โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘เท้ง’ พร้อมทำงานในสภาฯ ผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 18.13 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 07.03 น. • The Bangkok Insight

"เท้ง" พร้อมทำงานในสภาฯ ผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง เผยยังไม่คุย "ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม" ร่วมฝ่ายค้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 มี.ค.) ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคเข้ารายงานตัว เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง โดยมีการเปิดเผยว่า พรรคมีความพร้อมในการผลักดันชุดกฎหมายสำคัญทันที เมื่อสภาเปิดอย่างเต็มรูปแบบ อาทิ กฎหมายด้านเศรษฐกิจ การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน การปฏิรูประบบงบประมาณ สิ่งแวดล้อม สิทธิเสรีภาพ และการลดค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นวาระหลัก ที่พรรคเตรียมยื่นเข้าสู่การพิจารณา

เท้ง

สำหรับการทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรมในฐานะฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ ได้ระบุว่า เป็นกระบวนการปกติของสภา แม้จุดยืนหรือหลักการในอดีตอาจไม่ตรงกัน แต่ก็สามารถทำงานร่วมกันผ่านกลไกวิปฝ่ายค้านได้ โดยในระดับแกนนำยังไม่มีการหารือกันอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอกระบวนการเลือกประธานสภา รองประธานสภา และนายกรัฐมนตรีให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านและจัดตั้งวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ ซึ่งพรรคประชาชน ในฐานะพรรคอันดับหนึ่งของฝ่ายค้าน พร้อมรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเพื่อทำหน้าที่อย่างเต็มที่

ส่วนประเด็นความกังวลในคดี 44 สส. นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ไม่มีความกังวลแต่ไม่ประมาท โดยเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของการทำหน้าที่ สส. ในการยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ทั้งนี้ทางพรรคได้มีการหารือภายในเพื่อเตรียมแผนรองรับในฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด หากมี สส. 10 คนถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การทำงานในสภาไม่สะดุดลง

ส่วนกระแสข่าวการวางตัวนายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น ยืนยันว่าไม่ได้ยึดติดที่ตัวบุคคล และต้องผ่านกระบวนการตัดสินใจของสมาชิกพรรคในการประชุมใหญ่ช่วงเดือนเมษายนนี้

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชนยังได้กล่าวถึงการยื่นตรวจสอบความผิดปกติของการเลือกตั้งเขต 2 จ.สุพรรณบุรี ว่าทีมกฎหมายได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ครบถ้วนแล้ว และมองว่า กกต. ควรชี้แจงกระบวนการรับรองผลที่สังคมยังตั้งคำถาม เพราะหากปล่อยให้รัฐบาลเดินหน้าไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งมีปัญหาในภายหลัง จะเกิดผลเสียต่อประเทศอย่างมาก พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานจริยธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่เอาพรรคกล้าธรรม โดยมองว่าเป็นเรื่องทางการเมืองมากกว่า

ทางด้าน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรอบเวลาที่ ป.ป.ช. ต้องยื่นคำร้องคดี 44 สส. ต่อศาลฎีกา โดยระบุว่าตามกฎหมายการนับระยะเวลา 30 วัน จะตรงกับวันที่ 11 มีนาคม ไม่ใช่วันที่ 9 มีนาคม เนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์มีเพียง 28 วัน อีกทั้งตามกฎหมาย ป.ป.ช. ยังสามารถขยายระยะเวลาการยื่นคำร้องออกไปได้หากมีเหตุผลรองรับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...