โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

คุมประพฤติประจวบฯ ระดมทุกหน่วยตั้งทีมเฝ้าระวัง “ผู้พ้นโทษคดีเพศ-คดีรุนแรง” ป้องกันก่อเหตุซ้ำ

สยามรัฐ

อัพเดต 59 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางพรโพยม นาคน้อย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกการเฝ้าระวังเชิงบูรณาการในระดับพื้นที่ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง ประจำปี 2569 ผ่านระบบออนไลน์โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานการประชุมโดยเชื่อมต่อไปยังสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ

สำหรับพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการบูรณาการทำงาน อาทิ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข แรงงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรือนจำ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการเฝ้าระวังและติดตามผู้กระทำผิดภายหลังพ้นโทษ
ภายในงาน นางนุสรา วงษ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ หลักกฎหมายตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลผู้พ้นโทษ และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการกองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม กรมคุมประพฤติ ได้บรรยายแนวทางปฏิบัติในการคุมขังฉุกเฉินของฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนแนวทางการติดตามและเฝ้าระวังผู้พ้นโทษในพื้นที่ รวมถึงการนำเสนอกรณีศึกษา และวิธีรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับ พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำฯ พ.ศ.2565 กำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำในคดีสำคัญ 4 กลุ่ม ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับเพศ เช่น ข่มขืน กระทำอนาจาร ความผิดต่อชีวิต เช่น ฆ่าผู้อื่น ความผิดต่อร่างกาย เช่น ทำร้ายร่างกายจนได้รับอันตรายสาหัส ความผิดต่อเสรีภาพ เช่น การเรียกค่าไถ่

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดยังได้ร่วมกันกำหนดแนวทางสำคัญในการเฝ้าระวังผู้ต้องขังเด็ดขาดหลังพ้นโทษ อาทิ การประสานความร่วมมือกับชุมชน การแจ้งเตือนและคุมขังฉุกเฉินเมื่อพบความเสี่ยง การดูแลผู้พ้นโทษที่มีอาการทางจิต รวมถึงการทำงานร่วมกันของชุดปฏิบัติการสำนักงานคุมประพฤติในพื้นที่
ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติคาดหวังว่า กลไกดังกล่าวจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายหน่วยงานในพื้นที่ สามารถติดตาม เฝ้าระวัง และป้องกันการกระทำผิดซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การยกระดับความปลอดภัยของสังคมในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...