โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ท้าวทองกีบม้า ประวัติสุดทรมานจากห้องเครื่อง ต้นตำรับขนมหวานไทยโบราณ

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 19 ต.ค. 2566 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2566 เวลา 06.11 น.

กระแสยังไม่จางจากฟีดออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มกับปรากฏการณ์ พรหมลิขิต ภาคต่อจาก บุพเพสันนิวาส มียอดผู้ชมทางออนไลน์ในคืนที่ผ่านถึง 1 ล้านคน และมีเรตติ้ง 6.40 ทั่วประเทศ เรียกได้ว่ากระแสออเจ้า พี่หมื่น ยังคงเหนียวแน่น

อื่นใดในการค้นหาจาก Google ก็ค้นหาเรื่อง ท้าวทองกีบม้า กันจ้าละหวั่น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปย้อนรอยที่มาว่าเพราะเหตุใดท้าวทองกีบม้าถึงเป็นผู้ดูแลเครื่องเงินเครื่องทองของหวาน พร้อมกับมาดูว่าขนมไทยมีอะไรบ้าง

อะไรที่ทำให้ “ท้าวทองกีบม้า” หันมาทำขนมหวาน?

บันทึกการทำขนมหวานท้าวทองกีบม้ามีความเห็นออกไปในแบบต่างๆ บางบันทึกก็ว่า ชีวิตช่วงหนึ่งของท้าวทองกีบม้าตกอับ จนกระทั่ง พ.ศ. 2233 ได้รับอนุญาตให้มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านโปรตุเกส และถูกบังคับให้ทำอาหารหวานส่งเข้าวังตามอัตราที่กำหนด เรื่องนี้ปรากฏอยู่ในบันทึกด้วยเนื้อหาที่แตกต่างกันออกไป

ตามหลักฐานของ บาทหลวงโอมองต์ (Fr. Aumont) บันทึกไว้ว่า ท้าวทองกีบม้า หรือ “มาดามฟอลคอน” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นชาววิเสทประจำห้องเครื่องในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ

อีกบันทึกของ อเล็กซานเดอร์ แฮมมิลตัน อ้างว่า ได้พบกับมาดามฟอลคอนในปี พ.ศ. 2262 ขณะนั้นได้รับตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการห้องเครื่องต้นแผนกหวาน มีผู้คนรักใคร่นับถือ ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกของ มองสิเออร์โซมองต์ อ้างว่า มาดามฟอลคอน เป็นผู้ดูแลเครื่องเงินเครื่องทองของหวาน เป็นหัวหน้าเก็บภูษาและฉลองพระองค์ และยังเป็นผู้เก็บผลไม้เสวยด้วย

ในจดหมายท้าวทองกีบม้าที่เขียนถึงบิชอปฝรั่งเศสในประเทศจีนกล่าวไว้ว่า

“ต้องทำงานถวายตรากตรำด้วยความเหนื่อยยาก และระกำช้ำใจ มืดมนธ์อัธการไปด้วยความทุกข์ยาก ตั้งหน้าแต่จะคอยว่าเมื่อใดพระเจ้าจะโปรดให้ได้รับแสงสว่าง ตอนกลางคืนนางก็ไม่มีที่นอนที่พิเศษอย่างใด คงแอบพักที่มุมห้องเครื่องต้น บนดินที่ชื้น ต้องคอยระวังรักษาเฝ้าห้องเครื่องนั้น”

แม้ประวัติช่วงนี้ของท้าวทองกีบม้าจะไม่ตรงนัก แต่ก็รับได้ว่า ท้าวทองกีบม้าเคยไปทำงานในวังจริง และเป็นคนทำขนมหวานตำรับโปรตุเกส เช่น ทองหยิบ ฝอยทอง จนเป็นสูตรให้คนทำสืบเนื่องต่อมาถึงปัจจุบัน ขอบคุณข้อมูลจาก ศิลปวัฒนธรรม ขนมหวานไทย ท้าวทองกีบม้า อาจคุ้นชินกันพอสมควรกับขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สังขยา หม้อแกง จะขอชวนทุกคนไปส่อง 9 ขนมไทยโบราณท้าวทองกีบม้ากันว่ามีอะไรบ้าง แต่ก่อนที่จะไปพบกับขนม เรามาทำความเข้าใจสักนิด

ด้วยความที่ท้าวทองกีบม้ามีเชื้อสายโปรตุเกส เติบโตมาจากวัฒนธรรมนั้น เมื่อย้ายมาอยู่บนแผ่นดินสยามไม่แปลกที่จะต้องวิวัฒนาการมาจากการคิดค้นประดิษฐ์ดัดแปลงมาจากอาหารหวาน ตามเชื้อชาติของบรรพบุรุษ

โดยท้าวทองกีบม้า คือ ชาวโปรตุเกส จะมีส่วนประกอบสำคัญคือ ไข่ แป้ง และน้ำตาลทราย และวัตถุดิบอื่น ๆ ที่มีในแผ่นดินอยุธยา ต่อเมื่อเวลาผ่านไปคนไทยก็ดัดแปลงเพิ่มเติมต่อมาทั้งรูปร่างลักษณะและรสชาติ เพื่อให้ถูกรสนิยมแบบไทย ๆ

มีหลักฐานว่าปัจจุบันลักษณะอาหารโปรตุเกสที่มีส่วนคล้ายคลึงกับขนมหวานที่เชื่อกันว่าท้าวทองกีบม้านำเข้ามาเผยแพร่ในสยาม มีอยู่ 2 อย่าง คือ “ทองหยิบ” ซึ่งเรียกว่า “Biretta” และ “ฝอยทอง” ที่เรียกว่า “Fios do Ovos”

ในส่วนขนมอื่น ๆ เช่น ขนมฝรั่ง ขนมบ้าบิ่น หม้อแกง และสังขยา เข้าใจว่าน่าจะใช้ส่วนประกอบตามแบบขนมหวานโปรตุเกสมาดัดแปลง เช่น “ขนมหม้อแกง” ในปัจจุบัน เชื่อว่ามาจากขนมชื่อ “กุมภมาศ” ซึ่งท้าวทองกีบม้าดัดแปลงมาจากขนมแบบยุโรปเพื่อถวายเป็นของเสวย

ขอบคุณข้อมูลจาก มิวเซียมสยาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...