบหนี คดีมีอัตราโทษสูง และขอคัดค้านการประกันตัว

ต่อมาวันที่ 10 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิได้ยื่นหนังสือต่อ ผกก.สน.ทองหล่อ ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 (1) พร้อมทั้งคัดค้านพนักงานสอบสวนรายหนึ่ง

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวหาว่า พนักงานสอบสวนรายดังกล่าวมีพฤติการณ์ไม่เป็นกลางในคดี โดยอ้างถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กับพนักงานสอบสวนรายดังกล่าวเป็นคู่กรณีกับตนในคดีลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 และมาตรา 392 รวมถึงกล่าวหาว่ามีการคัดค้านการประกันตัว สั่งการให้เขียนบันทึกการจับกุมบิดเบือนข้อเท็จจริง มีลักษณะข่มขู่พยาน และนำข้อมูลในสำนวนไปแจ้งให้นายสมชัยทราบ

ทั้งนี้ ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า เตรียมดำเนินคดีอาญากับพนักงานสอบสวนรายดังกล่าวด้วย

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนเข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 และทีมทนายความได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนแล้ว แต่ตั้งข้อสังเกตว่าสำนวนคดียังมีเอกสารไม่มาก จึงตั้งคำถามว่าเอกสารหลักฐานที่ผู้เสียหายส่งให้ถูกเก็บไว้ส่วนใด

ดร.ณัฐวุฒิระบุต่อว่า พยานหลักฐานที่ทีมทนายรวบรวมมานั้น ในความเห็นของตนเพียงพอที่จะยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาล เนื่องจากข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน มีอัตราโทษสูงเกินกว่า 3 ปี อีกทั้งอ้างว่าผู้ต้องหามีการเปลี่ยนที่อยู่และไม่มีหลักแหล่งที่แน่นอน จึงตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงยังไม่มีการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 (1)

นอกจากนี้ ดร.ณัฐวุฒิยังวิจารณ์ว่าการทำสำนวนเป็นไปอย่างล่าช้า พร้อมกล่าวอ้างถึงบุคคลในกลุ่มเดียวกับนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” ที่หลบหนีไปต่างประเทศ และกล่าวหาว่ามีผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 2,000 รายที่ไม่กล้าให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลของนายสมชัยกับพวก

ดร.ณัฐวุฒิยังกล่าวหาว่า นายสมชัยใช้สื่อสังคมออนไลน์โจมตีผู้ที่เห็นต่าง รวมถึงตนและครอบครัว พร้อมอ้างถึงการให้สัมภาษณ์ของนายสมชัยในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” และโพสต์ทางเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการระดมเงินบริจาค โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ในมุมมองของตน พฤติการณ์ดังกล่าวมีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ โดยกล่าวหาว่านายสมชัยทำหน้าที่โพสต์ข้อความเพื่อให้ประชาชนบริจาคผ่านบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน-สมชัย ศรีสุทธิยากร” และมีการนำเงินไปใช้ในการต่อสู้อำนาจรัฐ ว่าจ้างทนายความ และชำระค่าปรับ

พร้อมกันนี้ ดร.ณัฐวุฒิวิจารณ์การทำงานของ ผกก.สน.ทองหล่อ โดยตั้งคำถามถึงเหตุที่ยังไม่มีการดำเนินการยื่นคำร้องขอหมายจับ พร้อมระบุว่า หากผู้ต้องหาหลบหนี ผู้เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบ

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เพื่อขอให้โอนสำนวนคดีจาก สน.ทองหล่อ ไปให้กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รับผิดชอบแทน เนื่องจากเห็นว่าหน่วยงานดังกล่าวน่าจะมีเครื่องมือในการตรวจสอบเส้นทางการเงินระหว่างผู้ต้องหากับหญิงรายหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

ดร.ณัฐวุฒิยังกล่าวอ้างว่า จากข้อมูลที่ตนได้รับ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีรวบรวมหลักฐานเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้รับไฟเขียวจากหัวหน้าสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อให้ยื่นคำร้องขอหมายจับ และยังไม่มีการอายัดเงินที่ตนกล่าวหาว่าเป็นเงินจากการระดมทุนบริจาค เพื่อนำมาเป็นของกลางในคดี

ดร.ณัฐวุฒิกล่าววิจารณ์ ผกก.สน.ทองหล่ออย่างรุนแรง โดยระบุว่า ตนได้ยื่นหลักฐานใบเสร็จและการโอนเงินเพื่อใช้เป็นของกลางในคดีแล้ว พร้อมอ้างถึงประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 และเห็นว่าหากไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ควรให้บุคคลอื่นที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทน

ช่วงท้าย ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า จะเดินหน้าดำเนินคดีกับนายสมชัยต่อไป โดยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินคดีอาญาแล้ว 6 คดี และยังมีเรื่องที่เตรียมทยอยกล่าวโทษอีกจำนวนมากในหลายจังหวัด

ดร.ณัฐวุฒิยังกล่าวหาเพิ่มเติมถึงความเชื่อมโยงทางการเมืองและเงินที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรายหนึ่ง โดยระบุว่าตนมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...