โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด คาดไทยมีรัฐบาลใหม่ มิ.ย. 69 ลุ้นการเมืองนิ่งดันเศรษฐกิจฟื้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 16.21 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 09.21 น.

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด คาดเห็นรัฐบาลใหม่ มิ.ย. 69 ลุ้นการเมืองราบรื่นดันเศรษฐกิจฟื้น มองกนง.นัดแรกปี 69 หั่นดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1 %

26 ม.ค.2569 ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐกิจอาวุโส ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง โดยคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่น (Smooth Transition) แม้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลอาจใช้เวลาตามกรอบกฎหมาย

ดร.ทิม มองว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จนถึงขั้นแถลงนโยบายจะใช้เวลาประมาณ 119 วัน ซึ่งอ้างอิงไปกับสถิติในปี 2566 ทำให้คาดว่าจะมีรัฐบาลใหม่พร้อมทำงานในช่วงปลายเดือนมิถุนายนโดยได้ประเมินฉากทัศน์ทางการเมืองซึ่งเป็นข้อมูลที่รับรู้เป็นการทั่วไปอยู่แล้ว คือ

  • พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ มองว่าจะทำให้เกิดความต่อเนื่องของนโยบาย (Status Quo)
  • พรรคประชาชนขึ้นมาเป็นแกนนำ ซึ่งเป็นกระแสที่ต้องติดตามในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง และต้องติดตามแนวนโยบายในระยะข้างหน้า
  • Grand Compromise หรือ การจับมือกันของพรรคใหญ่เพื่อให้เกิดการประนีประนอมทางการเมือง

“หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า งบประมาณปี 2570 อาจไม่ทันใช้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ และอาจต้องรอไปจนถึงมกราคมปีหน้า โดยนักลงทุนมองความเสี่ยงทางการเมืองของไทยอยู่ในระดับต่ำ และไม่คาดว่าจะเห็นความรุนแรงหรือการประท้วงเหมือนในอดีต เนื่องจากความขัดแย้งปัจจุบันเน้นไปที่ความต่างทางแนวคิดมากกว่า”

ดร.ทิม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมี โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญ คือวินัยทางการคลัง ที่ระดับหนี้สาธารณะ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นใกล้เพดาน 70% ของจีดีพี เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันไทยติดกลุ่ม Negative Outlook จาก Fitch และ Moody's การรักษาอันดับความน่าเชื่อถือให้อยู่ในระดับที่ลงทุนได้ หรือ Investment Grade จึงเป็นเรื่องสำคัญ

อย่างไรก็ดี ดร.ทิม ยังเผยถึงแนวโน้มค่าเงินบาท ด้วยว่า มองว่าเงินบาทที่แข็งค่าในปัจจุบันจะเป็นการแข็งค่าในระยะสั้น โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นช่วงเลือกตั้ง รวมถึงราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับใกล้ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนที่คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาไทย และ ต้องจับตามาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะเข้ามาดูแลการเทรดทองคำ ที่คาดว่าจะเริ่มในกลางปี 2569 นี้

แม้ปัจจุบันบาทจะแข็งค่ามาอยู่ที่ระดับ 30.5 - 30.6 บาทต่อดอลลาร์ แต่สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดฯยังคงเป้าหมายว่าบาทจะอ่อนค่าลงไปที่ 33.0 ในช่วงกลางปี และ 33.5 ในช่วงปลายปี เพื่อสะท้อนปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ ส่วนต่างดอกเบี้ยหากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่ลดดอกเบี้ยตามคาด รวมถึงแนวโน้มคนไทยนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ (Offshore Investment) มากขึ้น

“สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคงคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ไว้ที่ 2.0% โดยมองว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกจะเติบโตเพียง 0.7% เนื่องจากรอความชัดเจนทางการเมือง ก่อนจะเร่งตัวขึ้นเป็น 3.4% ในครึ่งปีหลัง ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่ากนง.จะลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในที่ประชุมวันที่ 25 ก.พ. 2569 เหลือ 1% และมีความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะลดต่ำกว่า 1%”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...