โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประมวลเหตุการณ์ ‘เม็กซิโกเดือด’ สังหารราชายาเสพติด จุดชนวนแก๊งค้ายาคลั่งเผาเมืองทั่วประเทศ

THE STANDARD

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 10.14 น. • thestandard.co
ประมวลเหตุการณ์ ‘เม็กซิโกเดือด’ สังหารราชายาเสพติด จุดชนวนแก๊งค้ายาคลั่งเผาเมืองทั่วประเทศ

การก่อเหตุรุนแรงและจุดไฟเผาทำลายอาคาร ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าและรถยนต์ที่ปะทุขึ้นในหลายรัฐของเม็กซิโก โดยฝีมือสมาชิกแก๊งค้ายาเสพติด เป็นการตอบโต้การกระทำของทางการ หลังจากที่วานนี้ (22 กุมภาพันธ์) กองทัพเม็กซิโกภายใต้ความร่วมมือด้านข่าวกรองจากสหรัฐฯ ได้ทำการสังหาร เนเมซิโอ รูเบน โอเซเกรา เซร์บันเตส (Nemesio Rubén Oseguera Cervantes) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘เอล เมนโช (El Mencho)’ ผู้นำแก๊งค้ายาเสพติด ‘ฮาลิสโก นิว เจเนอเรชั่น คาร์เทล (Jalisco New Generation Cartel)’ หนึ่งในเครือข่ายค้ายาเสพติดและองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลและเติบโตเร็วที่สุดในเม็กซิโก

ล่าสุดสถานการณ์ยังทวีความรุนแรง จนทำให้โรงเรียนในหลายรัฐของเม็กซิโกถูกสั่งปิด และทำให้รัฐบาลเม็กซิโกและรัฐบาลของประเทศต่างๆ ต้องประกาศเตือนประชาชนให้อยู่แต่ในบ้าน

ที่มาที่ไปของเหตุการณ์นี้คืออะไร เอล เมนโช และแก๊งค้ายาเสพติดของเขา มีความสำคัญอย่างไร และหลังจากนี้จะเกิดเหตุอะไรขึ้นอีก นี่คือสิ่งที่เรารู้จนถึงตอนนี้

เกิดอะไรขึ้น?

เอล เมนโช อายุ 59 ปี ถูกสังหารระหว่างการยิงปะทะในรัฐฮาลิสโก รัฐบ้านเกิดของเขา ขณะที่กองทัพเม็กซิโกพยายามบุกเข้าจับกุมตัว

โดย ‘ข้อมูลเพิ่มเติม’ จากทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ผลจากการบุก ยังทำให้สมาชิกแก๊ง 4 คนเสียชีวิตในการปะทะ และอีก 2 คนเสียชีวิตระหว่างส่งตัวไปยังเม็กซิโกซิตี้

นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกจับกุมอีก 2 คน และทางการได้ยึดรถหุ้มเกราะ เครื่องยิงจรวด และอาวุธอื่นๆ ขณะที่ทหารเม็กซิโก 3 นายได้รับบาดเจ็บและถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาแล้ว

หลังการเสียชีวิตของเอล เมนโช สมาชิกแก๊งเขาของตอบโต้ในทันทีด้วยการก่อความรุนแรงทั่วประเทศ ทั้งปิดกั้นถนนและจุดไฟเผาอาคาร บ้านเรือนและรถยนต์ในรัฐต่างๆ เกือบสิบรัฐสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนที่ต้องพากันหลบอยู่ภายในบ้าน

ทั้งนี้ ทางการเม็กซิโก ได้สั่งกองกำลังรักษาความมั่นคงเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่สงบทั่วประเทศ เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัวเตมาลา ที่สั่งเสริมกำลังทหารรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนที่ติดกับเม็กซิโกทันที

ในเมืองกัวดาลาฮารา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเม็กซิโกและเมืองเอกของรัฐฮาลิสโก พบว่าทางการได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อมเกือบทั่วเมือง ขณะที่มีการระงับให้บริการขนส่งสาธารณะ และโรงเรียนทั่วเมืองประกาศยกเลิกการเรียนการสอนในวันนี้ โดยสนามบินภายในเมืองยังเปิดให้บริการแต่มีเจ้าหน้าที่จำกัด

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนชาวอเมริกันในรัฐฮาลิสโก และอีกหลายรัฐใกล้เคียง ให้หลบอยู่ในที่ปลอดภัย

ขณะที่แคนาดาออกคำเตือนการเดินทางสำหรับบางพื้นที่ และเตือนพลเมืองของตนในเม็กซิโกให้หลบอยู่ในที่ปลอดภัย โดยอ้างว่า “มีเหตุยิงปะทะกับกองกำลังความมั่นคงและเหตุระเบิด เกิดขึ้นทั้งในรัฐฮาลิสโก เกร์เรโร และมิโชอากัน

โดยที่เมืองปวยร์โตวัลลาร์ตา (Puerto Vallarta) ในรัฐฮาลิสโก ซึ่งเป็นอีกจุดที่สถานการณ์ยังไม่สงบ พบว่าสายการบิน Air Canada ได้ประกาศระงับเที่ยวบินไปยังเมืองแห่งนี้ และแนะนำลูกค้าไม่ให้เดินทางไปยังสนามบิน

ขจณะที่สายการบิน United Airlines และ American Airlines ก็ประกาศยกเลิกเที่ยวบินไปยังปวยร์โตวัลลาร์ตาและกัวดาลาฮาราเช่นกัน

ด้าน เคลาเดีย ไชน์บัม ประธานาธิบดีหญิงของเม็กซิโก เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ขณะที่ทางการประกาศเมื่อคืนวานนี้ว่า ได้ทำการเคลียร์ซากรถยนต์และสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นถนนโดยฝีมือของแก๊งค้ายาเสพติด มากกว่า 250 จุดใน 20 รัฐแล้ว

ทางด้านทำเนียบขาว ได้แถลงยืนยันว่าสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองแก่ปฏิบัติการบุกจับกุมเอล เมนโช และชื่นชมกองทัพเม็กซิโกที่สามารถจัดการ ชายผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในอาชญากรที่ทั้งสองประเทศต้องการตัวมากที่สุดได้

โดยไมค์ วีกิล (Mike Vigil) อดีตหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศของ DEA มองว่า เม็กซิโกได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังรัฐบาลทรัมป์ ว่ากำลังทำการต่อสู้กับแก๊งค้ายาเสพติดที่ทรงอิทธิพลที่สุดด้วยความดุดันและมีประสิทธิภาพ โดยเขาชี้ว่า “ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากกองทัพเม็กซิโก และต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้แก่เม็กซิโก”

ขณะที่เม็กซิโกคาดหวังว่า การสังหารเอล เมนโช ซึ่งเป็นหนึ่งในพ่อค้ายาเฟนทานิลรายใหญ่ที่สุดของโลก จะช่วยลดแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ ที่ต้องการให้เม็กซิโกดำเนินการเพิ่มเติมต่อแก๊งค้ายาเสพติด และอาจทำให้รัฐบาลเม็กซิโกได้เปรียบมากขึ้นในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังจากที่ทรัมป์ เคยขู่จะมาตรการภาษีหรือปฏิบัติการทางทหารฝ่ายเดียว หากเม็กซิโกไม่แสดงผลลัพธ์ในการต่อสู้กับแก๊งค้ายาเสพติดให้เห็น

เอล เมนโช คือใคร?

การสังหาร เอล เมนโช ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่สหรัฐฯ ต้องการตัวมากที่สุด และเสนอรางวัล 15 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมตัวเขา ถือเป็นการโจมตีหัวใจสำคัญของแก๊งค้ายาเสพติดในเม็กซิโกครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่กรณีการจับกุมฮัวควิน ‘เอล ชาโป’ กุซมาน อดีตราชายาเสพติดชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้นำแก๊งซินาโลอา (Sinaloa Cartel) เมื่อสิบปีก่อน

เอล เมนโช อายุ 59 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่รัฐมิโชอากัน (Michoacan) ทางตะวันตกของเม็กซิโก โดยประวัติของเขาที่เกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติดต้องย้อนกลับไปอย่างน้อย 3 ทศวรรษ

ในปี 1994 เขาเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาค้าเฮโรอีนในสหรัฐฯ และถูกจำคุกเป็นเวลา 3 ปี หลังจากกลับมายังเม็กซิโก เขาก็ไต่เต้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วในวงการค้ายาเสพติดของเม็กซิโก

ในปี 2009 เขาได้ก่อตั้งฮาลิสโก นิว เจเนอเรชั่น คาร์เทล ซึ่งกลายเป็นแก๊งค้ายาเสพติดที่เติบโตและขยายอิทธิพลรวดเร็วที่สุดในเม็กซิโก โดยมีชื่อเสียงด้านการลักลอบส่งยาเสพติด ทั้ง เฟนทานิล เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) และโคเคน ไปยังสหรัฐฯ ตลอดจนลักลอบนำผู้อพยพเข้าสู่สหรัฐฯ และยังมีบทบาทในการก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลเม็กซิโกที่ต่อต้านอย่างอุกอาจ โดยใช้กลยุทธ์ที่รุนแรงและแปลกใหม่ เช่น การใช้โดรนและระเบิดที่ประดิษฐ์เอง

หนึ่งในกรณีการโจมตีอย่างอุกอาจ รวมถึงการยิงเฮลิคอปเตอร์ทหารตกในรัฐฮาลิสโกในปี 2015 และความพยายามลอบสังหารผู้บัญชาการตำรวจกรุงเม็กซิโก ซิตี้ แต่ไม่สำเร็จ

ขณะที่แก๊งของเขายังขยายสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีใหม่ๆ ทางออนไลน์ในการเข้าถึงและสรรหาสมาชิกที่มีศักยภาพ

จะเกิดอะไรหลังจากนี้?

จากข้อมูลของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งสหรัฐอเมริกา (DEA) พบว่า ฮาลิสโก คาร์เทลมีอิทธิพลอยู่ในอย่างน้อย 21 รัฐจากทั้งหมด 32 รัฐของเม็กซิโก และเคลื่อนไหวอยู่เกือบทุกรัฐในสหรัฐฯ อีกทั้งยังมีกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นองค์กรระดับโลก ซึ่งการสังหารเอล เมนโช อาจส่งผลกระทบต่อเครือข่ายค้ายาเสพติดมากกว่าแค่ในเม็กซิโก

วีกิลชี้ว่า “เอล เมนโช นั้นควบคุมทุกอย่าง ราวกับผู้นำเผด็จการของประเทศหนึ่ง”

หลังจากนี้ คาดว่าการเติบโตและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของฮาลิสโก คาร์เทล อาจชะลอตัวและอ่อนแอลง โดยเฉพาะหากเทียบกับแก๊งคู่แข่งอย่างซินาโลอา คาร์เทล

เดวิด ซอเซโดนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง มองว่า หากญาติของเอล เมนโช เข้าควบคุมแก๊ง ความรุนแรงที่เห็นวานนี้ อาจดำเนินต่อไป และหากกลุ่มอื่นขึ้นมามีอำนาจ พวกเขาอาจเต็มใจที่จะเริ่มต้นใหม่และดำเนินกิจการค้ายาเสพติดต่อไป

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดหลังจากนี้ คือฮาลิสโก คาร์เทล อาจหันมาใช้ความรุนแรงแบบไม่เลือกเป้าหมายโดยอาจตัดสินใจเปิดฉากโจมตี ‘ก่อการร้ายยาเสพติด (Narcoterrorism)’ ด้วยการสร้างสถานการณ์คล้ายกับที่โคลอมเบียเคยประสบในทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นการก่อการร้ายโดยแก๊งค้ายาเสพติดที่โจมตีรัฐบาลอย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง คาร์บอมบ์ ลอบสังหาร และโจมตีเครื่องบิน

ภาพ : @morelifediares via Instagram/Youtube/via REUTERS

อ้างอิง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...