โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วธ.เร่งดัน ‘หนังใหญ่’ ขึ้นทะเบียนยูเนสโก ‘ซาบีดา’ ลงพื้นที่วัดขนอน

ไทยโพสต์

อัพเดต 25 สิงหาคม 2569 เวลา 20.36 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ซาบีดา” ลงพื้นที่วัดขนอน จ.ราชบุรี เดินหน้าผลักดัน “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” ขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ในบัญชีการสงวนรักษาอันเป็นแบบอย่างที่ดี หลัง ครม.เห็นชอบแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนพิจารณาของ UNESCO

25 สิงหาคม 2569 - กระทรวงวัฒนธรรมเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 14.00 น. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อขับเคลื่อน “หนังใหญ่” สู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโก ในบัญชีประเภทการสงวนรักษาอันเป็นแบบอย่างที่ดี (Register of Good Safeguarding Practices)

ในการนี้ พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน บรรยายสรุปประวัติความเป็นมาของวัด โดยมี น.ส.ฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม น.ส.ลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน เครือข่ายทางวัฒนธรรม และชุมชนวัดขนอน เข้าร่วม

สำหรับวัดขนอน ในอดีตเคยเป็นด่านเก็บภาษีอากรทางน้ำ หรือ “ด่านขนอน” ในสมัยอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 หลวงปู่กล่อม อดีตเจ้าอาวาส ได้สร้างตัวหนังใหญ่ขึ้น ปัจจุบันมีตัวหนังที่สมบูรณ์เก็บรักษาไว้กว่า 300 ตัว

น.ส.ซาบีดาและคณะยังได้รับชมการสาธิตการตอกหนังใหญ่จากนายจฬรรณ์ ถาวรนุกูลพงศ์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม พร้อมรับชมการแสดงหนังใหญ่ชุด “ศึกทศกัณฐ์ ตอนยกรบ”

น.ส.ซาบีดากล่าวว่า หนังใหญ่เป็นมหรสพชั้นสูงที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และเจริญรุ่งเรืองในสมัยอยุธยา โดยมีหลักฐานปรากฏชัดในรัชสมัยพระเจ้าอู่ทอง เป็นศิลปะที่ผสมผสานหลายแขนง ทั้งจิตรกรรมไทยบนแผ่นหนัง การแกะสลักอย่างประณีต การแสดงนาฏศิลป์ และดนตรีปี่พาทย์ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวอย่างมีชีวิตชีวา

ปัจจุบัน หนังใหญ่ในประเทศไทยที่ยังคงมีการสืบทอด ได้แก่ คณะหนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี คณะหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี และคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง

จากการร่วมกันอนุรักษ์ศิลปะการแสดงแขนงนี้ของวัดขนอน ทำให้ “การสืบทอดและฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอน” ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเมื่อปี 2550 ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของโลกที่มีผลงานด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมเชิงนามธรรม จากศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก (ACCU)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เล็งเห็นความสำคัญและคุณค่าของการอนุรักษ์หนังใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี 2552 เนื่องจากเป็นการแสดงชั้นสูงที่รวมศิลปะทรงคุณค่าหลายแขนง ทั้งจิตรกรรม นาฏศิลป์ การละคร ดนตรีปี่พาทย์ รวมถึงท่าทางการเคลื่อนไหวที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวและสร้างอรรถรสทางศิลปะแก่ผู้ชม

ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนงบประมาณการจัดงานหนังใหญ่วัดขนอนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 โดยในปีงบประมาณ 2568 สนับสนุนโครงการเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอนและมหกรรมหนังเงานานาชาติ จำนวน 1.5 ล้านบาท มีกิจกรรมทั้งการแสดงหนังใหญ่ไฟกะลาแบบโบราณ หนังใหญ่ติดตัวโขน การแสดงหนังเงานานาชาติจากอินเดีย อินโดนีเซีย และลาว รวมถึงนิทรรศการองค์ความรู้ ลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ การสาธิตอาหารพื้นถิ่น งานช่างสิบหมู่ และตลาดชุมชนโบราณ “ตลาดด่านขนอน”

ส่วนปีงบประมาณ 2569 สนับสนุนโครงการขับเคลื่อน “หนังใหญ่” สู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จำนวน 1.5 ล้านบาท โดยจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดภูมิปัญญาเพื่อสงวนรักษาหนังใหญ่ รวมถึงจัด “เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน” ครั้งที่ 19 ภายใต้แนวคิด “อัคราภิรักษศิลปิน สานศิลป์แผ่นดินไทย” เมื่อวันที่ 13-14 เมษายน 2569

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำชุดข้อมูลองค์ความรู้และสารคดี “เงาแห่งศรัทธา หนังใหญ่ไทย ศิลปะโบราณที่มีชีวิต (Shadows of Faith: The Eternal Art of Nang Yai)” ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์และความหมายของหนังใหญ่ คุณค่าของการผสมผสานศิลปะหลายแขนง บทบาทของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์ ตลอดจนวิถีชีวิตและศรัทธาของช่างฝีมือและครูผู้สืบทอด เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาของชาติ

น.ส.ซาบีดากล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงวัฒนธรรมในการสนับสนุนการสงวน รักษา ฟื้นฟู และสืบทอดหนังใหญ่ โดยให้ชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการรักษาและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ พร้อมสร้างการรับรู้ในวงกว้างและจัดเก็บองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อน “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย”

ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ขับเคลื่อนการเสนอ “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” (The Community-based Revitalization of Nang Yai Tradition in Thailand: CRNT) เพื่อขอขึ้นทะเบียนต่อ UNESCO ในบัญชีประเภทการสงวนรักษาอันเป็นแบบอย่างที่ดี (Register of Good Safeguarding Practices) ซึ่งนับเป็นรายการแรกของประเทศไทยที่เสนอขอขึ้นทะเบียนในประเภทนี้

ข้อเสนอดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของ UNESCO

“ขอขอบคุณพระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยขอความร่วมมือจังหวัดราชบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี ผู้นำชุมชน และชุมชนหนังใหญ่วัดขนอน ร่วมกันขับเคลื่อนหนังใหญ่ให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการรักษาองค์ความรู้ การสร้างผู้สืบทอดรุ่นใหม่ การถ่ายทอดสู่เด็กและเยาวชน และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การฟื้นฟูหนังใหญ่ในประเทศไทยเป็นแนวปฏิบัติที่ดีและมีผลเป็นรูปธรรม อันจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของประเทศไทยต่อ UNESCO และทำให้หนังใหญ่สามารถสืบทอดอยู่คู่สังคมไทยได้อย่างยั่งยืนสืบต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว.

“ซาบีดา” ลงพื้นที่วัดขนอน จ.ราชบุรี เดินหน้าผลักดัน “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” ขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ในบัญชีการสงวนรักษาอันเป็นแบบอย่างที่ดี หลัง ครม.เห็นชอบแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนพิจารณาของ UNESCO

25 สิงหาคม 2569 - กระทรวงวัฒนธรรมเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 14.00 น. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อขับเคลื่อน “หนังใหญ่” สู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโก ในบัญชีประเภทการสงวนรักษาอันเป็นแบบอย่างที่ดี (Register of Good Safeguarding Practices)

ในการนี้ พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน บรรยายสรุปประวัติความเป็นมาของวัด โดยมี น.ส.ฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม น.ส.ลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน เครือข่ายทางวัฒนธรรม และชุมชนวัดขนอน เข้าร่วม

สำหรับวัดขนอน ในอดีตเคยเป็นด่านเก็บภาษีอากรทางน้ำ หรือ “ด่านขนอน” ในสมัยอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 หลวงปู่กล่อม อดีตเจ้าอาวาส ได้สร้างตัวหนังใหญ่ขึ้น ปัจจุบันมีตัวหนังที่สมบูรณ์เก็บรักษาไว้กว่า 300 ตัว

น.ส.ซาบีดาและคณะยังได้รับชมการสาธิตการตอกหนังใหญ่จากนายจฬรรณ์ ถาวรนุกูลพงศ์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม พร้อมรับชมการแสดงหนังใหญ่ชุด “ศึกทศกัณฐ์ ตอนยกรบ”

น.ส.ซาบีดากล่าวว่า หนังใหญ่เป็นมหรสพชั้นสูงที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และเจริญรุ่งเรืองในสมัยอยุธยา โดยมีหลักฐานปรากฏชัดในรัชสมัยพระเจ้าอู่ทอง เป็นศิลปะที่ผสมผสานหลายแขนง ทั้งจิตรกรรมไทยบนแผ่นหนัง การแกะสลักอย่างประณีต การแสดงนาฏศิลป์ และดนตรีปี่พาทย์ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวอย่างมีชีวิตชีวา

ปัจจุบัน หนังใหญ่ในประเทศไทยที่ยังคงมีการสืบทอด ได้แก่ คณะหนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี คณะหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี และคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง

จากการร่วมกันอนุรักษ์ศิลปะการแสดงแขนงนี้ของวัดขนอน ทำให้ “การสืบทอดและฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอน” ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเมื่อปี 2550 ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของโลกที่มีผลงานด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมเชิงนามธรรม จากศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก (ACCU)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เล็งเห็นความสำคัญและคุณค่าของการอนุรักษ์หนังใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี 2552 เนื่องจากเป็นการแสดงชั้นสูงที่รวมศิลปะทรงคุณค่าหลายแขนง ทั้งจิตรกรรม นาฏศิลป์ การละคร ดนตรีปี่พาทย์ รวมถึงท่าทางการเคลื่อนไหวที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวและสร้างอรรถรสทางศิลปะแก่ผู้ชม

ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนงบประมาณการจัดงานหนังใหญ่วัดขนอนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 โดยในปีงบประมาณ 2568 สนับสนุนโครงการเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอนและมหกรรมหนังเงานานาชาติ จำนวน 1.5 ล้านบาท มีกิจกรรมทั้งการแสดงหนังใหญ่ไฟกะลาแบบโบราณ หนังใหญ่ติดตัวโขน การแสดงหนังเงานานาชาติจากอินเดีย อินโดนีเซีย และลาว รวมถึงนิทรรศการองค์ความรู้ ลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ การสาธิตอาหารพื้นถิ่น งานช่างสิบหมู่ และตลาดชุมชนโบราณ “ตลาดด่านขนอน”

ส่วนปีงบประมาณ 2569 สนับสนุนโครงการขับเคลื่อน “หนังใหญ่” สู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จำนวน 1.5 ล้านบาท โดยจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดภูมิปัญญาเพื่อสงวนรักษาหนังใหญ่ รวมถึงจัด “เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน” ครั้งที่ 19 ภายใต้แนวคิด “อัคราภิรักษศิลปิน สานศิลป์แผ่นดินไทย” เมื่อวันที่ 13-14 เมษายน 2569

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำชุดข้อมูลองค์ความรู้และสารคดี “เงาแห่งศรัทธา หนังใหญ่ไทย ศิลปะโบราณที่มีชีวิต (Shadows of Faith: The Eternal Art of Nang Yai)” ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์และความหมายของหนังใหญ่ คุณค่าของการผสมผสานศิลปะหลายแขนง บทบาทของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์ ตลอดจนวิถีชีวิตและศรัทธาของช่างฝีมือและครูผู้สืบทอด เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาของชาติ

น.ส.ซาบีดากล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงวัฒนธรรมในการสนับสนุนการสงวน รักษา ฟื้นฟู และสืบทอดหนังใหญ่ โดยให้ชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการรักษาและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ พร้อมสร้างการรับรู้ในวงกว้างและจัดเก็บองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อน “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย”

ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ขับเคลื่อนการเสนอ “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” (The Community-based Revitalization of Nang Yai Tradition in Thailand: CRNT) เพื่อขอขึ้นทะเบียนต่อ UNESCO ในบัญชีประเภทการสงวนรักษาอันเป็นแบบอย่างที่ดี (Register of Good Safeguarding Practices) ซึ่งนับเป็นรายการแรกของประเทศไทยที่เสนอขอขึ้นทะเบียนในประเภทนี้

ข้อเสนอดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของ UNESCO

“ขอขอบคุณพระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยขอความร่วมมือจังหวัดราชบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี ผู้นำชุมชน และชุมชนหนังใหญ่วัดขนอน ร่วมกันขับเคลื่อนหนังใหญ่ให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการรักษาองค์ความรู้ การสร้างผู้สืบทอดรุ่นใหม่ การถ่ายทอดสู่เด็กและเยาวชน และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การฟื้นฟูหนังใหญ่ในประเทศไทยเป็นแนวปฏิบัติที่ดีและมีผลเป็นรูปธรรม อันจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของประเทศไทยต่อ UNESCO และทำให้หนังใหญ่สามารถสืบทอดอยู่คู่สังคมไทยได้อย่างยั่งยืนสืบต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...