โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้น BYD” ร่วงต่ำสุดในรอบ 1 ปี ยอดขาย NEV ดิ่ง 30% หลังจีนลดอุดหนุนรถไฟฟ้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 15.26 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 08.26 น.

"หุ้น BYD" ดิ่งแรงในตลาดจีนและฮ่องกง หลังยอดขายรถพลังงานใหม่เดือนมกราคมหดตัว 30% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 จากผลกระทบนโยบายรัฐที่ลดแรงจูงใจอุตสาหกรรมรถไฟฟ้า

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.40 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า หุ้นของ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน ร่วงลงแรงในวันจันทร์ ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี หลังบริษัทเปิดเผยว่ายอดขายรถยนต์ใหม่เดือนมกราคมลดลง 30% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนแรงกดดันจากการที่รัฐบาลจีนทยอยยกเลิกมาตรการอุดหนุนอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV)

หุ้น BYD ที่จดทะเบียนในตลาดเสิ่นเจิ้นเปิดตลาดลดลง 3% มาอยู่ที่ 88 หยวน ขณะที่หุ้นในตลาดฮ่องกงดิ่งเกือบ 8% เหลือ 90 ดอลลาร์ฮ่องกง ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 โดยตามเอกสารยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ BYD ระบุว่า บริษัทขายรถ NEV ได้ 210,051 คันในเดือนมกราคม ครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบและปลั๊กอินไฮบริด นับเป็นการปรับตัวลดลงของยอดขายต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5

ยอดขายรถภายใต้แบรนด์หลักของ BYD ซึ่งรวมถึงรุ่น Qin และ Song ลดลงถึง 36% อย่างไรก็ดี แบรนด์พรีเมียม Fengchengbao กลับมียอดขายเพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกรถ NEV เติบโตโดดเด่น โดยเพิ่มขึ้น 51% แตะระดับ 100,482 คัน จาก 66,336 คันในปีก่อนหน้า

การชะลอตัวดังกล่าวส่งผลให้ BYD มียอดขายรถรวมในเดือนมกราคมตามหลังคู่แข่งสำคัญอย่าง Geely ซึ่งมียอดขาย 270,167 คัน เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน และมียอดขาย NEV เพิ่มขึ้น 2.6% เป็น 124,252 คัน

ก่อนหน้านี้ BYD รายงานว่ายอดขายรถทั้งปี 2568 เพิ่มขึ้นเพียง 8% สู่ระดับ 4.6 ล้านคัน ซึ่งชะลอลงอย่างมากจากอัตราการเติบโตมากกว่า 40% ต่อปีตั้งแต่ปี 2564 ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงครองตำแหน่งผู้จำหน่ายรถ EV รายใหญ่ที่สุดของโลก แซงหน้า Tesla ที่ขายได้ 1.64 ล้านคัน

ตลาด NEV ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการผลักดันของภาครัฐให้จีนเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด โดยรถ NEV คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายรถใหม่ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์คาดว่าตลาดภายในประเทศจะเริ่มชะลอตัว หลังรัฐบาลลดแรงจูงใจสำหรับรถราคาประหยัดตั้งแต่ปี 2569 และเพิ่มภาษีการซื้อรถ

พอล กง นักวิเคราะห์จาก UBS ระบุว่า ยอดส่งมอบรถในประเทศจีนปีนี้อาจลดลงในอัตราเลขหลักเดียวต่ำ ขณะที่ยอดขายปลีกอาจหดตัวในระดับเลขหลักเดียวปานกลาง โดยคาดการณ์ดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ค่อนข้างมองบวกว่ารัฐบาลจะเข้ามาพยุงอุตสาหกรรมหากจำเป็น

ด้านแผนธุรกิจต่างประเทศ BYD ซึ่งส่งออกรถมากกว่า 1 ล้านคันในปีที่ผ่านมา เตรียมขยายฐานการผลิตทั่วโลกในปี 2569 โดยโรงงานในฮังการีและอินโดนีเซียมีกำหนดเริ่มเดินสายการผลิตในปีนี้

พร้อมพิจารณาการตั้งโรงงานในมาเลเซีย และขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายในต่างประเทศเป็นราว 2,000 แห่ง นอกจากนี้ BYD ยังเตรียมเปิดตัวรุ่น Racco ในญี่ปุ่น ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดรถเคย์ (kei car)

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถ EV จีนรายอื่นรายงานผลประกอบการที่หลากหลาย โดยHarmony Intelligent Mobility Alliance ซึ่งเป็นกลุ่มแบรนด์ที่ร่วมมือกับ Huawei Technologies ระบุว่ายอดขายเพิ่มขึ้น 65.6% เป็น 57,915 คัน ส่วนXiaomi ส่งมอบรถได้มากกว่า 39,000 คัน เพิ่มขึ้นจากกว่า 20,000 คันในปีก่อน

ในทางตรงกันข้าม ยอดขายของXpeng ลดลง 34% เหลือ 20,011 คัน ขณะที่ Li Auto มียอดขายลดลง 7.5% มาอยู่ที่ 27,668 คัน

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...