แจ้งความจับหน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ตัดไม้-ทำถนนรุกป่า เฮ้ง ลั่นดำเนินการถึงที่สุด
แจ้งความจับหน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ตัดไม้-ทำถนนรุกป่า เฮ้ง ลั่นดำเนินการถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการด่วนภายหลังปรากฏกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการลักลอบทำถนนและตัดไม้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เหตุเกิดที่บริเวณถนนตัดใหม่ บนสันเขาป่าแม่ยวมฝั่งขวา ท้องที่บ้านห้วยกองเป๊าะ หมู่ 3
ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน และที่หมู่ 3 ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ต่อเนื่องกัน โดยเฉพาะบริเวณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา จ.แม่ฮ่องสอน
รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดทส. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พร้อมกำชับให้สรุปผลภายใน 3 วัน เพื่อสร้างความกระจ่าง โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
นายสุชาติ ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐรู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง จะตั้งกรรมการสอบสวนโดยไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น พร้อมลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง และดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะทรัพยากรป่าไม้เป็นสมบัติของชาติ จะไม่ยอมให้ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนใดเข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โดยขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อร่วมกันปกป้องผืนป่าของประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้นายณัฐ โก่งเกษร ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบในวันนี้ (18ก.พ.) โดยจะตรวจสอบในทุกมิติ ทั้งข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ประเด็นการลักลอบทำถนน การตัดไม้ การใช้พื้นที่ป่า รวมถึงความเกี่ยวข้องของบุคคลหรือกลุ่มใด ๆ อย่างรอบด้าน
โดยก่อนหน้านี้ นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ให้สัมภาษณ์มติชนออนไลน์ว่า ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเป็น ผอ.สบอ.16 สาขาแม่สะเรียงเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 โดยเมื่อทราบเรื่องนี้ ได้สั่งให้มีการสอบสวน และยุติการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 แล้ว
“โดยหลังจากรวบรวบหลักฐาน เราพบว่า นายกฤษฎา อุตมา เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม่ยวมฝั่งขวา มีการไปประชุมร่วมกับชาวบ้าน เรื่องการทำถนนผ่านพื้นที่ป่า โดยไม่ได้แจ้งเรื่องทางสบอ.16 จึงได้สั่งย้ายให้ไปประจำอยู่สำนักป้องกันไฟป่า ตั้งแต่ตอนนั้น ส่วนในพื้นที่ก็มีการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม โดยในวันนี้จะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายกฤษฎาใน 4 ข้อหา
นายชัยชาญ กล่าวว่า ตาม ปจว.ข้อ 1 เวลา 14.20 น. ลง 3 ธํนวาคม 2568 ได้มีนายกฤษฎา อุตมา เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา กับพวกได้ร่วมกันตรวจยึดไม้กระยาเลยของกลาง ไม้เต็ง-รัง เป็นไม้หวงห้ามลำดับที่ 74 , ไม้ก่อ เป็นไม้หวงห้ามลำดับที่ 11 , ไม้พลวง เป็นไม้หวงห้ามลำดับที่ 99 , ไม้ตะแบกกราย เป็นไม้หวงห้ามลำดับที่ 67 , ไม้มะกอกเกลื้อน เป็นไม้หวงห้ามลำดับที่ 109 , ไม้รัก เป็นไม้หวงห้ามลำดับที่ 123 , ไม้ส้าน เป็นไม้หวงห้ามลำดับที่ 142 , ไม้แดงเป็นไม้หวงห้ามลำดับที่ 57 , ไม้ประดู่ เป็นไม้หวงด้ามลำดับที่ 86 , ไม้สัก เป็นไม้หวงห้ามลำดับที่ 158 รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงิน จำนวน 2,847, 151.00 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจยึดยืนยันว่าไม่ทราบตัวผู้กระทำความผิด
นายชัยชาญ กล่าวว่า ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายเอกชัย บัญญัติโลก เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงานหัวหน้าสายตรวจฯสำนัก16สาขาแม่สะเรียง ได้มาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมว่าขอให้ พงส.ดำเนินคดีอาญากับนายกฤษฎา เพื่อให้ได้รับโทษในทางอาญาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด โดยมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดคือ ภายหลังจากที่ได้ตรวจยึดไม้ของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน
“เรามีหลักฐานว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ทางนายเอกชัย กับพวกได้ออกสืบสวน และได้ความจากผู้ใหญ่บ้านห้วยกองเป๊าะว่าเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 19.30 น. นายกฤษฎา ได้ร่วมประชุมกับประชาชนหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ โดย นายกฤษฎาฯ ได้แจ้งในที่ประชุมว่า “ได้รับอนุญาต และสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง มีการจัดสรรงบประมาณให้จัดทำถนนเชื่อมต่อบ้านขุนแม่สองกับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ในที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ดำเนินการจัดสร้างถนนดังกล่าวขึ้น แต่นายเอกชัยฯ กับพวกได้ตรวจสอบแล้วไม่ปรากฏว่ามีการอนุญาตให้ก่อสร้างถนน และไม่มีการจัดสรรงบประมาณตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด นายเอกชัยฯ จึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ พนักงานสอบสวนจึงดำเนินคดีอาญากับนายกฤษฎาฯ เพื่อให้ได้รับโทษในความผิดฐาน “ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต , ก่นสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำไม้ และมีไม้หวงห้าม (ไม้สน) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ หรือทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติไปจากเดิมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า , เก็บหา นำออกไป หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น” จนกว่าคดีจะถึงที่สุด”นายชัยชาญ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แจ้งความจับหน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ตัดไม้-ทำถนนรุกป่า เฮ้ง ลั่นดำเนินการถึงที่สุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th