ปักหมุด 5 พิกัดเที่ยว “คามาคุระ” ตามรอยซีรีส์ Can This Love Be Translated?
ถ้าความรักคือภาษาหนึ่งที่ต้องใช้ความเข้าใจมากกว่าคำแปล ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ฟอร์มยักษ์จาก Netflix อย่าง “Can This Love Be Translated?” ก็เหมือนหยิบคอนเซปต์นี้มาขยายให้กลายเป็นเรื่องราวที่ทั้งหวาน ทั้งละมุน และชวนหัวใจเต้นแบบพอดี เมื่อล่ามอัจฉริยะอย่าง “โจฮูจิน” รับบทโดย “คิม ซอนโฮ” ที่แปลได้หลายภาษาต้องมาเจอกับซูเปอร์สตาร์สาวชื่อดังอย่าง “ชามูฮี” รับบทโดย “โก ยุนจอง” ที่มีภาษาหัวใจเฉพาะตัว ความสนุกจึงไม่ได้เกิดขึ้นแค่จากคำพูดที่แปลผิดแปลถูก แต่เกิดจากช่วงเวลาที่ทั้งสองคนเรียนรู้กันผ่านสายตา บรรยากาศ และรายละเอียดเล็กๆ ที่แปลตรงๆ ไม่ได้
และหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ยิ่งน่าติดตาม คือการเลือกโลเคชั่นที่พาอารมณ์ของเรื่องราวให้สวยขึ้นไปอีกขั้น เพราะฉากหนึ่งของเรื่องได้มีบรรยากาศของเมือง “คามาคุระ” ในคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น ที่อยากให้ทุกคนได้ไปตามรอย 5 พิกัดเที่ยวทั้งที่ซีรีส์ไปถ่ายจริงจะได้ทั้งความสุขและความอบอุ่นกลับไปอย่างแน่นอน
The Sunrise Shack
เริ่มต้นที่คาเฟ่ “The Sunrise Shack” สไตล์ฮาวายสุดน่ารัก แม้จะไม่ได้เดินทางไปถ่ายทำที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่ควรไปเยือน คาเฟ่ตั้งอยู่ริมชายหาดในเมืองคามาคุระ ประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยอาคารสีขาวสลับสีรุ้งสดใสและโลโก้พระอาทิตย์สีเหลือง เป็นร้านยอดนิยมสำหรับสายถ่ายรูป มีไฮไลท์คือชั้น 2 ที่เป็นมุมบาร์ไม้ริมหน้าต่าง มองเห็นวิวทะเลและเกาะเอโนชิมะได้เต็มที่เหมาะสำหรับพักผ่อนชิลๆ และอยากทิ้งเรื่องราวหนักๆ ไว้
Gokurakuji Station
Gokurakuji Station หรือสถานีรถไฟโกคุราคุจิเป็นฉากที่โจฮูจินและชามูฮีได้บังเอิญเจอกันครั้งแรก และได้ขึ้นรถไฟขบวนเดียวกัน ซึ่งมอบความรู้สึกอบอุ่นและวินเทจสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้และคลาสสิก โดยเฉพาะรถไฟสาย Enoden สีเขียว-เหลืองสุดคลาสสิกที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของคามาคุระก็ต้องไม่พลาดมาเช็คอินถ่ายรูปกันที่นี่
Tenzen Lab.
หลายคนคงจะเห็นโลเคชั่นร้าน “Tenzen Lab.” เป็นร้านราเมนที่ฮูจินมูฮีไปนั่งกิน แต่จริงๆ แล้วคือร้านขนมหวานและร้านคาเฟ่ในซอยถนนคนเดินเอโนะชิมะบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ใครมาตามก็จะได้รูปหรือมุมดีๆ เหมือนกับพระเอกและนางเอกที่เดินทางมาที่ร้านนี้เช่นกัน
Kotokuin Temple
เอาใจสายบุญนอกเหนือจากฉากในซีรีส์คือ “Kotokuin Temple” ตั้งอยู่ในเมืองคามาคุระ จังหวัดคานางาวะ เป็นที่ประดิษฐานของพระใหญ่ไดบุตสึ (Kamakura Daibutsu) พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่กลางแจ้งที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นในปี 1252 ซึ่งเป็นสมบัติชาติญี่ปุ่นที่รอดพ้นจากภัยธรรมชาติและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง ถ้ามีโอกาสได้เดินทางควรไปไหว้เพื่อความสิริมงคลและสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าสักครั้ง
Goryo Shrine
ปิดท้ายด้วย “Goryo Shrine” หรือศาลเจ้าโกเรียว ซึ่งเป็นฉากที่ชามูฮีวิ่งเอาโทรศัพท์มาคืนโจฮูจิน เนื่องจากครอบครัวชาวอิตาเลียนที่ลูกชายเกิดแพ้อาหารอย่างหนัก ได้โทรมาขอบคุณพระเอกที่ช่วยเจรจาเรื่องส่งถึงโรงพยาบาลให้ ศาลเจ้าโกเรียวโดดเด่นด้วยบรรยากาศเงียบสงบและกลิ่นอายวินเทจแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม จุดไฮไลท์คือทำเลที่อยู่ใกล้รางรถไฟสาย Enoden ทำให้สามารถเห็นรถไฟสีเขียว-เหลืองสุดคลาสสิกวิ่งผ่านเป็นฉากหลังได้แบบสวยละมุน เหมาะทั้งสำหรับสายถ่ายรูปและคนที่อยากมาเดินเล่นเหมือนในอะนิเมะและฉากในซีรีส์เรื่องนี้
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.