(นิยายไทย)ทะลุมิติไปเป็นแม่สาวชาวนาในปี 2539 (จบแล้ว)
นิยาย Dek-D
อัพเดต 21 ก.พ. 2566 เวลา 19.01 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2566 เวลา 19.01 น. • ohseRree(โอเซอารี)ข้อมูลเบื้องต้น
เปิดเรื่องใหม่แล้วค่ะผู้อ่านที่รักทุกท่าน เย้!
ฝาก 'ทะลุมิติไปเป็นแม่สาวชาวนาในปี 2539' ด้วยนะคะ
เป็นการย้อนอดีตทะลุมิติของหญิงไทยใจแกร่ง ถ้าอ่านแล้วชื่นชอบฝากกด Fev กด ชื่นชอบ ให้ด้วยนะคะ
ตอนที่ 1 คุ้มแล้วกับเงินแสนที่เสียไป
“พี่ครับ!” เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้น เขาเดินเข้ามาในห้องนอนกว้างที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยความร้อนใจ ในมือถือบิลค่าใช้จ่ายเจ้าปัญหาที่ต้องมาถามไถ่จากพี่สาว “จะเอาแต่เล่นเกมอยู่แบบนี้ไม่ได้นะครับ พี่ต้องไปเดินเล่นบ้าง”
ชายคนนี้คืออาทิตย์ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งในนาทีนี้ เขาเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของอิงอร อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เกษียรตนเองเพราะปัญหาสุขภาพ และเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาให้น้องชายเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน เธอรู้ตัวเองว่าเหลือเวลาที่จะมีลมหายใจไม่นานแล้ว เธอจึงอยากเล่นสนุกเท่าที่จะทำได้
“ทำไม ฉันนั่งเล่นเกมอยู่บนเตียงสบายๆบ้างไม่ได้หรือไง”
“มันได้ แต่พี่เล่นเอาแต่จ้องแท็บเล็ตทั้งวันทั้งคืนไม่ยอมพักผ่อน แล้วดูนี่สิครับ…เดือนนี้พี่เติมเงินให้เกมไปเป็นแสนเลยนะ” ถึงแม้เงินจำนวนนี้จะไม่ใช่ของเขา และไม่ว่าพี่สาวจะเติมเงินซื้อเพชรในเกมมากแค่ไหนเขาก็ไม่เดือดร้อน แต่เพราะหมอกำชับมาว่าให้พี่สาวออกกำลังกายบ้าง อย่าเอาแต่นั่งนอนอยู่บนเตียง แต่ดูตอนนี้พี่สาวเขาไม่สนใจจะทำเลย
“แกไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเล่นมานานจนฟาร์มขยายใหญ่ขนาดนี้แล้ว จะให้หยุดเล่นง่ายๆได้ยังไง ถึงฉันตายไปแกหรือหลานก็ต้องเล่นต่ออย่าให้วัวไก่หมูแกะในฟาร์มของฉันตายหมด นี่เป็นความสุขสุดท้ายในชีวิตของฉันแล้ว”
“พี่ครับ พี่ยังอยู่ได้อีกนานถ้าดูแลตัวเองให้ดีมากขึ้น” อาทิตย์จับมือพี่สาวเพื่อปลอบโยน
“แกเห็นฉันโง่เหรอ ถ้ามันจะดีขึ้นจริงๆหมอจะให้กลับมาอยู่บ้านทำไม มันไม่ใช่เพราะอาการของฉันดีขึ้น แต่เพราะมันแย่ลงมากจนรักษาต่อไม่ได้แล้วต่างหาก แกไม่ต้องมาพูดให้กำลังใจอะไรฉันหรอก ฉันเตรียมใจไว้แล้ว”
“แต่ผมยังไม่ได้เตรียมใจ ผม…มีแค่พี่คนเดียวมาตลอดชีวิต”
“แกโตจนป่านแล้วยังจะมาร้องไห้กับเรื่องง่ายๆแบบนี้อีกเหรอ ไม่ว่าใครเกิดมาก็ต้องตายอยู่ที่ช้าเร็วแค่ไหน แกไม่ได้มีแค่ฉันแต่ตอนนี้มีทั้งภรรยาและลูกให้ต้องดูแล พี่สาวอย่างฉันเลี้ยงดูแกจนโตและประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้แล้ว ฉันยังมีอะไรต้องห่วงอีกล่ะ” เธอทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว เป็นทั้งพี่สาวที่ดีและอาจารย์ที่ศิษย์เคารพ ถึงตายก็ตายตาหลับ
“แต่ผมยังไม่ได้ดูแลพี่อย่างเต็มที่เลย อยู่กับผมไปนานๆเถอะครับพี่”
“ถึงฉันอยากจะอยู่นานกว่านี้ก็เอาชนะสังขารที่ร่วงโรยไม่ได้หรอก ไปๆ แกกำลังรบกวนเวลาแต่งฟาร์มของฉัน”
“พักผ่อนบ้างนะครับ พี่อยากเติมเพชรเท่าไหร่ก็เติมเถอะ ขอแค่พี่มีความสุขผมไม่ว่าอะไรหรอก”
“ดี แกควรคิดได้แบบนี้แหละ” อาทิตย์ยิ้มให้พี่สาว เขาตรวจดูอุณหภูมิของแอร์เพื่อไม่ให้อากาศหนาวเกินไป จากนั้นก็เดินออกไปและปล่อยให้พี่สาวพักผ่อน คล้อยหลังน้องชายไปแล้วอิงอรก็วางแท็บเล็ตในมือลง ลมหายใจติดขัด
ร่างบอบบางของสตรีวัยหกสิบห้าเอนตัวนอน ห่มผ้าให้ตนเองอย่างดีและหลับไปพร้อมกับจับแท็บเล็ตไว้แน่น
ค่ำวันนั้นอาทิตย์ก็สูญเสียพี่สาวอันเป็นที่รักไปโดยไม่ได้กล่าวลา เขานอนลงข้างๆร่างไร้ลมหายของพี่สาวแล้วกอดเธอเอาไว้อย่างนั้น เสียงร้องไห้ดังก้องไปทั่วห้องนอนกว้าง ภรรยาและลูกๆของเขาเองก็ยืนน้ำตาไหลอยู่ที่ประตูห้อง
“ได้เวลาพักผ่อนแล้วนะครับพี่ ขอบคุณที่เลี้ยงดูผมอย่างดี ขอให้พี่ได้อยู่ในที่ๆดีที่สุดนะครับ”
เขากอดพี่สาวและร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งรถพยาบาลมาถึง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า อธัชผู้เป็นบุตรชายต้องจัดการเรื่องพิธีศพของป้าด้วยตนเอง เพราะผู้เป็นพ่อนั้นยืนยันจะอยู่กับป้าจนกว่าจะบรรจุร่างลงโลง
ขณะที่ครอบครัวของอิงอรกำลังเตรียมพิธีศพ วิญญาณของเธอก็กำลังล่องลอยไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
ประเทศไทยในปี 2539 ณ โรงพยาบาลเล็กๆประจำอำเภอของจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เด็กชายตัวผอมคนหนึ่งกำลังเช็ดตัวให้ผู้เป็นแม่ ที่ตอนนี้นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้ มีเสื่อกกปูไว้บนพื้นข้างเตียงกับผ้าห่มและหมอน
“หิวหรือเปล่าแทน หนูไปซื้อนมกับพี่พยาบาลได้นะ”
“หนูไม่หิวจ้ะป้าหม่อน” คนเป็นป้าอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่หมอเดินเข้ามาตรวจเพื่อนของเธอเสียก่อน อาการยังคงตัวไม่ดีขึ้นแล้วก็ไม่ได้แย่ลง แต่นอนไม่ได้สติมาสามวันแล้ว และไม่รู้ว่าจะรู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อไหร่ด้วย
เธอเองต้องทำงานเพราะช่วงนี้กำลังเป็นช่วงปักดำนา จึงต้องให้หลานชายที่อายุเจ็ดขวบเป็นคนเฝ้าแม่ของเขา เธอเป็นคนส่งใบลาและรับรองให้หลานเองว่าแม่ของเขาป่วย ถ้าเขาไม่มาเฝ้าก็ไม่มีใครมาเฝ้าแล้ว ก็มีแค่กันสองคนแม่ลูก
“เมื่อไหร่แม่จะตื่นจ๊ะป้า”
“ป้าไม่รู้ แม่ของหลานคงเหนื่อยมากให้แม่นอนพักนานๆเถอะ หนูเบื่อไหมป้าจะให้ไปอยู่ที่บ้านตายายก่อน”
“ไม่เอา ที่นั่นไม่มีใครชอบหนู” หม่อนไหมลูบหัวหลาน เธอไม่ได้พูดอะไรอีกถ้าไม่จำเป็นเธอก็ไม่อยากให้หลานไปที่นั่นเหมือนกัน “หนูจะอยู่เฝ้าแม่ที่นี่ หนูอยู่ได้ไม่เบื่อเลยจ้ะ” เด็กชายแทนพัตน์บอกหนักแน่นเพื่อยืนยันในสิ่งที่พูด
“ป้ารู้แล้ว ถ้าหนูเบื่อก็ออกไปเดินเล่นได้ แต่อย่าออกไปด้านนอกโรงพยาบาลนะ” หม่อนไหมขอตัวกลับไปทำงาน หมู่บ้านที่พวกเธออาศัยอยู่ห่างจากโรงพยาบาลห้ากิโลฯ ต้องไปรอขึ้นรถประจำทางไปลงที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน เดินต่ออีกหนึ่งกิโลฯก็จะถึงบ้านหมู่บ้านแสนสุขเล็กๆกลางภูเขา ตอนนี้เป็นช่วงเพาะปลูกข้าวจึงทิ้งนาไปไม่ได้
คล้อยหลังหม่อนไหมไปราวๆหนึ่งชั่วโมง ร่างผอมบางที่นอนไม่ได้สติมาสามวันก็เริ่มขยับเปลือกตา เพดานสีขาวและแสงจ้าของหลอดไฟเป็นสิ่งแรกที่เธอเห็น ‘ยังไม่ตาย’ เป็นเรื่องแรกที่เธอคิด อิงอรกระพริบตาปริบๆด้วยความงุนงง สติสุดท้ายของเธอนั้นจดจำได้ดีถึงช่วงเวลาที่ลมหายใจหมดลง คงเป็นน้องชายที่ยื้อชีวิตของเธอเอาไว้อีกครั้งแล้ว
“แม่จ๋า! แม่ตื่นแล้ว” มือเล็กๆเขย่าแขนแม่ด้วยความตื่นเต้น เมื่อคิดบางอย่างขึ้นมาได้เขาก็รีบวิ่งไปตามพี่พยาบาล ไม่นานจากนั้นสุภาพสตรีในชุดขาวหลายคนก็มารุมล้อมเตียงคนไข้ คุณหมอเข้ามาตรวจและสอบถามหลายอย่าง อิงอรยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกแต่ก็พยักหน้าตอบคำถามอย่างว่าง่าย “แม่ผมหายแล้วใช่หรือเปล่าครับคุณหมอ”
“ใช่แล้วค่ะ อีกไม่นานคงออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะ ถ้าป้าของหนูมาหมอจะให้พยาบาลมาแจ้งอีกทีนะคะ”
“ขอบคุณครับ ป้าจะมาในตอนเช้าผมจะบอกให้ป้าไปถามพี่พยาบาลเองครับ” แทนพัฒน์ดีใจมากที่แม่ตื่นเสียที เมื่อหมอกับพยาบาลเดินจากไปแล้วเขาก็มานั่งเฝ้าแม่เหมือนเดิม “แม่หิวน้ำไหมจ๊ะ หมอบอกว่าเดี๋ยวแม่ก็กินข้าวได้”
“แม่เหรอ” อิงอรหันไปมองเด็กตัวผอมและผิวค่อนข้างดำ แต่ใบหน้านั้นน่ารักน่าชังอย่างมาก เธอนอนฟังหมอพูดคุยกับเด็กคนนี้อยู่นานแล้ว เมื่อตั้งสติได้ความรู้สึกมากมายก็ถาโถมเข้ามาในใจ เธอไม่ใช่อิงอรพี่สาวเจ้าอาทิตย์แต่เป็นอิงอรมารดาของเด็กคนนี้ “เอ่อ รินน้ำให้แม่หน่อย” เด็กน้อยรินน้ำใส่แก้วแล้วมาประคองแม่ให้ลุกดื่ม “หนูอยู่คนเดียวเหรอ”
“ป้าหม่อนกลับไปดูนาแล้วจ้ะ ตอนเช้าพรุ่งนี้ถึงจะมาอีก”
“จากที่ฟังจากคุณหมอพูดแม่คงหลับไปนานใช่หรือเปล่า”
“ใช่จ้ะ หนูกลัวมากตอนป้าหม่อนมาบอกว่าแม่ล้ม แม่อย่าล้มแบบนั้นอีกนะจ๊ะ ถ้าเหนื่อยให้บอกหนู” ทันใดนั้นความทรงจำบางอย่างก็ปรากฏขึ้น อิงอรนิ่วหน้าเพราะรู้สึกปวดหัวขึ้นมา “แม่เป็นอะไรจ้ะ! หนูจะไปตามพี่พยาบาล”
“ไม่ต้องๆ แค่ปวดหัวเท่านั้น หนูกินข้าวหรือยังมีเงินใช้ไหม” จากความทรงจำสองแม่ลูกมีความเป็นอยู่ที่ไม่ดีเท่าไหร่ คนเป็นแม่ประหยัดมากอาหารการกินจึงไม่ค่อยดี ถึงจะมีข้าวให้กินเต็มอิ่มแต่เธอก็ไม่ค่อยซื้ออาหารอย่างอื่น
“กินแล้วจ้ะ หนูหยิบกระเป๋าแม่มาด้วยตอนมาโรงพยาบาล แม่อยากกินนมไหมหนูจะไปซื้อมาให้” อิงอรหัวเราะเบาๆพลางส่ายหน้า เธอยกมืออันผอมแห้งของตนเองลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู เขาช่างเป็นเด็กดีมากจริงๆ
แต่เขาไม่มีวันรู้ว่าแม่ที่เขารักนั้นได้ไปอยู่ในอีกภพภูมิหนึ่งแล้ว เธอคนนั้นร่างกายขาดสารอาหารมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่เพราะครอบครัวของเธอยากจน แต่เธอต้องยอมอดเพื่อให้พี่สาวพี่ชายได้กินอิ่มกว่า เหตุผลเพราะพวกเขาต้องเรียนหนังสือ ขณะที่เธอเรียนจบแค่ปอสี่ก็ต้องหยุดเรียน แม้จะแต่งงานออกมาแล้วแต่นิสัยกินน้อยก็ติดตัวจนแก้ได้ยาก
สุดท้ายก็ทนอากาศร้อนของเดือนเจ็ดไม่ไหว เป็นลมล้มคว่ำหน้าลงแปลงนาขณะก้มดำนา เธอต้องดำนาบนที่ดินสองไร่ด้วยตนเอง มีเพื่อนมาช่วยบ้างแต่ไม่บ่อยเพราะพวกเขาก็ต้องดำนาเหมือนกัน จะจ้างก็ไม่มีเงินมากพอ
“หนูไปขอยืมปฏิทินจากพี่พยาบาลมาให้แม่ได้ไหมลูก บอกว่าแม่อยากดูแค่แปบเดียวเท่านั้น”
“ได้จ้ะ” เด็กน้อยวิ่งออกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมปฏิทินอันใหญ่ “วันนี้เป็นวันอังคารที่16จ้ะแม่” ในปฏิทินบอกไว้ว่านี่คือปี2539 ยังอยู่ช่วงกลางเดือนเจ็ดเท่านั้น ยังพอมีเวลาเตรียมตัวก่อนที่วิกฤตในปี2540จะมาถึง “มีอะไรเหรอจ๊ะ”
“ไม่มีอะไรลูก เอาไปคืนพี่พยาบาลเถอะแม่ดูพอแล้วล่ะ” เด็กน้อยวิ่งเอาปฏิทินกลับไปคืนแล้วก็วิ่งกลับมานั่งอยู่กับแม่ “ไม่เห็นต้องวิ่งเลยลูก ถ้าหนูล้มหนูจะเจ็บนะ ค่อยๆเดินถึงจะช้าแต่ก็ไปถึงที่หมายเหมือนกัน บางเรื่องไม่ต้องรีบ”
“จ้ะแม่ หนูจะจำที่แม่บอก” เพราะกังวลเรื่องแม่มาหลายวัน เมื่อแม่ปลอดภัยแทนพัฒน์จึงง่วงมาก อิงอรให้เขาได้นอนพักผ่อนส่วนเธอก็นอนขบคิดเรื่องของเธอไปด้วย ขณะที่กำลังทบทวนความทรงจำอยู่นั้น ความเจ็บปวดที่ศีรษะก็จี๊ดขึ้นมาจนต้องยกมือคลึงขมับ ทันในนั้นดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อมีบางอย่างปรากฏตรงหน้า เป็นอะไรที่เธอคุ้นเคย
‘นี่มันเกมที่เธอเล่นค้างไว้ก่อนตายไม่ใช่เหรอ มันคือฟาร์มในฝันของเธอที่ซื้อเพชรสร้างมันมากับมือ’
เธอขอร้องให้ญาติคนไข้เตียงข้างๆช่วยปิดม่านรอบเตียงให้ บอกเพียงว่าแสงข้างนอกมันแยงตาจนเธอนอนไม่หลับ เมื่อมิดชิดดีแล้วเธอก็เริ่มยกมือขึ้นจิ้มที่หน้าจอตรงหน้าอย่างเพลิดเพลิน ดูเหมือนว่าเจ้าอาทิตย์จะเล่นมันต่อจริงๆ
แปลกที่มันมีระบบซื้อขายบางอย่างเพิ่มขึ้นมาด้วย เธอกดอ่านรายละเอียดอ่านไปตาก็โตขึ้นเรื่อยๆ เพราะเธอสามารถใช้เหรียญที่มีในเกมซื้อสินค้าจากร้านได้ แต่เหรียญส่วนนี้จะได้มาจากการส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อในบอร์ดพิเศษ และสินค้าที่เธอสามารถซื้อได้ก็เป็นสินค้าที่ระบบเกมนำมาขายที่ร้านค้าพิเศษเท่านั้น หมายความว่าเธอจะมีอาหารไม่อั้น
ในตอนนี้มีคำสั่งซื้อบนบอร์ดอยู่สี่รายการ ผลผลิตที่อยู่ในยุ้งฉางมีมากพอให้เธอส่งได้ทั้งสี่รายการ และไม่ใช่แค่นี้เพราะเมื่อส่งเสร็จก็จะมีคำสั่งซื้อเข้ามาใหม่อีกเรื่อยๆ โชคดีจริงๆที่เธอขยันปลูกขยันเก็บผลผลิตไว้จำนวนมาก
และไม่เสียแรงที่เติมเกมไปเป็นแสนเพื่อขยายยุ้งฉางกับพื้นที่เพาะปลูก เธอรู้สึกมีความสุขมากจริงๆ เพราะในความทรงจำเธอกับลูกใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก สามีตามพี่สาวกับน้องสาวของเขาไปทำงานโรงงานที่กรุงเทพฯ สามปีแล้วที่ไปไม่เคยกลับมาแต่ก็ส่งเงินกลับมาให้ทุกเดือน แต่เธอได้เงินมาแค่สามส่วนเท่านั้นที่เหลือเป็นของแม่สามี
มันแทบไม่พอใช้ถ้าเธอไม่ออกทำงานรับจ้างหาเงินเพิ่ม ทุกปีเธอจะได้เงินจากการรับจ้างดำนาให้คนในหมู่บ้านจำนวนหนึ่ง แต่ปีนี้คงไม่ได้ทำแล้วเพราะสุขภาพที่ย่ำแย่ นาของตัวเองยังทำไม่เสร็จเลยไม่รู้ว่าต้นกล้าจะยังอยู่ดีไหม
เธอนอนจิ้มหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าอยู่นานจนผลผลิตเริ่มหมดและต้องรอผลิตใหม่ ได้เหรียญมาเพียงสองพันสองร้อยเหรียญเท่านั้น แต่มันเพียงพอให้เธอสามารถซื้อนมขวดใหญ่ให้ลูกดื่มได้สองขวด ต้องบำรุงเจ้าตัวเล็กหน่อย
นอกจากนี้ยังซื้อขนมปังออกมาสองก้อนให้ลูกได้กินคู่กับนมด้วย ระหว่างที่เธอนอนไม่ได้สติเขาคงลำบากมาก นอนที่นี่ไม่สบายเท่าไหร่แต่เขาคงอ่อนเพลียมากจึงนอนหลับสนิทขนาดนี้ เขาหลับไปจนเกือบค่ำเธอจึงต้องปลุกให้ตื่น
“ลูกนอนนานไปจะทำให้ปวดหัว หิวหรือเปล่ามีนมกับขนมปังอยู่บนโต๊ะข้างเตียง”
“หิวจ้ะ แม่หิวหรือเปล่าจ๊ะกินกับหนูก็ได้”
“แม่ยังกินอะไรไม่ได้จนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า ลูกกินเถอะกินให้อิ่มจะได้ตัวอ้วนๆ” เด็กน้อยจึงนั่งกินขนมกับนมอยู่ข้างๆแม่ “นอกจากป้าหม่อนแล้วมีใครมาเยี่ยมแม่อีกบ้างไหมลูก” เห็นลูกชายส่ายหน้าเธอก็ถอนหายใจออกมา “ไม่เป็นไรหรอกลูก เดี๋ยวแม่ก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แม่จะดูแลตัวเองให้ดีหนูจะได้ไม่ต้องมานั่งเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลอีก”
“ป้าหม่อนบอกว่าถ้าแม่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ป้าหม่อนจะไปช่วยดำนาด้วยจ้ะ” หม่อนไหมเป็นเพื่อนวัยเด็กของเธอ ที่มาแต่งงานกับผู้ชายในหมู่บ้านเดียวกัน เธอจึงยังพอมีเพื่อนสนิทให้คบหาและช่วยเหลือยามเจ็บป่วยแบบนี้
เช้าวันต่อมาเธอก็ได้พบหน้าเพื่อนสนิทคนนี้ เพราะต้องทำงานหนักทำไร่ไถนาไม่ได้พัก ทำให้ผู้หญิงคนนี้ดูแก่กว่าอายุจริงไปมาก พวกเธอเพิ่งอายุยี่สิบห้าเท่านั้นเอง แต่ริ้วรอยแห่งวัยนั้นชัดเจนมาก แต่เธอคนนี้ก็สดใสน่ารักไม่น้อย
“เธอมายังไง นั่งรถประจำทางมาใช่หรือเปล่าฉันจะได้เอาเงินให้” อิงอรเอ่ยทักเพื่อนด้วยรอยยิ้ม
“ยืมจักรยานลุงแดงมาฝากไว้ที่บ้านทางเข้าหมู่บ้าน แล้วก็ต่อรถประจำทางมาที่นี่สะดวกดี ไม่ต้องให้เงินหรอก”
“ได้ยังไงล่ะ เธอสิ้นเปลืองเพราะฉันนะ เอากระเป๋ามาให้แม่หน่อยลูก” ในกระเป๋ามีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง เธอจึงให้เพื่อนไปห้าสิบบาท ในปีนี้เงินหนึ่งร้อยเป็นเงินที่มากพอควรในชนบท ค่ารถประจำทางไปกลับราวๆสิบบาทเท่านั้น
“จะได้กลับบ้านวันไหนล่ะ หมอบอกหรือยัง” หม่อนไหมรับเงินมาเก็บแล้วเอ่ยถามเพื่อน
“วันพรุ่งนี้ก็กลับได้แล้ว ฉันไม่เป็นอะไรมากแค่หน้ามืดเป็นลมเพราะแดดแรงเท่านั้น ขอบใจเธอมากนะ”
“ดูแลตัวเองให้ดีๆหน่อยสิ ผัวไม่อยู่แต่ก็ส่งเงินมาให้ไม่ใช่เหรอ อย่าประหยัดจนเป็นลมเป็นแล้งไปอีก” อิงอรทำได้เพียงยิ้มระหว่างที่เพื่อนบ่น เธอไม่ปฏิเสธเลยว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้ก็เพราะทำตัวเองล้วนๆ “คนที่บ้านเธอก็ใจจืดใจดำเกินไปจริงๆ ทั้งบ้านพ่อแม่บ้านผัวไม่มีคนมาดูดำดูแดงสักคน ไม่ใช่ว่าฉันไม่ไปบอกข่าวพวกเขาแต่ก็ไม่มีใครมาเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก พวกเขาก็ไม่สนใจฉันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ข้างนอกเหมือนฝนจะตกหรือเปล่าทำไมไม่มีแดด”
“ใช่ ฉันคงกลับเร็วหน่อยนะแต่เห็นเธอฟื้นแบบนี้แล้วก็สบายใจ เรื่องนาไม่ต้องห่วงฉันกับผัวไปดูแลให้อยู่ นาของพวกฉันใกล้ดำเสร็จแล้วเดี๋ยวจะไปช่วยดำนาด้วย” หม่อนไหมเอาข้าวเช้ามาส่งหลานแล้วก็รีบกลับไปเพราะฝนจะตก
วันต่อมาอิงอรก็ได้ออกจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยง กว่าจะรอหมอมาตรวจกว่าจะรอรับยาใช้เวลาไปครึ่งวัน แต่วันนี้อากาศไม่ร้อนมากเพราะฝนทำท่าจะตกลงมาอีกแล้ว เธอจึงซื้อร่มที่มีขายในโรงพยาบาลติดตัวไปหนึ่งคัน
ค่าใช้จ่ายในการนอนห้องรวมในโรงพยาบาลไม่แพงเลย ที่แพงคือค่ายาแต่ก็ยังเป็นจำนวนที่พอจ่ายไหว เธอจูงมือลูกไปรอรถประจำทางที่ศาลาฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล เสื่อผ้าห่มหมอนก็ต้องหอบกลับทำให้เปลืองแรงมาก แต่เมื่อรถประจำทางมาจอดที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านก็เห็นหม่อนไหมมารออยู่แล้ว เพื่อนคงไปยืมจักรยานมาอีกวันเพื่อมารับเธอกับลูก
ทางกลับบ้านมีเนินสูงอยู่สองเนิน พวกเธอต้องขึ้นลงจักรยานจนเหนื่อย แต่เมื่อมาถึงบ้านแล้วก็โล่งใจ อิงอรฝากเงินอีกหนึ่งร้อยไปให้ลุงแดงเจ้าของจักรยานเพื่อเป็นการขอบคุณ เพื่อนของเธอไปยืมมาหลายครั้งต้องแสดงน้ำใจ
“ถึงบ้านแล้วจ้ะแม่ หนูกวาดบ้านก่อนนะจ๊ะแม่ไม่ต้องทำหรอก”
“ช่วยกันเถอะลูก” บ้านก็เล็กแค่นี้เดินหันซ้ายหันขวาก็ทั่วบ้านแล้ว บ้านหลังนี้เป็นบ้านปูนชั้นเดียวมุงหลังคาสังกะสี คาดคะเนจากสายตาน่าจะราวๆยี่สิบตารางเมตร ภายในบ้านเป็นพื้นที่โล่งปูเบาะนอนไว้ชิดริมหน้าต่างฝั่งตะวันออก สองแม่ลูกนอนด้วยกันที่ตรงนั้น อีกฝั่งผ้ากองไว้ไม่มีราวแขวนหรือตู้เสื้อผ้า มีครัวและห้องน้ำเล็กๆอยู่ข้างนอก
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนที่ดินของอิงอร ที่ผู้เป็นพ่อแบ่งให้ลูกหกคนอย่างเท่าเทียมกัน เป็นพื้นที่เพียงสองงานยาวลงไปเป็นแถวตอน มีรั้วไม้ล้อมไว้เพื่อกั้นเขตที่ดินของใครของมัน แต่พื้นที่ของพี่น้องคนอื่นยังปลูกมะม่วงกับลำไยเอาไว้อยู่
หลังสามีไปทำงานที่กรุงเทพฯบ้านพ่อแม่สามีก็ไม่น่าอยู่อีกต่อไป เธอจึงมาสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง ใช้เงินเก็บทั้งหมดในการสร้างบ้านหลังนี้ มันไม่แพงเพราะมีไม้ที่สามีเคยเก็บสะสมไว้ โครงทำจากไม้ทั้งหมดจึงซื้อแค่ปูน อิฐบล็อกและสังกะสี ยกพื้นให้สูงเล็กน้อยเพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน ช่างก่อสร้างก็เป็นคนในหมู่บ้านจึงประหยัดไปได้มาก
สองแม่ลูกช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูไม่นานก็เสร็จ บ้านค่อนข้างสะอาดเพราะไม่มีข้าวของมากนัก เธอเดินไปดูรอบบ้านแล้วพบว่าไม่มีอะไรเลยจริงๆ มีเพียงต้นใบเตยกับต้นพริกที่ข้างบ้าน ในครัวมีข้าวสารข้าวเหนียวอยู่เล็กน้อยเท่านั้น
“ต้องซื้อไข่จากในเกมมาทำอาหารวันนี้ไปก่อนล่ะ” อย่างอื่นค่อยไปหาซื้อวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน
ตอนที่ 2 รายได้จากการค้าครั้งแรก
ที่นี่คือภาคอีสานตอนบน อากาศในช่วงเดือนกรกฎาคมนั้นร้อนมากแต่ก็มีฝนตกบ้างประปราย เป็นฤดูทำนาดำของชาวบ้าน อิงอรเองก็เป็นหนึ่งในชาวนาที่ต้องปักดำนาในช่วงนี้เช่นกัน หม่อนไหมกับสามีมาช่วยเธอดำนาในเช้าวันเสาร์ รวมเธอด้วยก็เป็นแรงงานสามคน มันค่อนข้างหนักแต่ก็มีลูกของเธอและลูกของเพื่อนมาช่วยขนต้นกล้า ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย
“วันนี้กินข้าวเที่ยวด้วยกันนะ เมื่อวานฉันไปตลาดซื้อเนื้อมาเยอะเลย” อิงอรพูดขึ้นขณะก้มหน้าดำนา
“ได้สิ ใกล้เที่ยงเธอก็หยุดมือแล้วไปทำอาหารเถอะ ฉันกับผัวจะดำนาต่อจนกว่าเธอจะทำอาหารเสร็จ” อิงอรพยักหน้า เมื่อวานนี้เธอไปตลาดมาจริงๆ แต่ไม่ได้ซื้ออะไรมาเลยแถมยังเอาไข่ไปขายได้เงินมาด้วย สิ่งที่เธอต้องการคือเงิน
ส่วนเนื้อหมูเธอก็ซื้อเอาจากร้านในเกม มีไม่กี่อย่างหรอกที่เธอสามารถซื้อจากในร้านค้าของเกมได้ ตอนนี้ก็มีไข่ไก่ เนื้อหมู นมวัว แป้งสาลี ผลไม้ น้ำผึ้ง ผ้า น้ำตาล อย่างอื่นไม่จำเป็นและเธอก็ไม่เสียเหรียญซื้อให้สิ้นเปลืองหรอก
อาหารอีสานอย่างลาบหมู หมูย่าง แกงอ่อมหมู และข้าวเหนียวร้อนๆเป็นมื้อเที่ยงที่หรูหรามาก หม่อนไหมบ่นเล็กน้อยว่ากินอยู่ดีเกินไป แค่แกงผักสักถ้วยกินกับข้าวเหนียวก็พอ แต่เธออยากตอบแทนเพราะเธอไม่มีเงินจ้างเพื่อน
“เธอดำนาไปได้เยอะแล้ว วันนี้ฉันคิดว่าคงจะเสร็จแล้วล่ะ” อิงอรพยักหน้า ต้องชมอิงอรคนนั้นที่ขยัน ที่นาสองไร่เธอทำเองคนเดียวจนเกือบเสร็จแล้ว อาจเพราะเธอหักโหมหนักไปจึงทำให้เป็นลมในวันนั้น ส่วนอิงอรคนนี้ทำนาไม่เป็นแต่เธอก็เรียนรู้ได้เร็ว แอบดูเพื่อนทำไม่นานเธอก็ทำได้คล่องมือ อาจจะเพราะความเคยชินด้วยเธอเลยทำงานได้เร็ว
“หมูย่างอร่อยมากจ้ะแม่ ให้หนูเอาไปกินที่โรงเรียนบ้างได้ไหมจ๊ะ” แทนพัฒน์ปั้นข้าวเหนียวกินกับหมูย่าง
“ได้สิ วันจันทร์แม่จะทำใส่กล่องข้าวให้นะ น้องทรายกับน้องดินก็กินเยอะๆนะ” หม่อนไหมมีลูกสองคนแล้ว ลูกคนโตเป็นผู้หญิงเพิ่งอายุเจ็ดขวบเท่าน้องแทน ส่วนน้องดินเป็นเด็กผู้ชายอายุห้าขวบ กำลังอยู่ในวัยน่ารักและแสนซน
“ไม่แบ่งไปให้ทางนู้นบ้างเหรออิง” หม่อนไหมมองไปทางกลุ่มพ่อแม่ของอิงอร บ้านนั้นก็มาดำนาเหมือนกันแต่แตกต่างจากอิงอรตรงที่จ้างคนมาช่วยถึงสิบคน พวกเขามีที่ดินห้าไร่คนแค่นี้ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้ว น่าหงุดหงิดจริงๆ
“ฉันไม่ต้องแบ่งไปให้หรอก พวกเขามีเงินมากมายที่พี่สาวน้องสาวของฉันส่งมาให้ มีเงินซื้ออาหารดีๆกินแน่” พี่สาวคนโตของเธอมีงานทำมั่นคงที่เชียงใหม่ เงินเดือนสูงมากเพราะเรียนจบปริญญาตรี น้องสาวสอบตำรวจได้มีงานทำที่มั่นคงเช่นกัน ทั้งยังเรียนรามคำแหงควบคู่ไปด้วย ส่วนพี่ชายสองคนกับพี่สาวอีกคนนั้นเรียนไม่จบและออกมาทำนา
เธอไม่ค่อยกลับไปขอความช่วยเหลือที่บ้านนั้นเท่าไหร่ตั้งแต่แต่งงาน พึ่งพาสามีเต็มที่และเอาตัวออกห่างจากบ้านพ่อแม่ เพราะแบบนี้พ่อถึงแบ่งที่ดินให้ลูกเร็วมาก ที่นาก็แบ่งให้เธอถึงสองไร่ถือว่าพ่อแม่ของเธอใจกว้างมากแล้ว
ตอนนี้เธอจึงมีทั้งบ้านและที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง พ่อแม่สามีไม่ช่วยเหลือก็ไม่เดือดร้อนอะไร
“ใจเด็ดเดี่ยวจริงๆ เจ็บป่วยมาก็มีแต่ฉันนี่แหละที่ดูแลเธอ คนพวกนั้นน่ะเหรอจะสนใจ”
“ฉันถึงอยากตอบแทนเธอบ้าง” เป็นโชคดีของเธอที่วันนั้นเพื่อนเอาปลามาให้ และเห็นตอนเธอเอนโงนเงนจะล้มพอดีก็เลยวิ่งมาช่วย ถ้าไม่ได้เพื่อนคนนี้ก็ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นยังไงบ้าง “หลังดำนาเสร็จฉันจะหาของไปขายที่ตลาด เธอสนใจทำด้วยไหมหม่อน ที่อำเภอมีทั้งโรงเรียนประถมกับมัธยม สถานีตำรวจ โรงพยาบาล มีคนมาซื้ออาหารที่ตลาดเยอะมาก”
“บ้านเรามีอะไรให้เอาไปขายล่ะ หรือจะไปหาหน่อไม้กับเห็ดบนภูเขา”
“นั่นก็ดีนะ เราขึ้นภูไปดูกันว่ามีอะไรให้เก็บบ้าง ขายได้น้อยได้มากมันเป็นเงินไม่ใช่เหรอ” เธอจะรอคอยแต่เงินที่สามีส่งมาให้ไม่ได้หรอก ถ้าหาเงินเองได้ก็ไม่ต้องไปขอจากใคร และเธอก็ไม่ต้องแบ่งเงินให้ใครด้วย “ฉันจะทำจริงๆนะ”
“หลังเจ็บป่วยครั้งนี้เธอมีความกล้าขึ้นนะ แต่ก่อนชวนทำอะไรก็เอาแต่บอกว่าไม่กล้าทำ”
“ฉันมีลูกต้องดูแล จะให้เขาตัวผอมแบบนี้ไปตลอดได้ยังไง เทอมหน้าขึ้นปอสองก็ต้องซื้อชุดนักเรียนใหม่อีก”
“หนูใส่ชุดเดิมก็ได้จ้ะแม่ มันยังใส่ได้อยู่นะจ๊ะ”
“ใส่ได้อะไรกันล่ะ ขากางเกงลอยเหนือเข่าชายเสื้อก็แทบพ้นขอบกางเกง มันไม่พอดีตัวของลูกแล้วก็ต้องเปลี่ยน แม่จะหาเงินมาซื้อชุดใหม่รองเท้าใหม่ให้ลูกเอง น้องแทนแค่ตั้งใจเรียนก็พอ” เธออยากเข้าไปในตัวจังหวัดมาก แต่มันอยู่ไกลจากหมู่บ้านที่เธออยู่ถึงห้าสิบกิโลฯ ตั้งใจว่าจะไปวันจันทร์นี้ใช้เวลาตอนที่ลูกไปโรงเรียน แต่คงต้องรอไปก่อน
หลังกินมื้อเที่ยงอิ่มและนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งหกคนก็ลงนากันต่อเพราะอากาศกำลังดี ฝนกำลังจะตกลงมาอีกฟ้าจึงมีเมฆก้อนใหญ่ลอยบดบังแดด การทำงานจึงเร็วขึ้นมากและเสร็จในเวลาตอนสี่โมงเย็น อิงอรเอาเนื้อหมูให้เพื่อนเพื่อตอบแทนน้ำใจในครั้งนี้ เหมยไหมอยากปฏิเสธแต่อิงอรยืนยันจะให้ สามีของหม่อนไหมชื่อองอาจจึงบอกให้รับไว้
“แม่เหนื่อยไหมจ๊ะ หนูไม่เหนื่อยเลยเพราะหนูได้ช่วยแม่ทำงาน”
“เก่งมากเด็กดี น้องแทนของแม่ช่วยแม่ทำงานได้ตั้งแต่ตัวเท่านี้แม่ภูมิใจมากๆ ลูกไปอาบน้ำก่อนเถอะแม่จะทำมื้อเย็น” ฝนกำลังตกปรอยๆเธอต้องรีบทำอาหาร ถ้าชักช้าฝนได้สาดเข้ามาในครัวแน่ ตรงนี้แทบไม่มีอะไรกั้นไว้เลย
ถ้ามีเงินเพิ่มอีกหน่อยเธอจะจ้างคนมาสร้างห้องครัวให้มันดีกว่านี้ และสร้างห้องน้ำให้มิดชิดมากขึ้นด้วย น้ำประปาก็ต้องต่อท่อไปหลายจุดของบ้าน ตกแต่งบ้านให้น่าอยู่กว่านี้เพราะตอนนี้มันโล่งทั้งด้านหน้าและหลัง
เมื่อวันก่อนเธอไปขุดต้นมะม่วงต้นเล็กกับต้นลำไยมาปลูกไว้หน้าบ้านแล้ว หลังบ้านที่เป็นส่วนของเล้าข้าวมีต้นมะขามหวานต้นใหญ่อยู่แล้ว มันแผ่กิ่งก้านมาถึงหลังคาบ้านของเธอด้วย อะไรที่อยู่ในพื้นที่ของเธอก็ตกเป็นของเธอทั้งหมด ส่วนต้นผลไม้ที่อยู่นอกที่ดินเธอก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง มะม่วงที่เคยช่วยพ่อแม่เก็บไปขายเธอไม่ได้ส่วนแบ่งแล้ว
เหตุที่ทำให้เกิดการตัดขาดจากครอบครัวคือ ลูกชายของเธอป่วยเมื่อตอนเขาอายุได้สี่ขวบ ตอนนั้นสามีไปทำงานที่กรุงเทพฯแล้วและเธอไม่มีเงิน จึงไปขอยืมจากพ่อแม่แต่พี่สาวคนที่สามกลับพูดจาแดกดัน แม้พ่อแม่เธอจะให้ยืมมาจำนวนหนึ่งจนสามารถพาลูกไปหาหมอได้ แต่พี่สาวคนนี้ก็ยังไม่หยุดพูดเรื่องนี้ และขอให้พ่อแบ่งทรัพย์สินให้ทุกคน
แม้เธอจะนำเงินไปคืนแล้วแต่พี่สาวก็ยังเอาไปนินทาให้คนอื่นฟัง บ้านพ่อแม่อยู่อีกหมู่บ้านแต่ไม่ไกลกันนัก เรื่องย่อมดังมาเข้าหูพ่อปู่แม่ย่าของเธอ ผู้เฒ่าสองคนนั้นก็ไม่พอใจที่เธอไปขอเงินทางนั้น เธอจึงให้พ่อแบ่งทรัพย์สินไปเลย
และเธอก็ไม่ไปยุ่งกับบ้านนั้นอีก แม้แต่พ่อปู่แม่ย่าเธอก็ไม่ไปยุ่งเกี่ยว ยอมให้สองผู้เฒ่าแบ่งเงินที่สามีส่งมาให้ไปจำนวนหนึ่งเพื่อตัดปัญหา เพราะพี่สาวของสามีที่ดูแลสองผู้เฒ่าไม่มีงานทำ รายได้จึงมาจากพี่น้องที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ
ที่บ้านพ่อปู่แม่ย่ามีคนอยู่อีกสี่คน เป็นครอบครัวของลูกชายคนโต ซึ่งก็ประกอบอาชีพทำนาบนที่ดินสิบไร่ใกล้เชิงเขา อิงอรเคยไปช่วยดำนาที่นั่นอยู่หลายปี ที่ดินไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ถ้าฝนไม่ตกก็จะไม่มีน้ำให้ปลูกข้าว หรือถ้าปีไหนฝนตกดีน้ำก็จะท่วมข้าวทำผลผลิตเสียหาย แต่ก็ยังมีข้าวไปขายในแต่ละปีจำนวนมาก เงินที่ได้ก็แบ่งกันในครอบครัว
ที่ดินสองไร่ของเธอต้องได้ผลผลิตมากมายแน่ๆ เพราะเธอจะซื้อปุ๋ยสูตรพิเศษจากร้านค้าของเกมมาใส่นา
เธออ่านสรรพคุณของมันแล้ว ปุ๋ยหนึ่งถุงจะช่วยให้ต้นข้าวหรือผักผลไม้โตเร็วและแข็งแรง ส่วนผลผลิตที่ได้นั้นยังรอลุ้นเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ถ้ามันได้ผลดีเธอก็จะเอาปุ๋ยสูตรพิเศษผสมกับปุ๋ยที่มีขายทั่วไป แล้วก็นำไปให้เพื่อนใช้ด้วย
“แม่จ๋าหนูอาบน้ำเสร็จแล้วจ้ะ”
“ไปใส่เสื้อผ้าเร็วๆเข้าเดี๋ยวจะไม่สบาย” เด็กตัวจ้อยวิ่งโป๊ออกจากห้องน้ำ เธอต้องบำรุงลูกชายเป็นการด่วนเพราะเขาผอมมากจริงๆ เธอเร่งทำไข่นึ่งสมุนไพรกับหมูย่างเป็นมื้อเย็น เธอเอาข้าวหอมมะลิไปที่โรงสีมาแล้ว เมล็ดข้าวหักเยอะมากแล้วก็มีลูกหินเล็กๆปนข้าวมาด้วย ก่อนหุงต้องมานั่งคัดเอาลูกหินออกไม่งั้นถ้าเคี้ยวโดนมันฟันอาจแตกได้
มื้อเย็นของสองแม่ลูกเอร็ดอร่อยมาก เธอต้องรีบปลูกผักเอาไว้กินบ้างแล้ว จะกินแต่เนื้อหมูกับไข่แบบนี้ไปตลอดไม่ได้ แม้เธอจะเอานมให้ลูกดื่มวันละสองขวดเช้าและก่อนนอน แต่กังวลว่าสารอาหารมันจะไม่ครบห้าหมู่
อิงอรเริ่มปรับตัวได้แล้วตั้งแต่มาเกิดใหม่ แม้ช่วงแรกจะลำบากไปบ้างกับการจุดไฟในเตาอั้งโล่ หรือจะเป็นการหุงข้าวในหม้อเบอร์สิบแปด หนึ่งข้าวในหวดเก่าๆที่ขอบหวดขาดรุ่ย และตกใจจนร้องกรี๊ดเมื่อเห็นหนอนในไหปลาร้า
แม้เธอจะเลี้ยงเจ้าอาทิตย์มาตั้งแต่ยังเด็ก แต่พื้นฐานเดิมคือครอบครัวมีฐานะดีพ่อแม่ทิ้งเงินไว้ให้จำนวนมาก มีแม่บ้านเก่าแก่คอยหุงหาอาหารให้กินทุกวัน เธอมีหน้าที่แค่เลี้ยงน้องและตั้งใจเรียน มาสนใจทำอาหารก็ตอนอายุมากแล้ว เคยหยิบจับแต่ของที่มันทันสมัย หม้อหุงข้าว เตาไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า เตาอั้งโล่จึงทำให้เธอลำบากไม่น้อย แต่ก็ผ่านไปได้
“พรุ่งนี้เช้าแม่จะไปตลาดที่อำเภอนะ หนูอยากไปกับแม่ไหม” ทุกวันอาทิตย์จะมีตลาดนัดที่พ่อค้าแม่ค้ามาขายของ เป็นตลาดนัดใหญ่ของอำเภอที่มีทั้งเสื้อผ้าและข้าวของมากมาย เธอรู้เรื่องนี้จากหม่อนไหมจึงอยากไปลองเดินดูของ
“ไปจ้ะ หนูไม่เคยไปตลาดเลย”
“ถ้างั้นต้องตื่นแต่เช้านะ เราต้องเดินไปขึ้นรถที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน” เด็กน้อยพยักหน้า อิงอรเหลือบไปมองนาฬิกาอันเล็กบนฝาหนังบ้าน ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มเท่านั้นแต่เธอกลับรู้สึกง่วงแล้ว บรรยากาศก็เงียบและมืดมาก เธอพาลูกเข้านอนหลังดื่มนมและแปลงฟัน บ้านเธอมีพัดลมตั้งพื้นตัวเล็กอยู่หนึ่งตัว ช่วยให้คลายร้อนนอนสบายไปได้บ้าง
ตอนเช้าอิงอรรีบตื่นมาก่อนเพื่อทำมื้อเช้า ดูนาฬิกาเป็นเวลาตีห้าแต่ยังนับว่าตื่นสายอยู่ บ้านอื่นเขาตื่นมาตั้งแต่ตีสี่กันแล้ว เธอรีบนึ่งข้าวเหนียวกินกับหมูย่าง สำหรับนางข้าวเหนียวกินแล้วอยู่ท้องกว่าข้าวจ้าว วันนี้ต้องเดินไกลต้องใช้พลังงานอย่างมากเพราะฉะนั้นข้าวเหนียวตอบโจทย์ หมูย่างทำง่ายหลังข้าวนึ่งสุกก็ใช้ถ่านที่เหลืออยู่ย่างต่อได้เลย
“กลิ่นหอมจังเลยจ้ะแม่จ๋า” เด็กหัวฟูคลานออกจากที่นอนมานั่งอยู่ตรงประตูหลังบ้าน ซึ่งครัวก็อยู่ตรงนี้
“ไปอาบน้ำเถอะลูก แปรงฟันให้สะอาดด้วยนะเด็กดี” วันนี้เธอต้องซื้อชุดใหม่ให้ลูกสักชุด ที่มีใส่อยู่มันเก่ามากและมีรอยขาดอยู่หลายจุด เสื้อผ้าของเธอเองก็ไม่ได้ต่างกันหรอก จะตัดเย็บเองก็ไม่มีอุปกรณ์ซึ่งก็คิดจะไปซื้อวันนี้แหละ
หลังมื้อเช้าสองแม่ลูกก็เดินเท้าออกจากบ้าน โชคดีที่รถประจำทางที่มีอยู่คันเดียวในหมู่บ้านผ่านมาเวลานี้พอดี เธอกับลูกจึงไม่ต้องเดินไปขึ้นรถที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน นั่งรถมาลงที่ตลาดในอำเภอและจ่ายค่ารถไปคนละห้าบาท
อิงอรมีเงินอยู่ในกระเป๋าพันกว่าบาท นี่เป็นเงินทั้งหมดที่เธอมีในตอนนี้ ต้องรอดูว่าเดือนหน้าเธอจะได้เงินที่สามีส่งมาให้เท่าไหร่ แต่ระหว่างนี้เธอก็จะหาเงินด้วยตนเองด้วย เธอจูงมือลูกชายไปซื้อรองเท้าแตะให้เขาก่อนเป็นอย่างแรก ราคาไม่ได้แพงเลยแค่คู่ละยี่สิบบาทเท่านั้น เป็นรองเท้ายางที่ไม่ใช่แตะคีบ เธอให้ลูกเลือกที่เขาชอบด้วยตัวเองมาหนึ่งคู่
“ไม่ต้องใส่ถุงจ้ะ จะให้เขาใส่เลย” เด็กน้อยมีความสุขที่ได้รองเท้าใหม่ มันนุ่มแล้วก็ใส่สบายไม่เจ็บเท้าเลย
นอกจากนี้เด็กชายแทนพัฒน์ยังได้กางเกงเจเจลายสดใสไปอีกสองตัว เอี๊ยมยีนส์ขาสั้นหนึ่งตัว เสื้อยืดสองตัว กางเกงในใหม่ที่ผู้เป็นแม่ซื้อยกถุงสิบตัว กางเกงยีนส์ขายาวอีกหนึ่งตัว รองเท้าผ้าใบหนึ่งคู่ ถุงเท้าอีกห้าคู่ และชุดนักเรียนสามชุด ขณะที่อิงอรไปซื้อเข็มกับด้ายรวมถึงยางยืดและผ้าลูกไม้กลับไปตัดชุดเอง หมดเงินไปเกือบเจ็ดร้อยแต่มีรอยยิ้ม
“แม่ไม่ซื้อชุดสวยบ้างเหรอจ๊ะ มีแต่ของหนูเต็มไปหมดไม่มีของแม่เลย”
“แม่มีผ้าที่เก็บไว้ที่บ้านอยู่หลายพับ แม่คิดจะตัดชุดเองจ้ะไม่ต้องเปลืองเงินซื้อแพงๆหรอก เดี๋ยวหนูนั่งเฝ้าของรอแม่อยู่ตรงนี้นะ แม่จะไปซื้อผักแปบเดียว” เธอฝากลูกไว้กับร้านขายของชำซึ่งเป็นของคนในหมู่บ้านของเธอ เขาแต่งงานกับภรรยาที่อยู่อำเภอจึงมาเปิดร้านชำที่นี่ ลูกชายของเธอเรียกเขาว่าลุงทองดี เป็นญาติคนหนึ่งของครอบครัวสามี
อิงอรรีบเดินกลับไปที่ตลาด แอบหลบมุมไปที่หลังต้นมะขามต้นใหญ่เพื่อซื้อผ้าจากเกมมาหลายพับ เธอเจรจากับเจ้าของร้านขายผ้าที่เธอไปซื้อผ้าลูกไม้มา เขารับซื้อผ้าด้วยแต่ขอดูเนื้อผ้าก่อน เธอจึงจะเอาไปขายให้เขาเพื่อเช็กราคา
“ขอโทษที่ให้รอนานค่ะ นี่เป็นผ้าฝ้ายอย่างดีที่ฉันทอเอง มันนุ่มกว่าผ้าฝ้ายที่ร้านของคุณมีอีกนะคะ” ผ้าฝ้ายหนึ่งพับเธอใช้สิบเหรียญในเกมซื้อมา นอกจากผ้าฝ้ายมีผ้าไหมแท้ทอมือที่ต้องใช้ยี่สิบเหรียญซื้อ แต่วันนี้ไม่ขายผ้าไหม
“จริงด้วยสิ ไม่เคยเห็นผ้าแบบนี้ขายที่ไหนเลย ฉันรับซื้อที่เมตรละสี่สิบนะแพงกว่านี้คงซื้อไม่ไหว”
“ผ้าหนึ่งพับยาวห้าเมตร ฉันมีสิบพับคุณรับหมดเลยไหมคะ” ผ้าที่เกมขายเป็นแบบคละสี แต่ก็เป็นสีที่สวยและนำไปใช้งานได้ง่าย ผ้าฝ้ายทั่วไปขายกันอยู่ที่เมตรละสี่สิบบาท เธอขายได้เมตรสี่สิบก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ
ได้เงินมาสองพันบาทแบบสบายๆ ผ้าของเธอคุณภาพดีสามารถนำไปขายต่อได้ราคาดีแน่นอน อิงอรรับเงินมาแล้วก็รีบกลับไปหาลูกชายเพราะกลัวเขารอนาน แวะซื้อเมล็ดผักที่มีขายเป็นซองๆไปหลายชนิด และหอมแดงมัดใหญ่
“แม่กลับมาแล้ว ลุงทองให้ขนมหนูด้วยจ้ะแต่หนูยังไม่กิน”
“ขอบคุณลุงหรือยังลูก” เด็กน้อยพยักหน้า อิงอรจึงเดินไปหาเจ้าของร้าน “ค่าขนมเท่าไหร่จ๊ะลุงทอง”
“ไม่ต้องหรอกขนมห่อเดียวเองให้หลานมันกินเถอะ”
“ไม่ได้หรอกจ้ะ ของซื้อของขายให้ฉันจ่ายเงินซื้อเถอะ รับไว้แค่น้ำใจของลุงก็พอ” ขนมซองเล็กซองละห้าบาท เธอจึงอุดหนุนลุงทองด้วยการซื้อขนมเพิ่มอีกหลายซอง และยังซื้อผงซักฟอกกับน้ำยาล้างจานกลับไปด้วย สองแม่ลูกหอบของกลับบ้านมากมาย ลุงทองเห็นว่าเธอซื้อของเยอะจึงให้ถุงใหญ่มาใส่จะได้ถือง่าย ขามานั้นสบายแต่ขากลับต้องเดินไกล
รถประจำทางมาจอดที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน รถที่นั่งไปเมื่อเช้านั้นต้องวิ่งเข้าไปในตัวจังหวัด กว่าจะกลับมาคงเป็นตอนเย็นโน้นแหละ แต่ก็มีรถวิ่งไปมาแบบนานครั้งอยู่บ้าง อิงอรเริ่มคิดอยากจะซื้อจักรยานมาใช้สักคัน แต่จักรยานเฟสสันที่มีขายในตอนนี้ราคาคันละพันกว่าบาท เธอต้องหาเงินเพิ่มอีกหน่อยเพื่อซื้อมัน เพราะตอนฝนตกนั้นเดินทางลำบาก
ถนนในหมู่บ้านนี้ยังเป็นถนนดินแดงอยู่เลย เมื่อฝนตกดินก็จะแฉะถ้าเดินก็คือเลอะไปทั้งตัว ลูกชายเธอต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าไปที่โรงเรียน ก่อนเข้าห้องเรียนถึงจะล้างเท้าให้สะอาดและใส่รองเท้า เธอก็ไม่รู้จะช่วยยังไง
เธอจะอุ้มลูกข้ามไปส่งที่โรงเรียน เพราะมันอยู่คนละฝั่งห่างบ้านเธอไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร แต่ลูกยืนยันว่าจะไปเองเธอก็ปล่อยให้เขาทำ เขามีวิธีจัดการด้วยเองคนเป็นแม่ก็ภูมิใจ ฤดูฝนนี่ถ้าไม่จำเป็นเธอคิดไว้แล้วว่าจะไม่ออกจากบ้าน
“อีกหน่อยเดี๋ยวแม่จะซื้อจักรยานมาใช้นะลูก เราจะได้ขี่เข้าไปที่ตลาดในอำเภอได้โดยไม่ต้องขึ้นรถประจำทาง”
“แต่มันแพงมากเลยจ้ะแม่ เรามีเงินซื้อเหรอจ๊ะ”
“มีสิ พ่อของลูกส่งเงินมาให้แม่เยอะแยะ แม่เก็บเอาไว้ไม่ค่อยได้ใช้หรอก” สองแม่เดินพูดคุยกันระหว่างเดินกลับบ้าน ระยะทางหนึ่งกิโลฯค่อนข้างไกลและระหว่างทางก็มีป่าสองข้างทาง ถ้าเดินตอนกลางคืนจะอันตรายมากและน่ากลัว
กลับมาถึงบ้านเป็นเวลาสิบโมงเช้าพอดี ออกไปตั้งแต่หกโมงเช้าเพราะตลาดจะตั้งถึงแค่สิบเอ็ดโมงเท่านั้น ไปเร็วคนไม่ค่อยเยอะเธอจะมีเวลาเลือกของ สายๆหน่อยก่อนที่เธอกับลูกจะกลับมาคือคนเยอะมาก เพราะคนจากหมู่บ้านไกลๆก็มาที่ตลาดในอำเภอด้วยเหมือนกัน มอเตอร์ไซต์ไม่ใช่ของหายากอะไรแต่ตอนนี้เธอยังไม่มีเงินซื้อ แต่จะซื้อแน่นอน
“แม่จะเอาชุดใหม่ไปซักให้ก่อนนะ ลูกไปนอนพักเถอะตอนเที่ยงแม่จะปลุกมากินข้าว” เด็กน้อยตื่นเช้าเกินไปจึงเข้าไปนอนในบ้านแต่โดยดี อิงอรเอาชุดใหม่ของลูกชายออกไปแช่ผงซักฟอกไว้สักหนึ่งชั่วโมงค่อยซักมือ เธอใช้เวลาว่างระหว่างรอขุดแปลงผักเพิ่มเพื่อปลูกผักบุ้งจีน เธอชอบกินผัดผักบุ้งมากจึงอยากปลูกไว้ทำกับข้าวให้เยอะหน่อย
เธออยากจะสร้างกำแพงล้อมรอบที่ดินบ้านของเธอด้วย ถามเรื่องนี้กับองอาจสามีของหม่อนไหมแล้ว อิฐบล็อกหนึ่งอันราคาหนึ่งบาท มีร้านขายวัสดุก่อสร้างที่หมู่บ้านครอบครัวฝั่งแม่ของเธอ พวกเขาทำอิฐบล็อกขึ้นเองซึ่งอิงอรไม่รู้ว่ามันราคาถูกหรือแพง เธอไม่มีความรู้เรื่องนี้แต่องอาจบอกว่าแพง ไหนจะต้องซื้อปูนกับทรายมาก่อกำแพงด้วย
มีหลายอย่างที่เธอวางแผนไว้ ติดอยู่อย่างเดียวคือเงินในมือช่างน้อยนิดเหลือเกิน “วันพุธต้องเข้าตัวจังหวัดให้ได้” เธอจะไปขายของเพราะสะสมเหรียญในเกมไว้เยอะแล้ว จะเอาผ้าออกมาขายสักหลายพับ ขายในอำเภอราคาไม่ค่อยดีในตัวจังหวัดมีตลาดใหญ่อาจได้ราคาสูงกว่า มันเป็นการคาดเดาของเธอเท่านั้น แต่ไม่ลองไปก็ไม่รู้และเธออาจโชคดีก็ได้
ตอนที่ 3 แหล่งรายได้สำคัญ
“เอาร่มไปด้วยนะอิง ไม่รู้ฝนจะตกหรือเปล่าแล้วก็เอาหมวกไปด้วยล่ะ อากาศร้อนมากอย่าให้แดดเผาหัว” เช้าวันจันทร์ที่แสนสดใสหลังส่งลูกชายสุดที่รักไปโรงเรียนแล้ว หม่อนไหมก็มาชวนอิงอรขึ้นภูเพื่อหาเห็ดกับหน่อไม้ป่า
พวกเธอไม่มีจักรยานหรือมอเตอร์ไซต์จึงต้องเดินไปตั้งแต่เช้าแบบนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอนี้เป็นที่ราบสูงและภูเขามีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ดินเป็นดินร่วนปนทราย สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง ปริมาณน้ำฝนน้อยทำให้เกิดภัยแล้งบ่อยครั้ง พื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่เป็นนาข้าว และมีการเพาะปลูกพืชไร่เช่นอ้อยกับมันสำปะหลังในบางพื้นที่
“ฉันว่าจะไปที่ตัวจังหวัดในวันพุธ เธออยากฝากซื้ออะไรไหมหม่อน”
“ฉันจะอยากฝากซื้ออะไรล่ะไม่มีหรอก ฉันหาซื้อเอาที่ร้านสหกรณ์ในหมู่บ้านหรือเข้าไปซื้อในอำเภอก็ได้” อิงอรหัวเราะ เพื่อนของเธอเป็นคนค่อนข้างประหยัด อะไรหากินตามป่าเขาได้ก็ไม่รอช้าที่จะไปหามัน “วันนี้ขึ้นภูหลังป่าช้านะ”
“ทำไมถึงไปที่นั่นล่ะ” ขึ้นชื่อว่าป่าช้ามันก็ต้องอะไรอย่างว่าอยู่นะสิ
“ภูอื่นเขาขึ้นไปเก็บกันหมดแล้วล่ะ ที่นั่นไม่ค่อยมีใครไปหรอก น่าจะมีเห็ดปลวกตาบขึ้นอยู่เยอะ ฉันเคยเก็บได้หลายกิโลฯเลยที่นั่นแต่ไม่เคยบอกใคร รีบเดินกันเถอะ” อิงอรระลึกได้ว่าเพื่อนเคยชวนเธอเหมือนกัน แต่เธอไม่ได้มาด้วยเพราะมันอยู่ใกล้ป่าช้า อิงอรคนนั้นกลัวผีขึ้นสมองแค่ฟังเรื่องผีก็เอาไปฝันร้ายได้แล้ว แต่เธอคนนี้ไม่กลัวหรอก
ก็เธอไม่ใช่ผีหรอกเหรอถึงได้มาเข้าร่างคนอื่นได้ ผีไม่มีตัวตนหรือจะสู้ผีที่มีตัวตน
สองเพื่อนสนิทจึงมุ่งหน้าไปที่วัดป่าที่อยู่ไกลจากหมู่บ้านราวๆห้าร้อยเมตร เป็นสำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่บนเชิงเขา มีผู้เฒ่าผู้แก่มาค้างที่วัดเพื่อถือศีลในวันพระเป็นประจำ ในตัวหมู่บ้านก็มีวัดอีกแห่งที่เรียกว่าวัดบ้าน แต่วัดป่าดูน่ากลัวจริงๆ
หม่อนไหมเดินนำเพื่อนเพราะคุ้นเคยกับป่ามากกว่า ตรงตีนภูไม่ค่อยมีอะไรให้เก็บหรอก เพราะชาวบ้านมีไร่นาอยู่ติดภูและที่ดินของหลายคนก็กินพื้นที่ขึ้นไปบนภูด้วย ทั้งสองจึงต้องเดินขึ้นภูไปค่อนข้างสูงแต่ยิ่งสูงก็ยิ่งอุดมสมบูรณ์
“ป่าหน่อไม้ไร่อยู่ทางด้านโน้น ตรงนี้ฉันเคยหาเห็ดตาบได้ ฝนตกมาหลายวันเห็ดน่าจะขึ้นบ้างแล้ว”
“อืม หากันเถอะ” อิงอรรู้จักเห็ดปลวกตาบเธอจึงไม่ต้องคำแนะนำจากเพื่อน เธอใช้วิธีนั่งแล้วส่องหารอยปูดของดิน หม่อนไหมบอกว่ามันขายได้ราคาแพงมาก ถ้านำไปขายที่ตลาดอาจได้กิโลฯละสองถึงสามร้อย เธอต้องหาให้ได้เยอะๆ
ทั้งสองแยกกันเดินหาเห็ด หม่อนไหมผู้มีประสบการณ์มากกว่าหาได้ก่อน แต่อิงอรมีความรู้มากกว่าจึงมองหาจอมปลวก ส่วนมากมันจะเกิดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเพราะสปอร์มันกระจาย เธอประสบความสำเร็จในการใช้วิธีนี้ และพบแต่ดอกเห็ดที่ยังตูมขาใหญ่ เก็บอย่างเพลิดเพลินเพราะฝนเพิ่งตกไปเห็ดจึงพุดขึ้นจำนวนมาก และคงเพราะไม่มีใครขึ้นภูลูกนี้
“หม่อนมาเก็บตรงนี้สิมันเยอะมาก น่าจะได้เป็นกิโลฯเลยล่ะ”
“เก็บเองเถอะฉันก็หาได้ทางนี้เหมือนกัน” อิงอรไม่เกรงใจเพื่อนแล้ว เธอเก็บเห็ดเข้าตะกร้าอย่างเบามือเพื่อให้มันดอกสมบูรณ์ที่สุด แค่บริเวณเดียวเธอเก็บได้เต็มก้นตะกร้าแล้ว เห็ดมันขึ้นเป็นกลุ่มแต่ไม่ได้ขึ้นใกล้กัน “ถ้าเจอก็เก็บกลับไปให้หมดเลยนะ ปล่อยไว้เดี๋ยวมันก็บานทิ้งหมดเพราะไม่มีคนขึ้นมาหรอก วันอื่นฉันจะพาเธอไปดูที่ภูลูกอื่น”
“ได้สิ ฉันไม่เหลือไว้อยู่แล้ว” ก็มันขายได้ราคาแพงเธอจะยั้งมือทำไป
อิงอรพบกลุ่มเห็ดเยอะมากและพยายามเรียกเพื่อนให้มาเก็บด้วยกัน แต่หม่อนไหมก็กำลังเก็บอยู่เหมือนกัน สองเพื่อนสนิทได้เห็ดเต็มตะกร้าจนหม่อนไหมต้องเอาไปเก็บที่บ้านแม่ย่าของเธอก่อน ปล่อยอิงอรเก็บเห็ดอยู่บนภูคนเดียว
ถามว่าอิงอรกลัวไหมก็ตอบเลยว่าไม่ เธอเก็บเห็ดวางไว้บนกระสอบปุ๋ยและลากกระสอบไปหลายที่ ที่นี่มันคือดงเห็ดปลวกตาบของแท้มีเห็ดอย่างอื่นขึ้นด้วยแต่เธอก็ไม่สนใจ บรรยากาศมันวังเวงก็จริงแต่เธอไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
“โห ตรงนั้นมีหลุมฝังกระดูกด้วยเหรอ ไม่แปลกใจที่ไม่มีคนขึ้นมาที่นี่” เธอถอยห่างออกมาไม่รบกวนตรงนั้น
หรือว่าที่เห็ดมันเกิดเยอะเพราะได้แคลเซียมเพียงพอ…เธอก็คิดไปได้ อันที่จริงเห็ดปลวกตาบมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับปลวก ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน เมื่อเห็ดโคนเจริญเติบโตมันจะสร้างสปอร์ที่ครีบดอก
เมื่อดอกเห็ดบานออกมันจะปล่อยสปอร์ซึ่งจะถูกลมพัดไปตกในบริเวณที่เหมาะสม ซึ่งก็คือบริเวณที่มีอินทรีย์วัตถุมากๆ อินทรียวัตถุก็คือซากพืชซากสัตว์ที่กำลังย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ ไอ้อินทรียวัตถุตัวนี้แหละที่เป็นอาหารของปลวก มันจะคาบอาหารเข้าไปในรังเพื่อเลี้ยงตัวอ่อน สปอร์เห็ดที่อยู่ในอินทรียวัตถุจึงเจริญเติบโตบริเวณจอมปลวก
ภูเขาลูกนี้อุดมสมบูรณ์มาก ใบไม้รวมถึงเห็ดเก่าๆที่เน่าและซากมูลสัตว์ย่อยสลายได้ดี ไม่แปลกใจที่หม่อนไหมจะหาเห็ดปลวกตาบบนภูเขาลูกนี้ได้เยอะ ยิ่งไม่มีคนรบกวนปลวกมันก็สร้างรังเลี้ยงตัวอ่อนอย่างสุขสบาย และเห็ดก็ออกดอกให้เก็บจำนวนมาก ไม่ใช่แค่เห็ดปลวกตาบหรอกที่เยอะเพราะเห็ดป่าชนิดอื่นก็เยอะเหมือนกัน ต่อให้ถูกผีหลอกก็คุ้มค่า
“แม่ผัวฉันจะบอกกล่าวคนในหมู่บ้านและช่วยขายให้ ฉันก็เลยจะแบ่งเงินให้แม่ด้วยเธอคิดเห็นยังไง”
“ได้สิ ให้แม่ผัวของเธอออกหน้าก็ดีเหมือนกัน เก็บเห็ดบนกระสอบเข้าตะกร้าเถอะ ฉันหาดูจนทั่วแล้วมีแค่นี้แหละ ขอฉันไปเก็บหน่อไม้กลับไปแกงสักหม้อแล้วเราก็กลับกันเถอะ ฉันว่าจะเก็บเห็ดตะกร้านี้ไว้กินเองขายแค่นั้นก็พอ”
“แล้วแต่เลย” หม่อนไหมเก็บเห็ดเข้าสองตะกร้าอย่างเท่าเทียม ให้เพื่อนของเธอเยอะหน่อยเพราะอิงอรอยู่เก็บคนเดียว ไม่ใช่ว่าจะมีคนกล้าอยู่ที่นี่คนเดียวเท่าไหร่หรอก มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับภูลูกนี้ ชาวบ้านจึงไม่กล้าขึ้นมา
หม่อนไหมพาเพื่อนไปเก็บหน่อไม้ไร่ต่อ เธอก็อยากจะเอาไปแกงใส่ใบย่านางให้สามีกินเหมือนกัน เขาชอบกินแกงหน่อไม้ใส่เห็ดมาก เห็ดที่แบ่งมาจากเพื่อนเธอก็จะเก็บไว้กินกับแบ่งให้แม่ผัวเหมือนกัน หน่อไม้เก็บไปกินวันนี้ก็พอ
อิงอรได้เงินจากการขายเห็ดวันนี้มาหกร้อย แม่สามีของหม่อนไหมขายกิโลฯละสองร้อย มีคนมากมายมาขอซื้อเพราะเห็ดปลวกตาบใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ นานๆครั้งนี้มีคนไปพบดงเห็ดแบบที่เธอพบ เธอแบ่งเงินให้แม่สามีของหม่อนด้วย แต่หญิงชราไม่รับและขอรับเป็นเห็ดกับหน่อไม้ไว้ทำอาหารก็พอ หญิงสาวทั้งสองจึงได้เงินจากการขายเห็ดแบบเต็มๆ
บ้านอิงอรกับหม่อนไหมตั้งอยู่ริมถนนเส้นที่ใช้ผ่านเข้าออกหมู่บ้านไม่ได้อยู่ภายในหมู่บ้าน จากตัวหมู่บ้านไปถึงบ้านของพวกเธอระยะทางราวๆห้าร้อยเมตร บริเวณนั้นมีบ้านอยู่แค่สี่ห้าหลังเท่านั้น ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและเงียบสงบ
อิงอรกลับถึงบ้านราวๆบ่ายสอง เธอพักผ่อนให้หายเหนื่อยอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกไปปอกหน่อไม้เพื่อต้มลดขม และทำความสะอาดเห็ดเพื่อแกงกับหน่อไม้เป็นมื้อเย็น ส่วนมื้อเที่ยงกินไข่เจียวหมูสับง่ายๆก็พอ หน่อไม้ต้องต้มนานเธอรอไม่ไหว
“หนูกลับมาแล้วจ้ะแม่จ๋า” เสียงของเด็กชายแทนพัฒน์ดังขึ้นอย่างสดใส เด็กประถมจะเลิกเรียนราวๆบ่ายสี่โมง เด็กนักเรียนจะเดินเรียงแถวตอนกันเข้าไปในหมู่บ้าน เพราะเด็กส่วนใหญ่ก็เดินจากหมู่บ้านออกจากเรียนที่โรงเรียนนี้
“แม่ให้กินขนมได้หนึ่งซองนะครับ ถ้าหนูอยากไปเล่นกับเพื่อนก็ไปได้นะ”
“หนูจะอยู่ช่วยแม่ทำงานจ้ะ หนูต้องไปรดน้ำผักด้วยไม่ไปเล่นหรอก โห นี่เห็ดที่แม่ไปเก็บมาเหรอจ๊ะ เยอะจัง”
“วันนี้แม่โชคดีมากหาเห็ดได้เยอะพอขายด้วย เดี๋ยวจะผัดใส่เนื้อหมูแล้วก็ทำไข่เจียวให้หนูกินตอนเย็นนะ” ลูกชายเธอเป็นคนกินง่าย ที่ผ่านมาไม่ว่าแม่จะทำอะไรให้กินเขาก็กินได้หมด ที่ตัวผอมก็เพราะเขากินได้น้อยกินพอให้แม่ชื่นใจว่าเขากินได้ “หนูไปเปลี่ยนชุดนักเรียนก่อนเถอะ วันพรุ่งนี้ก็ใส่ชุดนักเรียนใหม่ไปได้แล้วนะแม่ตากไว้จนแห้งแล้ว”
“แต่เพื่อนๆจะใส่ชุดใหม่ตอนเปิดเทอมนะจ๊ะแม่”
“ชุดของลูกมันใส่ไม่ได้แล้ว ถ้าหนูอยากใส่ชุดใหม่ตอนเปิดเทอมแม่ก็จะซื้อให้อีกชุด” เด็กน้อยพยักหน้า เขารีบเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดใส่เล่น กางเกงเจเจสีสันสดใสกับเสื้อยืดลายการ์ตูน สวมรองเท้าแตะไปตักน้ำมารดแปลงผักของแม่
สองแม่ลูกแบ่งกันทำงาน แทนพัฒน์ไม่เคยถามถึงพ่อเลยและอิงอรก็ไม่ได้พูดถึง เธอบอกลูกว่าวันพุธจะไปที่ตัวจังหวัดเพื่อหาซื้อของบางอย่าง ถ้ากลับมาช้าก็ให้ลูกอยู่รอที่บ้าน แต่เธอคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานและจะรีบกลับมา
อิงอรเริ่มหุงข้าวตอนห้าโมงและกินข้าวตอนหกโมง เสียงตำใบย่านางกับข้าวเบือ(ข้าวสารข้าวเหนียวแช่น้ำ)ดังขึ้นเป็นจังหวะ เธอเรียนรู้การแกงหน่อไม้แบบนี้มาจากแม่บ้านที่เป็นคนอีสาน เวลาว่างจากการทำงานแม่บ้านคนนี้ก็จะรวมตัวกับคนงานคนอื่นในบ้าน เพื่อทำส้มตำและอาหารอีสานกินกันแทบทุกวัน มีหรือเธอจะพลาดโดดเข้าร่วมวงบ่อยๆ
แม่บ้านเป็นคนนครพนม ตามลูกสาวที่สอบข้าราชการได้ไปอยู่กรุงเทพฯ เพราะไม่อยากอยู่สบายๆให้ลูกเลี้ยงจึงมาสมัครเป็นแม่บ้านและอยู่บ้านเธอตั้งแต่นั้นมา ลูกสาวมาเยี่ยมทุกเสาร์อาทิตย์ไม่เคยทิ้งแม่ให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว
อิงอรใส่เครื่องแกงที่มีพริก หอมแดง และเกลือโคลกหยาบๆไว้ลงไปในน้ำใบย่านาง จากนั้นใส่หน่อไม้ที่จืดแล้วลงไป ต้มให้เดือดจึงใส่ปลาร้าต้มสุกที่เธอทำเอง คอยช้อนฟองทิ้งเรื่อยๆ ปรุงรสด้วยน้ำปลากับชูรสเล็กน้อย ใส่เห็ด ใบแมงลักเป็นอย่างสุดท้าย ต้มต่อไปให้ทุกอย่างสุกก็เป็นอันเสร็จพร้อมกิน หน่อไม้ไร่สีขาวอวบกรอบดูน่าอร่อยมาก
แบ่งเห็ดมาผัดกับไข่และเนื้อหมูให้ลูกชายด้วย เห็ดสดมีความกรุบกรอบเธอเองก็กินมื้อเย็นแบบไม่ยั้งปาก เธอตั้งใจจะให้ตัวเองอ้วนขึ้นอีกหน่อยจะได้ดูมีน้ำมีนวล ส่วนลูกชายนั้นต้องบำรุงอย่างหนัก ทั้งข้าวทั้งนมต้องกินให้เต็มที่
“อร่อยมากเลยจ้ะแม่ แต่ก่อนแม่ทำอาหารไม่อร่อยเท่านี้”
“เพราะแม่ใช้เครื่องปรุงน้อยน่ะสิ ตอนนี้รู้แล้วว่าประหยัดไปก็ไม่ดีกับตัวเอง พอไม่ยั้งมือรสชาติอาหารก็ดีขึ้น”
“จริงด้วยจ้ะ หนูชอบอาหารแบบนี้ที่สุด” เห็นลูกชายกินอย่างเอร็ดอร่อยเธอก็ดีใจ แทนพัฒน์กินข้าวได้เยอะขึ้น นมก็ดื่มเช้าเย็นไม่ได้ขาดเพราะแม่บังคับให้ดื่ม เขาไม่รู้ว่าแม่ไปเอานมแบบนี้มาจากไหนแต่รสชาติมันอร่อยดื่มไม่ยากเลย
แกงหน่อไม้ของอิงอรก็อร่อยมากเหมือนกัน เธอชอบกินหน่อไม้สดมากกว่าหน่อไม้ดอง ยิ่งได้กินสดๆแบบนี้มันทั้งหวานและกรอบ เธออยากกินหมกหน่อไม้ด้วยแต่ไม่รู้ว่าหน่อไม้ชนิดนี้จะทำอร่อยหรือเปล่า ค่อยไปถามหม่อนไหมดู
เด็กชายแทนพัฒน์ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่ได้ใส่ชุดนักเรียนใหม่ มันถูกรีดจนเรียบและแม่ก็ปักชื่อให้เรียบร้อยแล้ว แต่อิงอรเห็นแล้วว่ากระเป๋านักเรียนของลูกชายนั้นถึงเวลาต้องเปลี่ยนเหมือนกัน เมื่อถึงวันที่จะเข้าไปในตัวจังหวัดเธอจึงจดไว้ว่าต้องซื้ออะไรบ้าง เธอไม่ลืมกำชับลูกชายว่าถ้าแม่กลับมาช้าให้รออยู่ที่บ้าน เตรียมขนมไว้ให้ลูกกินรองท้องด้วย
เธอขึ้นรถประจำทางของคนในหมู่บ้านตั้งแต่เช้า ดักรอขึ้นที่หน้าบ้านไม่ต้องเดินไปขึ้นในหมู่บ้าน หลังรถมีนักเรียนมัธยมที่ต้องไปโรงเรียนในตัวอำเภออยู่เกือบเต็มคันรถ เธอจึงต้องได้มานั่งอยู่ด้านหน้ากับคนขับที่ยังว่างอยู่
“วันนี้ลุงช้างจะกลับตอนไหนเหรอจ๊ะ ฉันจะซื้อจักรยานไม่รู้ว่าจะใส่ขึ้นรถลุงช้างได้ไหม”
“ฉันจะกลับมาตอนบ่ายโมง เธอไปรออยู่ตรงหน้าตลาดฉันจะวนรถไปรับผู้โดยสารแถวนั้นประจำ เอาจักรยานขึ้นหลังคารถได้ฉันมีเชือกเตรียมไว้มัดของอยู่ อย่าสายนะเพราะสี่โมงเย็นฉันต้องไปรับนักเรียนที่โรงเรียนมัธยมอีก”
“ฉันจะไปให้ตรงเวลาจ้ะ” เธอนั่งอยู่ด้านหน้าจึงต้องช่วยลุงช้างเจ้าของรถรับเงินทอนเงินด้วย มันก็สนุกดีเหมือนกันแต่รถหยุดบ่อยมากเพราะมีผู้โดยสารเรียกเป็นระยะ พอเต็มคันรถลุงช้างก็ไม่รับอีกเพราะมันไม่มีที่ให้นั่งแล้ว
เธอลงที่หน้าตลาดในเมือง ลุงช้างชี้บอกจุดที่เธอต้องไปรอให้รู้ด้วย เขาจะเข้าไปที่บขสและจะวนออกมารับลูกค้าอีกครั้งตอนบ่ายโมง เธอจ่ายเงินยี่สิบบาทเป็นค่ารถและรีบไปทำธุระของตัวเอง เธอไม่คุ้นเคยกับที่นี่จึงเดินวนอยู่รอบหนึ่งก่อน และเลือกขายผ้าให้ร้านที่ดูค่อนข้างเงียบเหงา เธอไม่รอช้าและไม่เวิ่นเว้อ เดินเข้าไปบอกเลยว่าจะขายผ้า
“ผ้าของเธอดีมากเลยนะ เรียบลื่นเส้นทอสม่ำเสมอสีก็สวย จะขายเท่าไหร่ล่ะ” เจ้าของร้านเป็นหญิงชราคนหนึ่ง ผ้าร้านนี้เหมือนกับร้านอื่นแต่มีน้อยกว่า เห็นคุณยายนั่งเหงาไม่มีลูกค้าจึงอยากช่วย เธอมั่นใจว่าผ้าของเธอต้องขายดี
“ผ้าหนึ่งพับยาวห้าเมตร ฉันไม่รู้ว่าต้องขายเท่าไหร่คุณยายคิดราคาให้ฉันเถอะค่ะ”
“ผ้าฝ้ายธรรมดาฉันขายเมตรละสี่สิบบาท แต่ผ้าของเธอดีกว่ามากฉันซื้อที่เมตรละหกสิบก็แล้วกัน” อิงอรพยักหน้า เธอพอใจที่ได้เงินเพิ่มมาหนึ่งร้อย เธอจึงตกลงขายผ้าฝ้ายยี่สิบพับให้คุณยายคนนี้ ซึ่งคุณยายก็รับซื้อทั้งหมดเลย
“ฉันมีผ้าไหมอย่างดีด้วยค่ะ คุณยายสนใจดูก่อนไหมคะ”
“เอามาสิ ร้านฉันไม่ค่อยไม่ผ้าไหมดีๆเลย” อิงอรจึงเอาผ้าไหมในถุงกระสอบออกมาให้หญิงชราดู ระหว่างที่เธอวนดูร้านค้าต่างๆเธอซื้อถุงที่ทำจากกระสอบมาหนึ่ใบเพื่อใส่ผ้า แล้วจึงหาที่หลบแล้วซื้อผ้าจากร้านในเกม จากนั้นก็สะพายขึ้นไหล่มาที่ร้านนี้ “นี่ผ้าไหมอย่างดีเลยนี่นา เงางามมากๆฉันไม่เคยเห็นผ้าไหมที่ไหนดีขนาดนี้มาก่อนเลย”
“นี่คือผ้าไหมแท้ทอมือค่ะ สามีของฉันส่งมาให้จากกรุงเทพฯค่ะคุณยาย มันมีไม่มากที่คุณภาพดีขนาดนี้”
“ผ้าไหมทอมือฉันขายอยู่ที่เมตรละเจ็ดร้อย ส่วนของเธอมันไม่มีลวดลายอะไรแต่เงาสวยมาก เหมาะจะนำไปตัดชุดพิธีการหรือตัดชุดออกงานสวยๆ ฉันรับซื้อที่เมตรละห้าร้อยเธอจะขายหรือเปล่า ถ้ามันมีลวดลายคงราคาดีกว่านี้”
“ขายค่ะคุณยาย ผ้าไหมพับละห้าเมตรเหมือนกันค่ะ ฉันมีสิบพับคุณยายจะรับหมดไหมคะ”
“เอาหมดๆ” อิงอรยิ้มกว้าง เธอขายผ้าไหมได้พับละสองพันห้าร้อย สิบพับก็สองหมื่นห้า! จะไม่ให้เธอยิ้มได้ยังไง “เพราะเธอมาเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าของฉันหมดเกลี้ยงเลย แต่ก็ดีแล้วเพราะฉันไม่ได้สนใจผ้าดีๆมาสักพักแล้ว” ขณะที่อิงอรกำลังนับเงินหมื่นของเธออยู่นั้น ก็มีลูกค้าสามคนเดินเข้ามาดูผ้า คุณยายเจ้าของร้านจึงนำเสนอผ้าที่เพิ่งซื้อจากเธอ
“ไม่เคยเห็นขายที่ร้านอื่นเลยนะคะ ฉันมาที่นี่เพราะร้านอื่นคนเข้าเยอะเกินไปน่ะค่ะ”
“เพิ่งได้ผ้ามาวันนี้ล่ะจ้ะ มีผ้าไหมทอมืออย่างดีด้วยนะ เป็นผ้าสีพื้นไม่มีลวดลาย”
“จริงเหรอคะ ฉันขอดูหน่อยเพราะฉันชอบผ้าไหมสีพื้นมาก หาผ้าแบบนี้ยากจริงๆค่ะเพราะผ้าไหมส่วนมากมีลวดลายทั้งนั้น” ผ้าไหมเป็นผ้าที่มีราคาแพง ยิ่งเป็นผ้าไหมแท้ทอมือด้วยแล้วราคาจะยิ่งสูง อิงอรรู้เรื่องนี้เธอจึงเอามาขาย
เธอไม่อยู่รบกวนที่ร้านนาน หลังนับเงินเสร็จเธอก็ขอตัวกลับ ก่อนออกไปคุณยายยังบอกว่าถ้าเธอมีผ้าก็ให้เอามาขายที่ร้านอีก อิงอรจะปฏิเสธได้ยังไงนี่เป็นแหล่งรายได้ของเธอเลยนะ คืนนี้คงต้องเลี้ยงไหมและซื้อโรงทอผ้าไหมเพิ่มอีก
เธออยากซื้อมอเตอร์ไซต์มาก แต่ถ้าซื้อคนที่หมู่บ้านได้แตกตื่นกันแน่ๆ แม้ตอนนี้จะใกล้เข้าสู่ปีสองพันแล้ว แต่หมู่บ้านของเธอก็ใช่ว่าจะมีคนร่ำรวยถึงขั้นซื้อรถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์ได้ และคนก็รู้กันทั่วว่าเธอไม่มีงานทำอาศัยแต่เงินที่สามีส่งมาให้ใช้จ่ายแต่ละเดือน คงต้องหาอาชีพมารองรับรายได้จำนวนมากของตัวเอง ตอนนี้ซื้อจักรยานไปใช้ก่อนแล้วกัน
เธอไม่ลืมซื้อกระเป๋านักเรียนให้ลูกชายสุดที่รักด้วย จากนั้นก็ไปซื้อจักรยานแม่บ้านมาหนึ่งคัน ได้เสื้อแถมมาหนึ่งตัวแต่เธอก็ค่อนข้างพอใจ นอกจากนี้ยังซื้อนาฬิกาข้อมือให้ตัวเองหนึ่งเรือน ซื้อเสื้อผ้าน่ารักให้ลูกหลายชุด รองเท้านักเรียน ชุดอุปกรณ์การเรียนรู้ของเด็กประถม จักรเย็บผ้าอันเล็ก หม้อหุงข้าว และเตารีด เธอซื้อทุกอย่างที่จำเป็นต้องใช้
โชคดีที่จักรยานมีตะกร้าหน้ารถ เธอจึงสามารถขนของทุกอย่างไปรอรถประจำทางได้ ลุงช้างเห็นของที่เธอซื้อมาก็ลงมาช่วยเก็บของขึ้นรถให้ ขากลับเธอไม่ได้นั่งด้านหน้าเพราะต้องดูแลของที่วางไว้ใต้เบาะนั่งด้านหลัง
เธอทำเวลาได้ดีมาก กลับมาถึงบ้านตอนบ่ายสองพอดี ลุงช้างกลับมาที่หมู่บ้านเพื่อกินข้าวจึงแวะส่งเธอที่หน้าบ้านก่อน สักบ่ายสามครึ่งเขาก็จะออกไปรับนักเรียนโรงเรียนมัธยม เธอขอบคุณเขาที่ช่วยยกของและจ่ายเงินเพิ่มให้
เด็กชายแทนพัฒน์ตาลุกวาวเมื่อได้เห็นจักรยานคันใหญ่ เธออยากจะซื้อจักรยานคันเล็กให้ลูกเหมือนกัน แต่วันนี้เธอเอากลับมาไม่ไหวจริงๆ วันเสาร์นี้ค่อยพาเขาเข้าไปเที่ยวในเมืองและให้เลือกซื้อเอง เขาควรได้ออกไปเที่ยวบ้าง
“แม่ซื้อชุดใหม่ให้หนูเยอะแยะเลยเหรอจ๊ะ”
“ใช่ลูก วันเสาร์แม่จะพาไปในตัวจังหวัดด้วยนะ ลูกต้องแต่งตัวหล่อๆไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ” เด็กน้อยยิ้มกว้างแล้วมานั่งช่วยแม่ซักผ้า มือน้อยช่วยล้างผ้าที่แม่ซักแล้วและเอาไปตาก “แม่ซื้อสมุดคัดลายมือมาให้ลูกด้วยนะ เดี๋ยวค่อยไปดู”
“หนูเห็นแล้วจ้ะแม่ มีแผ่นสูตรคูณด้วยแต่หนูไม่เก่งเลย” มีอะไรต้องห่วง แม่ของลูกเคยเป็นอาจารย์มาก่อนนะ