โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับพ่อค้าแม่ค้ารายเล็ก ไทยเครดิต กำไรนิวไฮแตะ 4,000 ล้านบาท

TODAY

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 09.25 น. • TODAY

ปัจจุบันผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากในระบบเศรษฐกิจไทย ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารขนาดใหญ่ ทำให้ธนาคารที่หันมาโฟกัสลูกค้ากลุ่มนี้ มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ

สำหรับ ธนาคารไทยเครดิตซึ่งเน้นปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่ม Micro SME และลูกค้ารายย่อย ล่าสุดผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 4,016 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ของธนาคาร

‘รอยย์ ออกุสตินัส กุนารา’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิตเปิดเผยว่า ผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่องสะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ โดยเฉพาะใน ไตรมาส 4/2568 ที่ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% จากไตรมาสก่อนหน้

ขณะเดียวกัน พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 181,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% สูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมธนาคารไทยที่เฉลี่ยเพียง 1.3% จากการขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Micro SME และลูกค้ารายย่อย ซึ่งยังมีความต้องการเงินทุนสูง

[ พอร์ต Micro SME ยังเป็นแกนหลักดันการเติบโต ]

เมื่อแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ สินเชื่อส่วนใหญ่ยังมาจากกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย โดยแบ่งเป็น

  • สินเชื่อธุรกิจ Micro SME 123,500 ล้านบาท (+13.1%)
  • สินเชื่อใช้บ้านเป็นหลักประกัน 27,900 ล้านบาท (+10.6%)
  • สินเชื่อบุคคล 9,400 ล้านบาท (+41.6%)

ขณะที่ สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต อยู่ที่ 21,100 ล้านบาท ลดลง 4.8% จากนโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังมากขึ้น

โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อของธนาคารกว่า 80% เป็นกลุ่ม Micro SME ซึ่งแม้ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูง แต่ด้วยโมเดลการเข้าถึงลูกค้าและมาตรการช่วยเหลือผ่านโครงการภาครัฐ เช่น “คุณสู้เราช่วย” ทำให้ธนาคารสามารถบริหารคุณภาพสินเชื่อได้ดีกว่าเป้าหมาย

[ คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น NPL ลด–ต้นทุนความเสี่ยงลดลง ]

ในปี 2568 ธนาคารยังสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย

  • NPL Ratio ลดลงเหลือ 4.2% จาก 4.4% ในปีก่อน
  • Credit Cost ลดลงเหลือ 1.83% จาก 2.65

การบริหารหนี้เน้น ปรับโครงสร้างหนี้และเคลม บสย. มากกว่าการขายหนี้ โดยมีการขายหนี้จริงเพียง 50 ล้านบาท

ส่งผลให้ การตั้งสำรอง (ECL) ลดลง 22.3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ ROE อยู่ที่ 16.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมธนาคารไทยที่ 9.7

แม้ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 7.7% จาก 8.6% ตามทิศทางการลดดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการช่วยเหลือลูกค้า แต่ยังถือว่าสูงที่สุดในกลุ่ม เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 3.7%

[ ตั้งเป้าปี 2569 สินเชื่อโตสองหลัก ]

สำหรับปี 2569 ธนาคารตั้งเป้า พอร์ตสินเชื่อเติบโตระดับ Double Digit ไม่ต่ำกว่า 11% โดยมองว่าตลาดลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Underserved Market) ยังมีโอกาสอีกกว่า 30%

เป้าหมายทางการเงินสำคัญของปี 2569 ได้แก่

  • NIM 7.5 – 8.0%
  • Cost to Income Ratio 42 – 44% และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
  • NPL Ratio ควบคุมไม่เกิน 4.5%
  • NPL Coverage Ratio 158%
  • ROE 16 – 20%

[ เดินหน้า Full Digital Banking ]

ธนาคารยังเร่งลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการดำเนินงานสู่ Full Digital Banking Platform โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญประกอบด้วย 3 โครงการหลัก ได้แก่

MicroPay Platform : อัปเกรดระบบในไตรมาส 4/2568 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและฟีเจอร์สำหรับพ่อค้าแม่ค้า

Alpha SMT: เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่บนโมบายแอปในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ให้ลูกค้าเบิกถอนวงเงินผ่านดิจิทัลได้ 100%

New Core Banking: โครงการปรับระบบธนาคารหลัก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความรวดเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

“การนำดิจิทัลมาใช้ ไม่ได้มีเป้าหมายแค่เพิ่มความสะดวก แต่ต้องช่วยเพิ่ม Productivity และลดต้นทุน เมื่อธนาคารลดต้นทุนได้ ก็สามารถส่งต่อประโยชน์กลับไปยังลูกค้ารายย่อย เพื่อลดภาระทางการเงินได้มากขึ้น” นายรอยย์ กล่าว

[ จับตาพลังงาน–เศรษฐกิจโลก ]

สำหรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ธนาคารมองว่า ลูกค้าหลักซึ่งเป็น ผู้ประกอบการรายย่อย ได้รับผลกระทบทางตรงจากต่างประเทศค่อนข้างจำกัด

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังติดตาม ราคาพลังงานและราคาน้ำมัน อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นต้นทุนสำคัญที่อาจกระทบกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของ Micro SME

[ มองเศรษฐกิจไทยปี 69 โตต่ำ ]

ธนาคารประเมินว่า GDP ไทยปี 2569 อาจเติบโตต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่หากรัฐบาลชุดใหม่สามารถออกนโยบายเศรษฐกิจได้ชัดเจน ก็มีโอกาสผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตใกล้ 3%

ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น โครงการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย.

ขณะเดียวกัน ธนาคารมองว่า Virtual Bank แม้จะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใกล้เคียงกัน แต่ด้วยโมเดลธุรกิจและความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้ไม่น่ากระทบต่อการดำเนินงานของธนาคารในระยะสั้น

ส่วนโครงการ SME Credit Boost ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการนี้ประมาณ 500–700 ล้านบาท แต่ยังคงเน้นการปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางปกติและกลไก บสย. เป็นหลัก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสินเชื่อ SME ที่ 50,000 ล้านบาทต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...