“บิ๊กโจ๊ก” ปิดคดี กลุ่มคนจีนหลอกขายพระเครื่อง ยึดทรัพย์ กว่า 137 ล.
บิ๊กโจ๊ก แถลงปิดคดี กลุ่มคนจีนเช่าวัดดังในชลบุรี หลอกขายพระเครื่อง ให้ทัวร์จีน และได้ยึดทรัพย์ กว่า 137 ล้านบาท
วันนี้ (8 ส.ค 66 ) ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงข่าว ปิดคดีการดำเนินคดีกลุ่มคนจีน เช่าวัดดังในชลบุรี หลอกขายพระเครื่องให้คนจีนด้วยกัน และดำเนินคดี ม.157 กับเจ้าอาวาสวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมยึดทรัพย์ กว่า 137 ล้านบาท
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี ได้รับแจ้งเบาะแสกรณีมีแก๊งค์ชาวจีน ได้มาเช่าที่ภายใน วัดเขาชีจรรย์ และได้จำหน่ายพระเครื่องให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยพระเครื่องที่จำหน่ายเป็นพระปลอมราคาถูก และทองปลอม แต่สร้างเรื่องราวจนสามารถจำหน่ายได้ในราคาหลักหมื่น ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พ.ค.66 ได้นำกำลังเข้า ตรวจสอบจนสามารถจับกุมชาวจีนได้จำนวน 12 ราย พร้อมยึดของกลางหลายรายการ และนำตัวส่ง สภ.สัตหีบ ภ.จว.ชลบุรี ดำเนินคดีในความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 12 ราย ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีแล้วนั้น ได้มีผู้จัดหาดูแลที่พัก และความเป็นอยู่ให้โดยชาวจีนจำนวน 2 ราย คือ นายเว่ย และนายหาง รวมทั้งรายได้ที่ได้จากการ จำหน่ายพระเครื่องจะต้องมีการโอนเงินเข้าบัญชีของชาวจีนทั้ง 2 ราย ดังกล่าว พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จึงได้ขอ อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันเป็นนายจ้าง รับบุคคลต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน เข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลคนต่างด้าวร่วมกันจ้างให้
คนต่างด้าวประกอบธุรกิจค้าปลีกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมทะเบียนการค้า ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถ จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าสืบค้นทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้อง จน สามารถตรวจยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาได้หลายรายการ อาทิ บัญชีธนาคาร รถยนต์ หุ้นส่วนบริษัท และบ้านพร้อม ที่ดิน มูลค่ารวมมากกว่า 137 ล้านบาท ซึ่งจะได้เสนอเรื่องให้ ป.ป.ง. ดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สินตามกฎหมายต่อไปและได้สืบสวนขยายผลจากผู้ต้องหาทั้ง 2 รายพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีการโอนเงินที่ได้จากการหลอกขาย พระเครื่องดังกล่าวให้กับผู้ร่วมลงทุนชาวจีนอีกจำนวน 4 ราย
นอกจากนี้ ผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 2 ราย ยังได้มีการใช้ให้ คนไทย ดำเนินการออกหน้าเช่าที่ของวัดให้ โดยประสานกับเจ้าอาวาสวัดเขาชีจรรย์ โดยที่ไม่ได้มีการดำเนินการ ตรวจสอบตามกฎกระทรวง อีกทั้งเงินที่ได้จากการเช่าดังกล่าวก็มิได้นำเข้าบัญชีของวัดแต่อย่างใด จากข้อเท็จจริง ดังกล่าว จึงได้ขออนุมัติหมายจับดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกจำนวน 4 ราย และแจ้งข้อกล่าวหา 2 ราย รวมเป็น 6 ราย
1. นายจาง สัญชาติจีน
2. นายจาง หง สัญชาติจีน
3. นายชู หุ่ย สัญชาติจีน
4. นางย่ง หง สัญชาติจีน
จับกุมได้ทั้งหมด ดำเนินคดีความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
5. พระครู (แจ้งข้อกล่าวหา) ดำเนินคดีความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิด ความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภา นิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบ หรือมิชอบด้วยหน้าที่
6. น.ส.พยอม ผู้เช่าที่จำหน่ายพระให้กับแก๊งค์คนจีน (แจ้งข้อกล่าวหา) ดำเนินคดีความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย มิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็น ผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดย มิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่และจะรีบตรวจสอบเพื่อตรวจยึดทรัพย์สินตามกฎหมายต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews