โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กกต. ยังไม่พบซื้อเสียงช่วงนี้ รอดูช่วงโค้งสุดท้าย โวมีมาตรการป้องปราม

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 22 ม.ค. เวลา 09.56 น.

กกต. ยังไม่พบซื้อเสียงช่วงนี้ รอดูช่วงโค้งสุดท้าย โวมีมาตรการป้องปราม ปัดหนักใจเหตุถูกฟ้องจัดหน่วย-แสดงตน เผยเลือกตั้งนอกราชคนได้บัตรไม่ครบ ต้องดูลงทะเบียนออกเสียงกี่ประเภท - ยังไม่ฟันธงนโยบาย "เต้ มงคลกิตติ์" ขัดกฎหมายหรือไม่ ชี้ต้องตรวจสอบว่าพรรคการเมืองเสนอหรือเป็นความเห็นส่วนบุคคล ย้ำพิจารณากฎหมายควบคู่บริบทสังคมไทย

วันที่ 22 ม.ค. 69 ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิ์ขายเสียงว่าสำนักงานมีมาตรการ ตอนนี้เป็นกระแสมีคนพูดเยอะ โดยข้อเท็จจริงตามข้อมูลของเราหรือจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ช่วงนี้จะยังไม่มีการกระทำ จะไปเข้มข้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ส่วนจำนวนเงินที่พูดกันน่าจะเป็นเรื่องของการถามความเห็นมากกว่า และอาจจะตกใจว่าทำไมจำนวนเงินซื้อเสียงมากขนาดนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่มี อาจจะมีกระแสหรือเป็นการเตรียมการ แต่ก็จะอยู่ในสายตาของ กกต. ซึ่งการซื้อเสียงเป็นเรื่องของคนสองคน คือคนให้กับคนรับมาเจอกัน การหาพยานหลักฐานถึงเราจะรู้ว่าจุดไหนมี ที่เราทำได้คือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น หลักตอนนี้คืออธิบายว่ามีเงินก็ซื้อไม่ได้ หรือกดดันไม่ให้เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตั้ง มีข่าวซื้อเสียงแต่ในข้อเท็จจริงคือซื้อไม่ได้ ซึ่งเราอยู่ในระยะของการป้องกัน ป้องปราม มาตรการของ กกต.เป็นแบบนี้
"ช่วงนี้ยังไม่ใช่เรื่องของการซื้อเสียง เป็นเรื่องของการร้องเรื่องป้าย หรือการใช้ถ้อยคำก้าวร้าว รุนแรง ใส่ร้ายกัน" นายแสวง กล่าว

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามีการระบุว่าประชาชนเห็นแต่ กกต.ไม่เห็นครั้งนี้จะลบภาพจำแบบนี้ได้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ตนไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่มี แต่อย่างที่บอกเรามีมาตรการ ช่วงนี้มันเป็นกระแส แต่เรามีมาตรการเรื่องของการป้องกันได้ แต่คนก็ยังคงพูดว่ามีการซื้อเสียงเหมือนเดิม เพราะคนที่ไม่ชนะก็จะมีมุมพูดเหมือนเดิม แต่คนชนะก็มีมุมพูดอีกแบบหนึ่ง แต่ตนพูดได้อย่างเดียวว่าพฤติกรรมไม่ต่างกัน

เมื่อถามว่าขณะนี้มีการฟ้องต่อศาลปกครองในเรื่องของการจัดหน่วยออกเสียง และการแสดงตน 2 ครั้ง นายแสวงกล่าวว่าไม่เป็นไร ก็เป็นสิทธิ์ของประชาชน เราก็ถูกฟ้องทุกครั้งประชาชนก็ใช้จิตไป เราก็แก้ต่างไปอย่างนี้แหละ

เมื่อถามว่ากรณีพบผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้รับบัตรเลือกตั้งไม่ครบ นายแสวงกล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในเวลาจะบอกว่าได้รับไม่ครบก็คงไม่ได้ เพราะเขามีเวลาและแต่ละประเทศก็ส่งไม่เหมือนกัน และต้องดูว่าผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิได้ลงทะเบียนทั้ง 2 ประเภทหรือไม่ ซึ่งก็จะต้องตรวจสอบว่าได้ลงทะเบียนตามสิทธิหรือไม่ เช่นลงทะเบียนเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวก็ได้บัตรเดียว ไม่ใช่จะได้ 2 บัตร ดังนั้นต้องมีการตรวจสอบ เหมือนเรื่องรหัสเขต อย่างการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเราใช้รหัสตัวเลข 5 หลัก ก็ว่าไปพร้อมกับรหัสไปรษณีย์ ทำให้เกิดความสับสน ครั้งนี้เราใช้ 4 หลัก คนก็บอกว่าทำไมไม่ใช้ 5 หลัก ดังนั้นคนจะวิจารณ์ก็วิจารณ์ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะอยู่บนข้อเท็จจริงแค่ไหน

แจงไม่ใช่ไม่รับข้อมูลดีเอสไอ แต่การส่งต้องเป็นไปตามระเบียบ หลังสว.สำรอง ร้องกกต.ไม่รับสำนวนจากดีเอสไอ

ความคืบหน้ากรณีการพิจารณาคำร้องคดีฮั้วสว. ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย ให้นายภูมิธรรม เวชชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยกคำร้องกรณี ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้วสว. ว่า ขณะนี้อยู่ในชั้นของอนุวินิจฉัย ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งตนไม่ได้ไปดูว่าคณะดังกล่าวขอขยายระยะเวลามาแล้ว 1 ครั้ง

ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญสั่งเช่นนี้ คดีอื่นๆจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า เรื่องนี้กกต.จะดูเฉพาะคดีตนเองที่รับผิดชอบ ส่วนศาลวินิจฉัยแล้วจะทำให้กกต.ทบทวนการรับพยานหลักฐานเพิ่มเติมย่างไรนั้น ตนมองว่าความจริงแล้ว กกต.ได้ทำตามอำนาจหน้าที่ไม่ได้มีประเด็นอะไร

เมื่อถามย้ำว่าหมายความว่ากกต.ไม่รับหลักฐานดีเอสไอจะสามารถทำให้กกต.วินิจฉัยสิ่งที่มีอยู่ได้หรือดำเนินการเอาผิดได้ใช่หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า คนอาจจะเอาไปพูดโดยคำว่าไม่รับเหมือนกับปฎิเสธไปเลยอาจจะไม่ใช่อย่างนั้น ทั้งนี้ตนไม่ขออธิบายมติเพราะถือเป็นเรื่องของคณะกรรมการกกต.

เมื่อถามว่าแสดงว่าข้อมูลหลักฐานกกต.มีเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยใช่หรือไม่ ถึงไม่รับข้อมูลจากกรมสอบสวนดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายแสวงกล่าวว่า ทุกอย่างพิจารณาตามระเบียบ การจะนำสำนวนมาใช้จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนระเบียบกกต. ซึ่งไม่ได้บอกว่ารับหรือไม่รับ ต้องดูตามขั้นตอนและตามระเบียบก่อน ประเด็นจริงๆคือไม่ใช่ว่าจะรับหรือไม่รับ แต่ยังไม่ถึงเวลาและต้องเป็นไปตามระเบียบซึ่งเป็นเรื่องของคณะกรรมการที่จะรับข้อมูลจากใคร

ส่วนกกต.จะชี้แจงอย่างไร เมื่อสว.สำรองสื่อสารไปว่า กกต.ไม่ยอมรับสำนวนจากดีเอสไอ นายแสวงกล่าวว่าได้ชี้แจงไปแล้ว ว่าเป็นไปตามระเบียบ ถ้าดูตามหนังสือที่ส่งมาให้ใช้อำนาจตามมาตรา 24 พร้อมกับคำแนะนำซึ่งอยู่ที่เรารับได้หรือไม่ขณะนี้เท่านั้น

ยังไม่ฟันธงนโยบาย "เต้ มงคลกิตติ์" ขัดกฎหมายหรือไม่ ชี้ต้องตรวจสอบว่าพรรคการเมืองเสนอหรือเป็นความเห็นส่วนบุคคล ย้ำพิจารณากฎหมายควบคู่บริบทสังคมไทย

กรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครสส. พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นเรื่องขอให้ กกต. ตรวจสอบนโยบายหาเสียงของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ที่เสนอว่าผู้หญิงสามารถมีสามีได้ 4 คน โดยอ้างอิงคล้ายกฎหมายอิสลาม ว่า ตนมองว่าประชาชนมีความฉลาดเลือก ซึ่ง กกต. ได้พิจารณาในเรื่องนี้และได้ตั้งข้อสังเกตไว้บ้างแล้ว แต่ก็เป็นสิทธิของนายเรืองไกร ที่จะร้องเรียนได้ และ กกต. ก็รับทุกเรื่อง ส่วนจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่นั้น จะต้องมาพิจารณา

สำหรับนโยบายจะขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน นายแสวง กล่าวว่า ยังไม่สามารถวินิจฉัยหรือตัดสินใจได้ในขณะนี้ เพราะต้องดูความเป็นไปได้ตามกฎหมายควบคู่กับลักษณะของสังคมไทยด้วย ซึ่งสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเห็นว่านโยบายดังกล่าวที่จูงใจให้ลงคะแนนเสียงหรือไม่ หากเป็นนโยบายที่ผิดกฎหมาย ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

"เราต้องไปดูในรายละเอียด เพราะผู้เสนอนโยบายกับพรรคการเมืองอาจเป็นคนละคนกัน จึงต้องตรวจสอบว่าพรรคการเมืองนั้นเสนอนโยบายอย่างไร

ส่วนประเด็นที่นายมงคลกิตติ์ ออกมาพูดเช่นนี้ จะเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ต้องดูว่าพรรคเสนอนโยบายหรือไม่ ทั้งนี้นโยบายที่เป็นไปไม่ได้ หรือหลอกลวงหรือไม่จะต้องดูองค์ประกอบอื่นๆด้วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...