โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็กก่อนลงทุน! ส่อง 12 หุ้นหนี้สินต่ำ เงินสดล้นมือ

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ส.ค. 2566 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2566 เวลา 00.55 น. • The Bangkok Insight

เมื่อเศรษฐกิจไม่แน่นอน ตลาดหุ้นผันผวน นักลงทุนต้องคัดเลือกหุ้นให้รัดกุมมากขึ้น วิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและความผันผวนให้กับพอร์ตลงทุนได้ คือ การเลือกหุ้นหนี้ต่ำ เงินสดในมือสูง

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นผันผวนสูง นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน ขณะเดียวกันต้องมองหาหุ้นที่ลงทุนแล้วปลอดภัย โดยวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความผันผวนให้กับพอร์ตลงทุนได้ คือ การเลือกหุ้นที่มีหนี้ต่ำ (หรือไม่มีหนี้สิน) และมีเงินสดในมือสูง

หุ้นหนี้ต่ำ

โดยหุ้นที่มีหนี้ต่ำหรือไม่มีหนี้สิน และมีกระแสเงินสดสูง สะท้อนว่าเป็นบริษัทที่มีสถานะและสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในอนาคตและส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น วิกฤติเศรษฐกิจ หรือเศรษฐกิจถดถอย ก็จะมีเงินสดในการดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดท่ามกลางความผันผวน

สำหรับบริษัทที่มีหนี้สินต่ำหรือไม่มีหนี้เลย ดูได้จากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ซึ่งเป็นค่าที่สะท้อนว่าบริษัทมีภาระหนี้สินคิดเป็นกี่เท่าของทุนหรือส่วนของเจ้าของ อย่างไรก็ตาม ค่านี้ไม่มีการกำหนดที่แน่นอนว่าบริษัทสามารถกู้ยืมได้กี่เท่าของสินทรัพย์ เพราะบางบริษัทมีการเติบโตสูงอาจพึ่งพาการกู้เงินเพื่อดำเนินธุรกิจ และหากควบคุมความเสี่ยงได้ การกู้ยืมเพื่อนำมาลงทุนก็นับเป็นโอกาสทำให้ธุรกิจเติบโตได้เร็ว หรือกลุ่มธนาคารที่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่มีการกู้ยืมเพื่อปล่อยกู้ อาจมีค่า D/E Ratio สูงเช่นกัน

โดยทั่วไปนักลงทุนมักยอมรับค่า D/E Ratio ไม่เกิน 2 เท่า แต่หากอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่มีความแน่นอนจะลดค่านี้ลงเหลือ 1 เท่า ซึ่งค่านี้จะสะท้อนการดำเนินธุรกิจด้วยการพึ่งพาการกู้ยืม ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของสินเชื่อธนาคารหรือการออกหุ้นกู้ ทำให้มีภาระผูกพันในรูปของดอกเบี้ยและเงินต้นที่ต้องจ่ายคืนเมื่อถึงกำหนด แต่หากบริษัทมีหนี้สินสูง ๆ หมายถึงการมีภาระดอกเบี้ยสูง และไม่มีเงินสดในมือ เมื่อเกิดวิกฤติอาจมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ (Default) ที่เจ้าหนี้ไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือเงินต้นคืนตามเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้และอาจถูกฟ้องล้มละลาย

หุ้นหนี้ต่ำ

สำหรับการประเมินว่าบริษัทจะล้มได้ง่ายหรือไม่ สามารถวิเคราะห์จากสภาพคล่องเพื่อดูว่าบริษัทมีเงินใช้คล่องมือหรือไม่ มีเงินเข้ามาพอใช้หรือไม่ เพราะหากเงินขาดมือบ่อย ๆ อาจบ่งชี้ว่ากำลังมีปัญหาในการดำเนินธุรกิจ โดยวิเคราะห์จาก อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (Current Ratio) ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการจ่ายหนี้ระยะสั้น

อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน = สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน

ถ้าผลลัพธ์ น้อยกว่า 1 แสดงว่าธุรกิจมีสินทรัพย์หมุนเวียน เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ ไม่เพียงพอที่จะจ่ายหนี้ระยะสั้น ซึ่งเป็นหนี้ที่ต้องจ่ายภายใน 1 ปี ให้ประเมินว่าเงินกำลังจะขาดมือ

ถ้าผลลัพธ์ มากกว่า 1 แสดงว่าสภาพคล่องสูง แต่มีข้อสังเกตที่ควรพิจารณา คือ หากสูงกว่า 1 มาก ๆ ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าบริษัทมีการใช้สินทรัพย์หมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือไม่ เช่น ถือเงินสดเกินความจำเป็น ไม่นำไปลงทุน เป็นต้น

ถัดมาหากจะดูว่าบริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินเข้มแข็งมากน้อยแค่ไหน ดูได้จากวงจรเงินสด (Cash Cycle) ซึ่งเป็นจำนวนวันที่บริษัทจะได้รับเงินสดจากการดำเนินธุรกิจ สามารถบ่งบอกได้ถึงการบริหารจัดการเรื่องกระแสเงินสด ถ้าผู้บริหารจัดการได้ดี จะทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องกระแสเงินสดขาดมือ การหมุนเงินก็คล่อง มีเงินชำระหนี้สบาย ๆ โดยวงจรเงินสดสามารถดูได้จากการขายสินค้าและสินค้าค้างสต็อก

โดยบริษัทที่ไม่มีปัญหาเรื่องกระแสเงินสด คือ สามารถขายสินค้าแล้วเก็บเงินได้ ตรงกันข้ามถึงแม้ขายสินค้าได้ แต่เก็บเงินไม่ได้ บริษัทก็จะต้องหากระแสเงินสดจากทางอื่น เพื่อมาใช้ในการดำเนินงาน เช่น พึ่งพาเงินกู้ หรือเพิ่มทุน เป็นต้น

หุ้นหนี้ต่ำ

วงจรเงินสด = ระยะเวลาขายสินค้า + ระยะเวลาเก็บหนี้ - ระยะเวลาจ่ายหนี้

โดยผลลัพธ์ที่ออกมา วงจรเงินสด "ยิ่งน้อยหรือติดลบ ยิ่งดี" เพราะสะท้อนถึงการมีประสิทธิภาพในการสร้างยอดขายและสามารถเรียกเก็บเงินสดจากลูกหนี้การค้าได้ ก่อนที่จะต้องจ่ายเงินสดนั้นออกไปให้กับเจ้าหนี้การค้าหรือนำไปจ่ายหนี้ ทำให้มีเงินสดมาใช้หมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเพียงพอ เช่น การลงทุน การจ่ายเงินปันผล การจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ เป็นต้น

ตรงกันข้าม หากผลลัพธ์ออกมา "มีค่ามาก" แสดงว่าบริษัทสามารถขายสินค้าและเก็บหนี้ได้ช้ากว่าการจ่ายหนี้ ทำให้มีการเงินที่ติด ๆ ขัด ๆ หรือมีสภาพคล่องต่ำ

นอกจากจะดูว่าบริษัทมีเงินสดล้นมือมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องดูต่อไปด้วยว่า บริษัทสามารถนำเงินสดมาขยายธุรกิจได้ดีมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยดูจากเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (Operating Cash Flow) ซึ่งสะท้อนถึงบริษัทมีสภาพคล่องสามารถนำเงินไปขยายกิจการ หรือรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจได้ โดยตัวเลขต้องเป็น “บวก” แสดงว่ามีเงินสดในมือสูง และเงินสุทธิจากกิจกรรมลงทุน (Investing Cash Flow) ที่แสดงถึงบริษัทมีเงินเพื่อเตรียมขยายธุรกิจ โดยตัวเลขออกมาต้อง "เป็นลบ" แสดงว่ามีเงินสดพร้อมนำไปขยายธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอื่น ๆ เช่น การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การอ่านงบการเงิน อัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ ประกอบก่อนตัดสินใจลงทุน

หุ้นหนี้ต่ำ

เงื่อนไขการคัดกรอง

  • D/E Ratio น้อยกว่า 1 เท่า
  • อัตราส่วนทุนหมุนเวียน มากกว่า 1 เท่า
  • วงจรเงินสด ต้องติดลบ
  • เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน เป็นบวก
  • เงินสุทธิจากกิจกรรมลงทุน เป็นลบ
  • ค่า Beta น้อยกว่า 1
  • กำไรสุทธิ ปี 2561 – 2565 เป็นบวก

หมายเหตุ: บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

ขอบคุณ : ฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...