โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

NVIDIA งบโตแต่หุ้นอาจร่วง? จับตา 26 ส.ค. นี้! อาจสั่นสะเทือนวงการ AI ทั้งโลก!

THE SIGNALs

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการ THE SIGNALs

รายได้จ่อพุ่งเฉียดแสนล้านดอลลาร์ แต่ทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ถึงกำลังเจอ “โจทย์สุดหิน”? ทั้งต้นทุนเซิร์ฟเวอร์ที่แพงขึ้น ดราม่า “การเงินแบบวนลูป” สุดซับซ้อนกับ OpenAI และสถิติย้อนหลังที่ทำเอาเสียวสันหลัง เพราะงบดีทีไร หุ้นร่วงดิ่งทุกที!

NVIDIA งบโตแต่หุ้นอาจร่วง? จับตา 26 ส.ค. นี้! อาจสั่นสะเทือนวงการ AI ทั้งโลก!

วันพุธที่ 26 สิงหาคมนี้ NVIDIA จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบการเงิน 2027 ซึ่งกลายเป็นอีเวนต์ที่ตลาดจับตามากที่สุดในฤดูประกาศผลประกอบการรอบนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์รายได้ไว้ที่ประมาณ 92,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเกือบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ในเวลาเดียวกันบริษัทก็ต้องรับมือกับอีกโจทย์หนึ่งที่คู่กันมา นั่นคือราคาระบบเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 15% จากต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งไม่หยุด

ตัวเลขที่ตลาดจับตาและความไม่แน่นอนของทิศทางหุ้น

ฝั่งวอลล์สตรีทประเมินกำไรต่อหุ้นไว้ที่ราว 2.09 ดอลลาร์ บนฐานรายได้ประมาณ 91,900 ล้านดอลลาร์ โดยธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโต หลังจากไตรมาสก่อนหน้าโตแรงถึง 92% แตะระดับ 75,200 ล้านดอลลาร์ ส่วนทาง Jefferies ประเมินตัวเลขไว้สูงกว่านั้น โดยมองว่ารายได้ไตรมาสนี้อาจแตะ 95,000 ล้านดอลลาร์ได้เลย

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ตัวเลขผลประกอบการที่ดูดีอาจไม่ได้แปลว่าราคาหุ้นจะขึ้นตามเสมอไป ข้อมูลย้อนหลังชี้ว่าในช่วง 8 ครั้งหลังสุดที่ NVIDIA ประกาศผลประกอบการ หุ้นปรับตัวลงทันทีถึง 6 ครั้ง รวมถึงหลังการประกาศผลในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาซึ่งบริษัททำได้ดีกว่าคาดและยังปรับเพิ่มคำแนะนำ (Guidance) ขึ้นไปอีกด้วย แต่ราคาหุ้นกลับไหลจากระดับราว 220 ดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่ประมาณ 190 ดอลลาร์ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนระวัง คือ แม้ NVIDIA จะทำผลงานเหนือความคาดหมายอย่างต่อเนื่อง แต่หุ้นกลับปิดลบในวันซื้อขายถัดจากการประกาศผลมาแล้ว 4 ไตรมาสติดต่อกัน สะท้อนว่าตลาดตั้งความคาดหวังต่อบริษัทไว้สูงมากจนเพียงแค่ ‘ดีกว่าคาด’ อาจไม่เพียงพอ

Yahoo Finance ยังระบุเสริมว่า ในช่วง 4 ไตรมาสหลังสุดติดต่อกัน (สิงหาคม 2025, พฤศจิกายน 2025, กุมภาพันธ์ 2026 และพฤษภาคม 2026) หุ้น NVIDIA ปิดตลาดในแดนลบทุกครั้งหลังประกาศผล โดยเฉลี่ยแล้วลดลงประมาณ 2.79% ในวันถัดไป ซึ่งหากประวัติศาสตร์เกิดซ้ำอีกครั้ง อาจทำให้มูลค่าบริษัทหายไปราว 290,000 ล้านดอลลาร์ในทันที

เหนือกว่าตัวเลขไตรมาส คำถามเรื่อง Rubin เงินทุน และพลังงาน

นักลงทุนจำนวนมากไม่ได้สนใจแค่ตัวเลขไตรมาสนี้เพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองไปยังคำถามระยะยาวที่จะเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมชี้แจงผลประกอบการ คำถามอันดับต้นๆ คือสถาปัตยกรรมชิปรุ่นใหม่ Rubin จะสามารถขยายกำลังการผลิตได้เร็วกว่าที่ Blackwell เคยทำได้หรือไม่ โดยทาง Jefferies คาดการณ์ว่า Rubin อาจสร้างสัดส่วนรายได้จาก GPU ได้มากกว่า 40% ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีงบการเงิน 2027

อีกประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน คือ ความกังวลเรื่อง “การเงินแบบวงกลม” (Circular Financing) ซึ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หลัง NVIDIA ประกาศให้การค้ำประกันวงเงินสูงถึง 105,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนโครงการศูนย์ข้อมูลของ OpenAI ในรัฐโอไฮโอ โดยเป็นการค้ำประกันค่าเช่าและค่าไฟฟ้าบางส่วนของศูนย์ข้อมูลแห่งนี้ ซึ่ง NVIDIA เองก็จะเป็นผู้จัดหาชิปให้แบบผู้จัดหารายเดียว (Exclusive Supplier) พร้อมกันนั้นยังมีการลงทุนเพิ่มอีก 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน SB Energy บริษัทลูกของ SoftBank ที่รับผิดชอบสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งนี้

โครงสร้างของดีลนี้ถูกมองว่าเป็นวงจรที่วนกลับมาซ้ำกันเอง คือ NVIDIA ให้เงินสนับสนุน SB Energy จากนั้น SB Energy สร้างศูนย์ข้อมูลและปล่อยเช่าให้ OpenAI แล้ว OpenAI ก็นำเงินไปซื้อชิปของ NVIDIA มาติดตั้งในศูนย์ข้อมูลแห่งนั้น ซึ่งบางส่วนก็มาจากเงินทุนที่ NVIDIA เป็นคนจัดหาให้อีกที ข้อกังวลจึงไม่ได้อยู่ที่ NVIDIA บันทึกรายได้ซ้ำ แต่เป็นคำถามว่า ความต้องการซื้อชิปบางส่วนกำลังได้รับแรงสนับสนุนจากเงินทุนหรือการค้ำประกันที่ NVIDIA เองเข้าไปมีส่วนช่วยจัดหาให้ลูกค้าหรือไม่ Reuters รายงานว่านักลงทุนหลายฝ่ายเริ่มแสดงความกังวลต่อรูปแบบเงินทุนที่วนกลับไปมาแบบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ NVIDIA จะยืนยันว่านี่ไม่ใช่การเงินแบบวงกลม โดยให้เหตุผลว่า “OpenAI จะเป็นผู้จ่ายค่าเช่าเอง” และบริษัทเพียงแค่ใช้ “ขนาดและวิสัยทัศน์ระยะยาว” ของตัวเองมาช่วยให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้

สัปดาห์ที่มีตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคเข้ามาผสมโรง

การประชุมชี้แจงผลประกอบการครั้งนี้เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจอื่นๆ เข้ามาแทรกด้วย ทั้งการกล่าวสุนทรพจน์หลัก (Keynote) ครั้งแรกของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่งาน Jackson Hole ในวันศุกร์ และการเปิดเผยดัชนีราคา Core PCE ประจำเดือนกรกฎาคมในวันพุธเดียวกันนั้นเอง ทำให้สัปดาห์นี้กลายเป็นช่วงเวลาที่มีตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคเข้ามาผสมโรงกับความเสี่ยงที่หุ้นกลุ่ม AI ต้องเผชิญอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

สิ่งที่อยากทิ้งท้ายให้คิดตาม

ตัวเลขและสถิติที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นภาพที่ซับซ้อนกว่าคำว่า “ดีหรือแย่” แบบง่ายๆ เพราะแม้ NVIDIA จะยังคงเติบโตในระดับที่หลายบริษัททำไม่ได้ แต่ตลาดหุ้นก็ไม่ได้ให้รางวัลกับการเติบโตแบบตรงไปตรงมาเสมอไป บางครั้งความคาดหวังที่สูงเกินไปกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้แม้ผลงานจะออกมาดี ราคาหุ้นก็ยังปรับตัวลงได้เหมือนกัน

เรื่องของโครงสร้างเงินทุนที่ซับซ้อนอย่างดีล OpenAI-SB Energy ก็เป็นอีกตัวอย่างที่สอนให้เห็นว่า การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความต้องการใช้งานจริงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของการจัดสรรเงินทุนที่เชื่อมโยงกันไปมาระหว่างบริษัทต่างๆ ซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนที่ติดตามข่าวสารในวงการนี้ควรทำความเข้าใจให้ครบทุกมุม ไม่ใช่แค่มองตัวเลขรายได้หรือกำไรที่ปรากฏบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว

บทสรุป

สิ่งที่ทำให้งบ NVIDIA รอบนี้น่าสนใจจึงไม่ใช่คำถามว่าบริษัทจะ “เติบโตหรือไม่” เพราะตลาดแทบจะรับรู้การเติบโตระดับสูงไปแล้ว แต่เป็นคำถามว่า NVIDIA จะสามารถเติบโตได้เร็วพอที่จะวิ่งตามความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นทุกไตรมาสได้หรือไม่

รายได้ที่อาจเข้าใกล้ 1 แสนล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงไตรมาสเดียวถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่น แต่สำหรับหุ้นที่กลายเป็นศูนย์กลางของ AI Trade ตัวเลขบนงบการเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่สิ่งที่กำหนดทิศทางราคา นักลงทุนจะจับตาตั้งแต่ Margin, Guidance, ความต้องการ Blackwell ไปจนถึงความเร็วในการเปลี่ยนผ่านสู่ Rubin รวมถึงต้นทุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังสูงขึ้น

อีกด้านหนึ่ง ความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่างผู้ผลิตชิป ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูล และบริษัท AI อย่าง OpenAI ก็กำลังกลายเป็นประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่เพราะ NVIDIA บันทึกรายได้ซ้ำ แต่เพราะนักลงทุนต้องการรู้ว่าความต้องการชิปจำนวนมหาศาลในปัจจุบันเกิดจาก Demand ที่ยั่งยืนมากเพียงใด และมีส่วนใดที่ได้รับแรงสนับสนุนจากโครงสร้างเงินทุนภายในระบบนิเวศ AI เอง

ดังนั้น งบวันที่ 26 สิงหาคมจึงอาจเป็นมากกว่าการวัดผลงานของ NVIDIA เพียงบริษัทเดียว แต่เป็นบททดสอบสำคัญว่าเรื่องราวการลงทุนใน AI ที่ผลักดันตลาดมาตลอดช่วงที่ผ่านมา ยังมีตัวเลขพื้นฐานรองรับความคาดหวังที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ได้มากแค่ไหน และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่รอบนี้ “งบดี” อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับราคาหุ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...