โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดี-แลนด์ ชี้สินเชื่อ-เศรษฐกิจ ยังกดดันตลาดอสังหาฯ เปิด "เอสเซนเทีย พระราม 2" บ้านหรูเจาะกลุ่มบน

Khaosod

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 18.25 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 02.35 น.

"ดี-แลนด์ กรุ๊ป" ประเมินตลาดที่อยู่อาศัยยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและเกณฑ์สินเชื่อ แม้ดีมานด์ยังมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อระดับบน ล่าสุดเปิดบ้านเดี่ยวพรีเมียม“เอสเซนเทีย พระราม 2” มูลค่า 2,000 ล้านบาท คาดปีนี้ปิดยอดขาย 40%

นายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2545 โดยพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยหลายประเภท ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีโครงสร้าง 3 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า โดยพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ ภายใต้โครงการพอร์โตชิโน่ ติดถนนพระราม 2 และ พอร์โต้โก 2 ทำเล พระราม 2 และ บางปะอิน จ.อยุธยา ส่วนธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งถือเป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มดำเนินการในช่วง 5–6 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีในส่วนของภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปัจจุบันยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยด้านสินเชื่อและภาวะเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ แต่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ ขณะที่ปัจจัยหลักที่กระทบตลาดคือเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

ส่วนภาวะสงครามสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แม้กระทบภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายตลาดบนอาจกระทบไม่มากนัก

ทำให้ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโครงการเอสเซนเทีย พระราม 2 (ESSENTIA RAMA 2) บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม ราคาเริ่มต้น 10-25 ล้านบาท บนทำเลพระราม 2 จำนวน 107 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งพัฒนาบนพื้นที่โครงการกว่า 43 ไร่ โดย 50% เป็นพื้นที่สีเขียวและส่วนกลาง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ซื้อบ้านเดี่ยวยุคนี้ ที่ต้องการโครงการคุณภาพ บนสภาพแวดล้อมที่เป็นส่วนตัวแวดล้อมด้วยธรรมชาติ และมีสุขภาวะที่ดี ส่วนฐานลูกค้าเป้าหมายมีทั้งเจ้าของธุรกิจและกลุ่มวิชาชีพ เช่น แพทย์ ซึ่งยังคงมีกำลังซื้อ

นอกจากนี้โครงการซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ซ.พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร ที่ถือเป็นทำเลศักยภาพด้านที่อยู่อาศัยอันดับต้น ๆ ของจังหวัด เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ที่กำลังก่อสร้างและใกล้แล้วเสร็จ รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยายที่เชื่อมต่อมาถึงบริเวณถนนกาญจนาภิเษก

ขณะเดียวกันยังมีความคืบหน้าของโครงการรถไฟสายสีแดงในเส้นทาง มหาชัย–วงเวียนใหญ่ ซึ่งล่าสุดมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไปแล้วหลายครั้ง และมีแนวโน้มจะย้ายสถานีปลายทางเข้ามาอยู่ในเขตเมืองของ จ.สมุทรสาคร

พร้อมแวดล้อมด้วยโรงพยาบาลใหญ่หลายแห่งอยู่ในรัศมีใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลบางปะกอก โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลมหาชัย โรงพยาบาลสมุทรสาคร และโรงพยาบาลเอกชัย รวมถึงโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างเพิ่มเติม อีกทั้งศูนย์การค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์ เช่น เซ็นทรัล มหาชัย ที่ช่วยเสริมศักยภาพการอยู่อาศัยในพื้นที่ให้มีความครบครันมากขึ้น

"กลุ่มลูกค้าหลักของโครงการ จะเป็นคนในพื้นที่ประมาณ 70% ขณะที่อีก 30% เป็นกลุ่มลูกค้าที่เดินทางมาจากพื้นที่ใกล้เคียง หรือผู้ที่ต้องการย้ายที่อยู่อาศัยจากทำเลอื่นเข้ามาในพื้นที่ ทั้งนี้หากเปรียบเทียบราคาบ้านระหว่างพื้นที่โซนรอบนอกกับพื้นที่ศูนย์กลางเมืองที่อยู่ห่างกันเพียง 10–12 กิโลเมตร จะพบว่าราคามีความแตกต่างกันพอสมควรตั้งแต่ 1–5 ล้านบาท ขณะที่ระยะเวลาในการเดินทางไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเลือกย้ายออกมาอยู่ในพื้นที่รอบนอกมากขึ้น"

นายสุเทพ กล่าวและว่าที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดให้กลุ่มลูกค้าเข้าชมบ้านตัวอย่างแล้ว โดยได้การตอบรับค่อนข้างดี แต่พฤติกรรมของผู้ซื้อบ้านระดับราคานี้ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาเข้ามาดูโครงการไม่น้อยกว่า 3-4 ครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ดีบริษัทคาดว่าภายในปีนี้จะสามารถปิดการขายได้ประมาณ 40% ซึ่งถือเป็นระดับที่สอดคล้องกับภาวะตลาดปัจจุบัน

“ล่าสุด โครงการยังได้รับรางวัลด้าน ESG จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ซึ่งประเมินว่าโครงการมีการพัฒนาโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลครบทั้ง 6 ด้าน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการแรกที่ได้รับการรับรองในลักษณะนี้”

นายสุเทพ กล่าวและว่าในปลายปีนี้บริษัทยังเตรียมเปิดตัวโครงการดีพาร์ค คอนโดมิเนียมอาคารที่ 3 ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นคอนโดโลว์ไรส์ 8 ชั้น มีจำนวนห้องชุดประมาณ 200 ยูนิต มูลค่าโครงการ 300 ล้านบาท

สำหรับในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมประมาณ 800 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการภายใต้ แบรนด์บ้านเดี เดอะแฮมิลตัน กาญจนาภิเษก-บางใหญ่,ชัยพฤกษ์-วงแหวน,บ้านดี เดอะวัลเลย์ ปลวกแดง จ.ระยอง,เดอะ พราว เพรสทีจ บายพาส-ราชบุรี วิลลาเลส พระราม 2 และ ดีพาร์ค คอนโด ศรีราชา เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดี-แลนด์ ชี้สินเชื่อ-เศรษฐกิจ ยังกดดันตลาดอสังหาฯ เปิด "เอสเซนเทีย พระราม 2" บ้านหรูเจาะกลุ่มบน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...