หัวใจสลาย! แม่เผยรายละเอียดสะเทือนขวัญ หลังลูกสาววัย 12 ปี เสียชีวิตเพราะโดนปาขวดน้ำโลหะใส่ศีรษะ
วานนี้ (1 มี.ค. 2569) สำนักข่าวต่าวประเทศรายงานการเปิดเผยรายละเอียดจากเหตุการณ์เด็กหญิงวัย 12 ปีที่เสียชีวิตหลังจากโดนทำร้ายเพราะมีคนปาขวดน้ำโลหะใส่ศีรษะจากปากของแม่เด็ก
เอลมา ชูกีปา แม่ของ คิมเบอร์ลี ซาวาเลตา เด็กหญิงที่โดนทำร้ายจนเสียชีวิตกล่าวกับสำนักข่าว KABC ว่า ลูกสาวของเธอถูกทำร้ายที่โรงเรียนมัธยมเรซีดา เมื่อสัปดาห์ก่อน และได้สิ้นใจอย่างสงบที่โรงพยาบาลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
คุณแม่ผู้ใจสลายได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดอันน่าสะเทือนใจว่า ลูกสาวของเธอประสบภาวะเลือดออกในสมองอย่างรุนแรง เนื่องจากมีคนปาขวดน้ำโลหะใส่ศีรษะของเธออย่างแรงขณะที่เธอพยายามปกป้องพี่สาวระหว่างเหตุรุมทำร้ายที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมดังกล่าวในลอสแอนเจลิส
"ในช่วงเวลาเลิกเรียน [พี่สาวของคิมเบอร์ลี] อยู่ตรงทางเดินในโรงเรียนตอนที่มีเด็กผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอ… เขาผลักเธอ ลูกสาวของฉันจึงถามไปว่า ‘มีปัญหาอะไรกับฉัน? ไปคุยกันที่ห้องครูใหญ่เถอะ’ แต่เขาก็เพิกเฉย" ชูกีปาเล่าเหตุการณ์ด้วยน้ำตา
เมื่อคิมเบอร์ลีเห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้าไปช่วยปกป้องพี่สาวของเธอ และในจังหวะนั้นเองที่มีคนขว้างขวดน้ำโลหะมาโดนศีรษะของเธอเข้าอย่างจัง
"ลูกสาวของฉันเข้าไปดึงพี่สาวออกมาเพื่อไม่ให้โดนทำร้าย และตอนนั้นเองที่ [คิมเบอร์ลี] ถูกกระแทกเข้าที่หัว" ชูกีปากล่าว
มีรายงานว่า คลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์การทะเลาะวิวาท (ซึ่งยังไม่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ) ไม่ได้บันทึกภาพในจังหวะที่มีคนขว้างขวดออกมา
"พวกเขากำลังรุมทุบตีพี่สาวของเธอ… ในวิดีโอจะเห็นว่าพวกเขากำลังรุมทึ้ง [คิมเบอร์ลี] มีจังหวะหนึ่งที่พวกเขาฟาดเข้าที่หัวเธออย่างแรง ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ตอนนี้เธอต้องไปอยู่ในห้องเก็บศพ" ชูกีปากล่าวด้วยความอัดอั้น
เธอยังเล่าต่อว่า หลังจากเกิดเหตุ ลูกสาวของเธอถูกส่งตัวไปยังห้องฉุกเฉินและดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก แต่ไม่กี่วันต่อมาเธอกลับล้มฟุบลงอย่างกะทันหัน
"เราพาลูกส่งห้องฉุกเฉินอีกครั้ง ตอนที่ไปถึง เธอไม่มีสัญญาณชีพแล้ว" ชูกีปากล่าวด้วยความสะเทือนใจ "ลูกสาวของฉันนอนอยู่ตรงนั้น พวกเขาตัดเสื้อผ้าเธอออกเพื่อทำซีพีอาร์ ฉันกลัวมากและร้องไห้หนักมาก ฉันหวังเพียงแค่ว่าเธอจะฟื้นขึ้นมา"
ผลเอ็กซเรย์เผยให้เห็นว่าคิมเบอร์ลีมีเลือดคั่งในสมอง เธอต้องใส่ท่อช่วยหายใจก่อนจะถูกย้ายไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง
"หมอบอกว่า ‘เราต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกส่วนนี้เพื่อดูดเลือดออกให้หมด’" ชูกีปาเล่าถึงวินาทีที่เธออ้อนวอนขอให้หมอ "ช่วยชีวิตลูกสาวของฉันด้วย"
อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้เตือนเธอในภายหลังว่า หากผ่าตัดต่อไปจะมีโอกาสรอดเพียงแค่ 1% เท่านั้น และแจ้งว่าคิมเบอร์ลีอยู่ในภาวะ “สมองตาย” แล้ว
"มันเจ็บปวดมากที่ฉันต้องทิ้งลูกไว้ที่โรงพยาบาล ทั้งที่หวังว่าจะได้พาลูกกลับบ้าน" ชูกีปากล่าว "ลูกมักจะบอกฉันเสมอว่า ‘หนูจะไม่มีวันทิ้งแม่ไปไหน’ ตอนที่ฉันอยู่ข้างเตียงเธอ ฉันได้แต่บอกเธอว่า ‘ไหนลูกบอกว่าจะไม่มีวันทิ้งแม่ไปไงล่ะ’”
ขณะนี้ตำรวจกำลังสืบสวนการเสียชีวิตของคิมเบอร์ลีในฐานะคดีฆาตกรรม แต่หน่วยสืบสวนคดีโจรกรรมและฆาตกรรมของกรมตำรวจลอสแอนเจลิสระบุว่า จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับเยาวชนหลายคน
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : YouTube / CBS LA