ดึงสหกรณ์ทั่วประเทศ ช่วยระบายหอมหัวใหญ่ หวังพยุงราคาหลังตกหนัก
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เชื่อมเครือข่ายสหกรณ์ทั่วไทย ช่วยระบายหอมหัวใหญ่ หวังพยุงราคา เข้าซื้อราคานำตลาดที่ 8 บาท เป้า 565 ตัน พร้อมปล่อยคาราวานรถขนหอม 7 มี.ค.นี้
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์หอมหัวใหญ่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตหอมหัวใหญ่กำลังทยอยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แม่วาง อ.ฝาง และอ.พร้าว
ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประสานไปยังสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ในพื้นที่ 4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ฝาง จำกัด อ.ฝาง สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา จำกัด สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่แม่วาง จำกัด อ.แม่วาง และสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่พร้าว จำกัด อ.พร้าว
ให้เตรียม ความพร้อมเรื่องการรวบรวมผลผลิตเพื่อกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วไทย โดยผ่านเครือข่ายสหกรณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ต้องการรับซื้อผลผลิต โดยจะมีการปล่อยคาราวานรถบรรทุกขนหอมหัวใหญ่จากเชียงใหม่ไปสู่ตลาดปลายทาง ในวันเสาร์ที่ 7 มี.ค. 2569 นี้ โดยจะรับในราคานำตลาดที่ 8 บาทต่อกิโลกรัม หลังจากที่ราคาหอมหัวใหญ่ปัจจุบันตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้น
“เราจะทำการคิกออฟ ปล่อยรถบรรทุกหอมหัวใหญ่ในวันที่ 7 มีนาคม นี้ ที่สหกรณ์การเกษตรห้วยมะนาว จำกัด โดยสหกรณ์จะรับซื้อในราคานำตลาดที่ 8 บาท/กิโล เป้าหมายอยู่ที่ 565 ตัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกหอมหัวใหญ่ในช่วงนี้” นายนิรันดร์ กล่าว
ปัจจุบันปริมาณผลผลิตหอมหัวใหญ่ของทั้ง 4 สหกรณ์ใน จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย 1.สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ฝาง จำกัด อ.ฝาง มีสมาชิก 1,932 ราย พื้นที่ปลูก 1,939 ไร่ ผลผลิต 9,650 ตัน 2.สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา จำกัด อ.แม่วาง มีสมาชิก 1,661 ราย พื้นที่ปลูก 2,133 ไร่ ให้ผลผลิต 8,320 ตัน
3.สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่แม่วาง จำกัด อ.แม่วาง มีสมาชิก 1,201 ราย มีพื้นที่ปลูก 1,900 ไร่ ให้ผลผลิต 6,700 ตัน และ 4.สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่พร้าว จำกัด อ.พร้าว มีสมาชิก 100 ราย พื้นที่ปลูก 120 ไร่ ให้ผลผลิต 477 ตัน
ขณะที่ นางยุพิน อินทะญาติ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริม และพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงการช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ของภาครัฐว่า ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นำผู้ประกอบการกว่า 30 ราย เข้ามารับซื้อผลผลิตในพื้นที่ในราคานำตลาดที่ 6 บาท/กิโลกรัม ในช่วงวันที่ 21 - 28 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมาแล้ว
และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ จัดพื้นที่จำหน่ายให้กับสหกรณ์ฯ บ้านกาดพัฒนา จำกัด และสหกรณ์ฯ แม่วาง จำกัด นำผลผลิตหอมหัวใหญ่ของสมาชิก มาจำหน่ายบริเวณศาลากลางจังหวัด โดยสลับกันมาสัปดาห์ละ 2 วันทุกวันอังคาร และวันศุกร์ เพื่อช่วยระบายผลผลิตจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค ได้บางส่วน
“ตอนนี้ราคาตลาดที่ล้งรับซื้ออยู่ที่ 5 บาท ที่ผ่านมาพาณิชย์นำผู้ประกอบการมารับซื้อในราคานำตลาดอยู่ที่ 6 บาท แต่เขาออกค่าขนส่งให้ ส่วนสหกรณ์เราก็ช่วยเหลือโดยเปิดจุดขายที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ให้สหกรณ์รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกทั้งสองสหกรณ์ในอำเภอแม่วาง ให้สลับกันมาขายทุกวันอังคารและวันศุกร์ ก็ขายได้วันละเป็นตันเหมือนกัน” นางยุพิน กล่าว
นางยุพิน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อรับพรีออเดอร์ จากนั้นจะได้ประสานไปยังสหกรณ์ทั้ง 4 แห่ง โดยเฉพาะสหกรณ์ฯแม่วาง และสหกรณ์ฯบ้านกาดพัฒนาที่ ขณะนี้ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดอย่างเต็มที่ เพื่อนำมาทำการคิกออฟกระจายสู่ทั่วประเทศในวันที่ 7 มี.ค.นี้ ณ สหกรณ์การเกษตรห้วยมะนาว จำกัด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่
“วันนี้เรายืนยันยอดจากแต่ละที่มาทันคิดกออฟวันเสาร์นี้ เราซื้อราคานำตลาดที่ 8 บาท จากแหล่งผลิต ส่วนราคาปลายทางก็ขึ้นอยู่กับระยะทาง ตั้งเป้าไว้ที่ 400 กว่าตันใน 1 เดือน หลังจากแม่วางออกแล้ว ก็จะไปที่ฝาง และพร้าวต่อไป”
นางนิมาพร แปลงน้อย ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ปลูกหอมใหญ่บ้านกาดพัฒนา จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ราคาหอมหัวใหญ่ราคาตกต่ำกว่าทุกปีอยู่ที่ 5 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 10 บาท/กิโลกรัม จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลในเรื่องราคาหอมหัวใหญ่ เนื่องจากหอมหัวใหญ่ปลูกได้ปีละครั้งเท่านั้น และสมาชิกสหกรณ์เกือบทั้งหมดมีอาชีพปลูกหอมหัวใหญ่เป็นหลัก
“สมาชิกส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกข้าว ข้าวโพดและทำสวนลำไย หลังเก็บเกี่ยวข้าวและข้าวโพดก็จะปลูกหอมหัวใหญ่ เป็นพืชหลังนา หลังเก็บเกี่ยวหอมเสร็จก็เตรียมแปลงปลูกข้าวต่อ อยากให้ภาครัฐช่วยกระจายและพยุงราคาไม่ต่ำกว่า 8 บาท อย่างน้อยก็ให้ขาดทุนน้อยที่สุด” นางนิมาพร กล่าว
ด้าน นางวิโรสนา ไฝคำ ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่แม่วาง จำกัด เปิดเผยว่า สมาชิกสหกรณ์ฯ ได้เริ่มเก็บเกี่ยวหอมหัวใหญ่มาแต่เดือนม.ค. ขณะนั้นราคาดีมากเฉลี่ย 15-20 บาท/กิโลกรัม แต่หลังจากหอมจีนเข้ามาตีตลาดราคาหอมหัวใหญ่ ตกลงมาอยู่ที่ 3-5 บาททันที จึงอยากเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากช่วยเหลือเรื่องราคาแล้ว ช่วยป้องกันการทะลักเข้ามาของหอมจีนด้วย
“เมื่อต้นปีราคาหอมดีมาก หลังหอมจีนทะลักเข้ามา ทำให้ราคาตกลงมาเหลือแค่ 5 บาท เกษตรกรอยู่ไม่ได้ เพราะต้นทุนอยู่ที่ 10 บาทแล้ว ทางสหกรณ์จังหวัดจะมาช่วยเชื่อมเครือข่ายสหกรณ์จากทั่วประเทศ เข้ามารับซื้อในราคานำตลาดก็จะช่วยได้มาก ผลผลิตของแม่วางคาดว่าจะเก็บเกี่ยวหมดราวต้นเดือนเม.ย.” นางวิโรสนา กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดึงสหกรณ์ทั่วประเทศ ช่วยระบายหอมหัวใหญ่ หวังพยุงราคาหลังตกหนัก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th