รู้จัก Family Holding Company ตัวช่วยลด “ความขัดแย้ง” ธุรกิจครอบครัว
ธุรกิจบนโลกใบนี้ทั้งประเทศไทยหรือต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็น “ธุรกิจครอบครัว” แต่การส่งผ่านธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย และมักจะมีคำกล่าวที่ว่า “ธุรกิจครอบครัวอยู่รอดได้ไม่เกิน 3 เจเนอเรชั่น”
ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษากฎหมายในการจัดโครงสร้างธุรกิจครอบครัว กล่าวว่าธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจคนจีนโพ้นทะเลก็อยู่ราว 2-3 รุ่น แต่ละรุ่นจะมีอายุประมาณ 30-40 ปี บริษัทที่มีอายุเกิน 100 ปี ในประเทศไทยซึ่งจะเป็นรุ่นที่ 3-4 มีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ
โดยสถิติธุรกิจครอบครัวที่บริหารเกิน 3 รุ่น มีสัดส่วนแค่ 12% หมายความว่า 100 บริษัท จะมีบริษัทอยู่รอดเกิน 3 รุ่น แค่ 12 บริษัทเท่านั้น ส่วนธุรกิจครอบครัวที่บริหารเป็นรุ่นที่ 4 ที่เติบโตไปได้ก็จะมีแค่ 3% เท่านั้น คือบริษัทโดยเฉลี่ยจะมีอายุประมาณ 40-60 ปี
ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์กล่าวว่า การจะขับเคลื่อนธุรกิจให้อยู่รอดมาถึงรุ่นที่ 3-4 ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเป็นปัจจัยจากเรื่องปัญหาของธุรกิจส่วนหนึ่ง แต่จุดใหญ่กว่าที่เป็นจุดจบของธุรกิจครอบครัว คือ “ความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัว” ที่แตกหักจากพี่น้องทะเลาะกัน ฟ้องร้องดำเนินคดีกัน
ซึ่งปัญหาความขัดแย้งธุรกิจครอบครัวเกิดจากไม่มีกฎกติกาในการทำธุรกิจด้วยกันอย่างชัดเจน ดังนั้นการปรับโคครงสร้าง วางแผนบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวเพื่อความยั่งยืนจึงเป็นเรื่องสำคัญ และหนึ่งในการจัดโครงสร้างธุรกิจครอบครัวก็คือ การจัดตั้ง “บริษัทกงสีครอบครัว” หรือ Family Holding Company
ข้อมูลจากเพจ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ระบุว่า Family Holding Company คือตัวช่วยรวบรวมทรัพย์สินและส่งต่อความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรม ทั้งยังสามารถช่วยลดข้อขัดแย้งในกลุ่มครอบครัวได้อีกด้วย
โดยหลายๆ ครอบครัวที่รุ่นคุณพ่อคุณแม่มีธุรกิจครอบครัวหลายบริษัท อาจจะเคยพบเจอปัญหา หรือมีความกังวลเรื่องความไม่เท่าเทียมในการส่งต่อทรัพย์สิน หรือส่งต่ออำนาจในการบริหารธุรกิจที่แตกต่างกันให้แก่ลูกหลาน เช่น ลูกสาวคนแรกได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจโรงพิมพ์ ขณะที่ลูกสาวคนที่สองได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจโรงแรม ซึ่งในเวลาต่อมาธุรกิจโรงพิมพ์อาจทำกำไรได้ไม่ดีเท่ากับธุรกิจโรงแรม จนอาจจะทำให้ทายาทรู้สึกน้อยใจ รู้สึกไม่เป็นธรรม และเกิดความขัดแย้งในครอบครัวในที่สุด
“Family Holding Company” เป็นบริษัทจำกัดทั่วไปที่จัดตั้งขึ้นภายใต้หลักกฎหมายหุ้นส่วนและบริษัท โดยไม่มีการประกอบธุรกิจโดยตรง แต่ทำหน้าที่ถือครองทรัพย์สินที่มีความสำคัญของธุรกิจครอบครัว เช่น ถือหุ้นในบริษัทอื่น เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์/ทรัพย์สินของธุรกิจครอบครัว เป็นต้น โดยผู้ถือหุ้นใน Family Holding Company ก็คือสมาชิกของกลุ่มครอบครัวนั่นเอง
ทั้งนี้การตั้ง Family Holding Company เหมาะกับธุรกิจครอบครัวแบบไหน?
ในกรณีที่ธุรกิจครอบครัวมีเพียงบริษัทเดียวและมีจำนวนสมาชิกของครอบครัวไม่มาก เช่น ธุรกิจครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหารเพียงร้านเดียว ก็ยังไม่มีความจำเป็น
แต่หากธุรกิจครอบครัวได้ขยายกิจการมากขึ้นมีกิจการร้านอาหารหลายสาขา และประกอบธุรกิจเพิ่มโดยการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจบริการท่องเที่ยว ธุรกิจอพาร์ทเมนท์ ซึ่งแต่ละธุรกิจก็จะมีความแตกต่างกันในด้านการบริหารและในแง่ของภาษี
ดังนั้นการแยกบริษัทเพื่อประกอบแต่ละธุรกิจก็จะมีผลดี และช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะได้ไม่ไปกระทบกับการประกอบธุรกิจอื่น
นอกจากนี้ การที่กิจการของครอบครัวมีหลายบริษัท และจะให้สมาชิกในครอบครัวเข้าไปถือหุ้นในแต่ละบริษัท ก็อาจจะไม่สะดวกหรือเกิดความไม่เท่าเทียมกันขึ้น ไม่ว่าจะในเรื่องของอำนาจบริหาร ผลตอบแทน รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวแต่ละท่านก็อาจจะไม่ได้มีความถนัดในทุกๆ ธุรกิจที่มีอยู่ เพื่อลดความขัดแย้งของสมาชิกในครอบครัวการจัดตั้ง Family Holding Company ขึ้นมา โดยให้สมาชิกของกลุ่มครอบครัวถือหุ้นผ่าน”Family Holding Company ” ก็จะเป็นคำตอบในเรื่องนี้ได้
ขณะเดียวกันการจัดตั้ง Family Holding Company ขึ้นมาก็จะมีต้นทุนในด้านการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น เช่นค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี ค่าทนายความ เป็นต้น
ข้อมูลจากเพจ”ธนาคารไทยพาณิชย์”ระบุว่า รูปแบบการจัดโครงสร้าง Family Holding Company มีหลากหลายรูปแบบซึ่งทนายความหรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถจัดโครงสร้างให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจครอบครัว โดย Family Holding Company จะทำหน้าที่ถือหุ้นในกิจการครอบครัวในสัดส่วนข้างมากหรือใกล้เคียง 100% และอาจให้สมาชิกครอบครัวที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีความสำคัญในธุรกิจถือหุ้นบางส่วนเพื่อเป็นแรงจูงใจในการบริหารธุรกิจ
นอกจาก Family Holding Company จะเป็นตัวช่วยที่ใช้ในการรวบรวมทรัพย์สินและส่งต่อความมั่งคั่งของกลุ่มครอบครัวแล้ว ก็ยังมีประโยชน์อีกหลายประการ เช่น
ประโยชน์ทางด้านภาษีอากร
โดยปกติหากมีแค่บริษัท Operating Company เพียงบริษัทเดียว เมื่อมีการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา บริษัทก็จะมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 แต่ถ้าหากมี Family Holding Company มาถือหุ้นใน Operating Company ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง เมื่อมีการจ่ายเงินปันผลจาก Operating Company ไป Holding Company ก็จะไม่ต้องหัก ณ ที่จ่ายเพราะถือว่าลดผลกระทบของภาระภาษีที่ซ้ำซ้อน
โดยจะไปเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายตอน Family Holding Company จ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิกของครอบครัวแทน
นอกจากนี้การทำธุรกิจอาจจะต้องมีการใช้เงินเพื่อลงทุนหรือต่อยอดเพิ่มเติม ดังนั้น Family Holding Company อาจจะใช้เงินกำไรบางส่วนเพื่อลงทุนหรือต่อยอดการประกอบธุรกิจแทนการจ่ายเงินปันผลให้แก่สมาชิกของครอบครัว วิธีนี้ก็จะทำให้ลดภาระภาษีในภาพรวมของธุรกิจครอบครัวได้
ประโยชน์ในการลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย
ในกรณีที่สมาชิกครอบครัวไม่เชี่ยวชาญในบางธุรกิจ ก็อาจพิจารณาแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเป็นตัวแทนของบริษัททำหน้าที่เป็นผู้บริหาร/กรรมการบริษัท เป็นตัวแทนรับผิดชอบตามกฎหมาย ต่อมาเมื่อสมาชิกของครอบครัวมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ก็อาจจะแต่งตั้งท่านนั้นเป็นตัวแทนของบริษัทได้
รวมทั้งการใช้ Family Holding Company เป็นที่เก็บรวบรวมทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อธุรกิจครอบครัวซึ่ง ก็อาจรวมถึงทรัพย์สินที่ Operating Company ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น ที่ดิน อาคาร เรื่องนี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องจากเจ้าหนี้ของ Operating Company ได้อีกด้วย
ประโยชน์ในด้านการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน
เราสามารถใช้ Family Holding Company เป็นเสมือนกงสีของครอบครัวที่จะให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่สมาชิกในครอบครัวในรูปแบบการกู้ยืมเงิน ให้กู้แก่บริษัท Operating Company เพราะการใช้ Family Holding Company มีความโปร่งใส มีหลักฐานให้สมาชิกของครอบครัวสามารถตรวจสอบได้ เมื่อสามารถตรวจสอบได้ก็จะช่วยลดข้อพิพาทระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้เป็นอย่างดี