สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด คาดไทยมีรัฐบาลใหม่ มิ.ย. 69 ลุ้นการเมืองนิ่งดันเศรษฐกิจฟื้น
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด คาดเห็นรัฐบาลใหม่ มิ.ย. 69 ลุ้นการเมืองราบรื่นดันเศรษฐกิจฟื้น มองกนง.นัดแรกปี 69 หั่นดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1 %
26 ม.ค.2569 ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐกิจอาวุโส ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง โดยคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่น (Smooth Transition) แม้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลอาจใช้เวลาตามกรอบกฎหมาย
ดร.ทิม มองว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จนถึงขั้นแถลงนโยบายจะใช้เวลาประมาณ 119 วัน ซึ่งอ้างอิงไปกับสถิติในปี 2566 ทำให้คาดว่าจะมีรัฐบาลใหม่พร้อมทำงานในช่วงปลายเดือนมิถุนายนโดยได้ประเมินฉากทัศน์ทางการเมืองซึ่งเป็นข้อมูลที่รับรู้เป็นการทั่วไปอยู่แล้ว คือ
- พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ มองว่าจะทำให้เกิดความต่อเนื่องของนโยบาย (Status Quo)
- พรรคประชาชนขึ้นมาเป็นแกนนำ ซึ่งเป็นกระแสที่ต้องติดตามในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง และต้องติดตามแนวนโยบายในระยะข้างหน้า
- Grand Compromise หรือ การจับมือกันของพรรคใหญ่เพื่อให้เกิดการประนีประนอมทางการเมือง
“หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า งบประมาณปี 2570 อาจไม่ทันใช้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ และอาจต้องรอไปจนถึงมกราคมปีหน้า โดยนักลงทุนมองความเสี่ยงทางการเมืองของไทยอยู่ในระดับต่ำ และไม่คาดว่าจะเห็นความรุนแรงหรือการประท้วงเหมือนในอดีต เนื่องจากความขัดแย้งปัจจุบันเน้นไปที่ความต่างทางแนวคิดมากกว่า”
ดร.ทิม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมี โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญ คือวินัยทางการคลัง ที่ระดับหนี้สาธารณะ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นใกล้เพดาน 70% ของจีดีพี เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันไทยติดกลุ่ม Negative Outlook จาก Fitch และ Moody's การรักษาอันดับความน่าเชื่อถือให้อยู่ในระดับที่ลงทุนได้ หรือ Investment Grade จึงเป็นเรื่องสำคัญ
อย่างไรก็ดี ดร.ทิม ยังเผยถึงแนวโน้มค่าเงินบาท ด้วยว่า มองว่าเงินบาทที่แข็งค่าในปัจจุบันจะเป็นการแข็งค่าในระยะสั้น โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นช่วงเลือกตั้ง รวมถึงราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับใกล้ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนที่คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาไทย และ ต้องจับตามาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะเข้ามาดูแลการเทรดทองคำ ที่คาดว่าจะเริ่มในกลางปี 2569 นี้
แม้ปัจจุบันบาทจะแข็งค่ามาอยู่ที่ระดับ 30.5 - 30.6 บาทต่อดอลลาร์ แต่สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดฯยังคงเป้าหมายว่าบาทจะอ่อนค่าลงไปที่ 33.0 ในช่วงกลางปี และ 33.5 ในช่วงปลายปี เพื่อสะท้อนปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ ส่วนต่างดอกเบี้ยหากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่ลดดอกเบี้ยตามคาด รวมถึงแนวโน้มคนไทยนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ (Offshore Investment) มากขึ้น
“สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคงคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ไว้ที่ 2.0% โดยมองว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกจะเติบโตเพียง 0.7% เนื่องจากรอความชัดเจนทางการเมือง ก่อนจะเร่งตัวขึ้นเป็น 3.4% ในครึ่งปีหลัง ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่ากนง.จะลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในที่ประชุมวันที่ 25 ก.พ. 2569 เหลือ 1% และมีความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะลดต่ำกว่า 1%”