ล่าข้ามโลก! ‘ปอศ.’ ชง ‘อินเตอร์โพล’ ออกหมายแดงจับ ‘แอ็คมี่ วรวัฒน์’ เอาผิดฉ้อโกง-แชร์ลูกโซ่
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (10 มี.ค.69) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับนายแอ็คมี่ วรวัฒน์ นาคแนวดี นักธุรกิจหมื่นล้าน หลังหลอกลงทุนเหรียญดิจิตอลและคริปโตเคอร์เรนซีว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายนำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพงส.61 ราย โดยแต่ละคนเสียหายรายละ 1-2 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 76 ล้านบาท แต่เชื่อว่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้และความเสียหายอาจเกินหลักร้อยล้าน ซึ่งเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงิน หรือแชร์ลูกโซ่ เพราะผู้ถูกกล่าวหาพฤติการณ์เชิญชวนให้ร่วมลงทุนได้ค่าตอบแทนมากกว่าที่กฎหมายกำหนดถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยัง เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯและฉ้อโกงประชาชนด้วย
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนายวรวัฒน์สร้างเหรียญดิจิตอล ACT ขึ้นมาเองนั้นมีความผิดหรือไม่ต้องประสานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต)และตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ แต่ถ้าซื้อขายระหว่างบุคคลก็ถือว่าเป็นความผิดด้วย อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่าก.ล.ต. มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีไว้อีก 2 คดีด้วยตั้งแต่เมื่อปี 2568 คดีแรกสอบสวนเสร็จสิ้นส่งสำนวนให้อัยการและมีการออกหมายจับนายวรวัฒน์แล้ว
ส่วนอีกคดีเป็นการชักชวนให้ลงทุนในเว็บไซต์หนึ่งมีผู้เสียหายประมาณ 40 คน มูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท พงส.ขอออกหมายจับแล้วเช่นเดียวกัน แต่ในทางสอบสวนยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลออกหมายจับเครือข่ายของนายวรวัฒน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ส่วนภรรยาผู้ต้องหารายนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงอย่างใด
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวด้วยว่า สำหรับนายวรวัฒน์เดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.2567 เบื้องต้นตำรวจได้ออกนำหมายจับในคดีเดิมเมื่อปี 2568 ประสานให้องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (interpol) ออกหมายแดงแล้ว ส่วนกรณีที่ทำให้ผู้เสียหายบางรายที่ยังหลงเชื่อ ถึงแม้นายวรวัฒน์จะเคยมีหมายจับมาก่อนแล้วนั้น พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุว่า เป็นเรื่องของภาพลักษณ์ ผู้เสียหายหลายรายรู้ว่านายวรวัฒน์เคยมีหมายจับ แต่ นายวรวัฒน์ อ้างว่าเป็นหมายจับปลอม และมีรูปถ่ายกับบุคคลสำคัญทำให้ประชาชนหลงเชื่อมาลงทุน และยืนยันว่ารูปแบบการหลอกลวงตั้งแต่ปี 67 จนถึงปัจจุบันเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่คล้ายกันอีกด้วย
ด้าน พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ระบุถึงเรื่อง digital Wallet ของนายวรวัฒน์ เบื้องต้นพบหลักฐานมีเงินWallet ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่การอายัดต้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ แต่เท่าที่พบเงิน digital Wallet ของผู้ต้องหาปัจจุบันเหลือเพียงหลักแสนบาท.