“หุ้น BYD” ร่วงต่ำสุดในรอบ 1 ปี ยอดขาย NEV ดิ่ง 30% หลังจีนลดอุดหนุนรถไฟฟ้า
"หุ้น BYD" ดิ่งแรงในตลาดจีนและฮ่องกง หลังยอดขายรถพลังงานใหม่เดือนมกราคมหดตัว 30% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 จากผลกระทบนโยบายรัฐที่ลดแรงจูงใจอุตสาหกรรมรถไฟฟ้า
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.40 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า หุ้นของ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน ร่วงลงแรงในวันจันทร์ ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี หลังบริษัทเปิดเผยว่ายอดขายรถยนต์ใหม่เดือนมกราคมลดลง 30% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนแรงกดดันจากการที่รัฐบาลจีนทยอยยกเลิกมาตรการอุดหนุนอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV)
หุ้น BYD ที่จดทะเบียนในตลาดเสิ่นเจิ้นเปิดตลาดลดลง 3% มาอยู่ที่ 88 หยวน ขณะที่หุ้นในตลาดฮ่องกงดิ่งเกือบ 8% เหลือ 90 ดอลลาร์ฮ่องกง ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 โดยตามเอกสารยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ BYD ระบุว่า บริษัทขายรถ NEV ได้ 210,051 คันในเดือนมกราคม ครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบและปลั๊กอินไฮบริด นับเป็นการปรับตัวลดลงของยอดขายต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5
ยอดขายรถภายใต้แบรนด์หลักของ BYD ซึ่งรวมถึงรุ่น Qin และ Song ลดลงถึง 36% อย่างไรก็ดี แบรนด์พรีเมียม Fengchengbao กลับมียอดขายเพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกรถ NEV เติบโตโดดเด่น โดยเพิ่มขึ้น 51% แตะระดับ 100,482 คัน จาก 66,336 คันในปีก่อนหน้า
การชะลอตัวดังกล่าวส่งผลให้ BYD มียอดขายรถรวมในเดือนมกราคมตามหลังคู่แข่งสำคัญอย่าง Geely ซึ่งมียอดขาย 270,167 คัน เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน และมียอดขาย NEV เพิ่มขึ้น 2.6% เป็น 124,252 คัน
ก่อนหน้านี้ BYD รายงานว่ายอดขายรถทั้งปี 2568 เพิ่มขึ้นเพียง 8% สู่ระดับ 4.6 ล้านคัน ซึ่งชะลอลงอย่างมากจากอัตราการเติบโตมากกว่า 40% ต่อปีตั้งแต่ปี 2564 ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงครองตำแหน่งผู้จำหน่ายรถ EV รายใหญ่ที่สุดของโลก แซงหน้า Tesla ที่ขายได้ 1.64 ล้านคัน
ตลาด NEV ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการผลักดันของภาครัฐให้จีนเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด โดยรถ NEV คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายรถใหม่ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์คาดว่าตลาดภายในประเทศจะเริ่มชะลอตัว หลังรัฐบาลลดแรงจูงใจสำหรับรถราคาประหยัดตั้งแต่ปี 2569 และเพิ่มภาษีการซื้อรถ
พอล กง นักวิเคราะห์จาก UBS ระบุว่า ยอดส่งมอบรถในประเทศจีนปีนี้อาจลดลงในอัตราเลขหลักเดียวต่ำ ขณะที่ยอดขายปลีกอาจหดตัวในระดับเลขหลักเดียวปานกลาง โดยคาดการณ์ดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ค่อนข้างมองบวกว่ารัฐบาลจะเข้ามาพยุงอุตสาหกรรมหากจำเป็น
ด้านแผนธุรกิจต่างประเทศ BYD ซึ่งส่งออกรถมากกว่า 1 ล้านคันในปีที่ผ่านมา เตรียมขยายฐานการผลิตทั่วโลกในปี 2569 โดยโรงงานในฮังการีและอินโดนีเซียมีกำหนดเริ่มเดินสายการผลิตในปีนี้
พร้อมพิจารณาการตั้งโรงงานในมาเลเซีย และขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายในต่างประเทศเป็นราว 2,000 แห่ง นอกจากนี้ BYD ยังเตรียมเปิดตัวรุ่น Racco ในญี่ปุ่น ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดรถเคย์ (kei car)
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถ EV จีนรายอื่นรายงานผลประกอบการที่หลากหลาย โดยHarmony Intelligent Mobility Alliance ซึ่งเป็นกลุ่มแบรนด์ที่ร่วมมือกับ Huawei Technologies ระบุว่ายอดขายเพิ่มขึ้น 65.6% เป็น 57,915 คัน ส่วนXiaomi ส่งมอบรถได้มากกว่า 39,000 คัน เพิ่มขึ้นจากกว่า 20,000 คันในปีก่อน
ในทางตรงกันข้าม ยอดขายของXpeng ลดลง 34% เหลือ 20,011 คัน ขณะที่ Li Auto มียอดขายลดลง 7.5% มาอยู่ที่ 27,668 คัน
อ้างอิง : asia.nikkei.com