ป้ายทะเบียนประมูลชื่อตัวเอง อยากมีต้องทํายังไง !
หลายคนคงเคยเห็นรถยนต์ที่ติดป้ายทะเบียนไม่ใช่แค่ตัวเลข และอักษรย่อทั่วไป แต่เป็นชื่อคน ชื่อเล่น หรือคำมงคล เช่น "มั่งมี 999", "รวย 1" หรือแม้แต่ชื่อภาษาอังกฤษ ซึ่งทางกรมการขนส่งทางบก เรียกว่า "ทะเบียนรถที่มีลักษณะพิเศษ" หากคุณอยากมีชื่อตัวเองไปอยู่บนแผ่นป้ายจะต้องยังไงบ้าง เรามีคำแนะนำให้
ข้อดีของป้ายทะเบียนพิเศษ
เป็นกรรมสิทธิ์ตลอดชีวิต : สามารถโอนกรรมสิทธิ์ ขายต่อ หรือมอบเป็นมรดกได้
ใส่ได้กับรถทุกคัน : ไม่จำเป็นต้องซื้อรถใหม่เพื่อใช้ป้ายนี้ สามารถสลับจากป้ายเดิมมาใส่ได้เลย
แผ่นป้ายสวยงาม : มักเป็นป้ายกราฟิคที่มีลวดลายพิเศษแตกต่างจากทะเบียนทั่วไป
คำแนะนำเพิ่มเติม : หากคุณไม่อยากรอรอบประมูลที่ต้องเสนอชื่อเอง ปัจจุบันมี "ดีเลอร์" หรือเวบไซท์ขายทะเบียนรถนำเอาป้ายชื่อที่ประมูลมาแล้วมาขายต่อ ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อชื่อที่มีอยู่แล้วได้ทันที (แต่อาจจะไม่ได้เป็นชื่อ-นามสกุลเราเป๊ะๆ)
ชื่อแบบไหนที่ใช้ได้ ?
ในหมวดป้ายชื่อนั้น ทางกรมการขนส่งฯ ไม่ใช่ทุกคำจะได้รับอนุญาต ดังนั้นจะมีเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้ :
การประสมคำ : ต้องประกอบด้วยตัวอักษร (ผสมสระ/วรรณยุกต์ได้) รวมกับหมายเลข ไม่เกิน 7 หลัก
การอ่านออกเสียง : ต้องเป็นคำที่อ่านออกเสียงได้ชัดเจน จะเป็นชื่อบุคคล ชื่อบริษัท หรือคำที่มีความหมายมงคลก็ได้
ความเหมาะสม : ห้ามเป็นคำหยาบคาย ขัดต่อความมั่นคง หรือขัดต่อศีลธรรมอันดี
ภาษา : ใช้ได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ (ที่เขียนด้วยตัวอักษรไทย)
ขั้นตอนการคว้าทะเบียนชื่อตัวเอง
ขั้นตอนที่ 1 : ติดตามการเปิดเสนอคำ
ปกติกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จะประกาศเปิดรับคำที่ต้องการเป็นรอบๆ คุณต้องนำชื่อที่อยากได้ไปเสนอผ่านทางเวบไซท์ www.tabienrod.com เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง และความเหมาะสม
ขั้นตอนที่ 2 : การพิจารณา และจอง
เมื่อชื่อของคุณผ่านการอนุมัติ ชื่อนั้นจะถูกบรรจุเข้าสู่ระบบการประมูล ซึ่งจะมีการจัดกลุ่มหมายเลข (เช่น เลขตัวเดียว เลขคู่ หรือเลขตอง) ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีราคาเริ่มต้น และเงินประกันที่แตกต่างกัน
ขั้นตอนที่ 3 : วันประมูลจริง
การประมูลส่วนใหญ่จะทำผ่านระบบออนไลน์ (Internet Auction) คุณต้องสู้ราคาแบบ Real-time กับผู้ที่สนใจชื่อเดียวกัน (ถ้ามี) ใครที่ให้ราคาสูงสุด ณ เวลาที่ปิดประมูล ก็จะได้ครอบครองป้ายนั้นไป
ทำไมต้องมีป้ายทะเบียนประมูล ?
เอกสิทธิ์เฉพาะตัว : เป็นป้ายใบเดียวในโลกที่ระบุตัวตนของคุณอย่างชัดเจน และสำคัญมากกว่าแค่ความสวยงาม
ทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่า : ทะเบียนประมูลถือเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล สามารถซื้อ-ขาย โอนสิทธิ์ หรือมอบเป็นมรดกได้ และชื่อสวยๆ มักมีราคาสูงขึ้นตามกาลเวลา
ใช้ได้กับรถทุกคัน : คุณสามารถนำป้ายนี้ไปจดทะเบียนกับรถคันเดิมที่มีอยู่ หรือรถใหม่ป้ายแดงก็ได้
งบประมาณที่ต้องเตรียม
ราคาเริ่มต้นสำหรับการประมูลป้ายลักษณะพิเศษมักเริ่มต้นที่ 50,000-100,000 บาท ขึ้นอยู่กับชุดตัวเลขที่พ่วงท้ายชื่อนั้นๆ หากเป็นชื่อยอดนิยม หรือเลขสวยระดับพรีเมียม (เช่น เลขตัวเดียว) ราคาอาจจบที่หลักล้านได้ถ้าใจพร้อม เงินพร้อม และชื่อที่อยากได้ไม่ผิดกฎระเบียบ การมีป้ายทะเบียนชื่อตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ เพียงแค่ต้องรอจังหวะที่กรมการขนส่งฯ เปิดรอบประมูลเท่านั้น
ขั้นตอนการครอบครองไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยจังหวะ และการเตรียมตัวซึ่งผู้ที่ต้องการครอบครองสามารถทำได้ดังนี้
1. ตรวจสอบรอบการเปิดประมูล
กรมการขนส่งทางบกไม่ได้เปิดให้ทำได้ตลอดเวลา โดยปกติจะจัดประมูลเป็นรอบๆ (ประมาณปีละไม่กี่ครั้ง)
ช่องทางติดตาม: เวบไซท์ www.tabienrod.com ของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.)
2. เสนอ "คำ หรือชื่อ" ที่ต้องการ
หากรอบนั้นเปิดให้เสนอชื่อ คุณสามารถยื่นคำที่ต้องการได้ โดยมีหลักเกณฑ์ คือ :
ต้องมีตัวอักษรผสมสระ/วรรณยุกต์ แล้วอ่านออกเสียงได้ (เช่น "สมชาย 1", "รวย 999", "LUCKY 8")
ต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี หรือไม่มีความหมายหยาบคาย
หมายเหตุ : ชื่อที่เสนอไปจะต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการก่อนครับ
3. การลงทะเบียนเข้าร่วมประมูล
เมื่อชื่อได้รับการอนุมัติ และเข้าสู่ระบบการประมูล
ลงทะเบียนผ่านเวบไซท์ข้างต้น
วางเงินประกันตามที่กำหนด (ขึ้นอยู่กับกลุ่มหมายเลขที่คุณเลือก)
4. การสู้ราคา (Bidding)
การประมูลมักทำผ่านระบบออนไลน์ สามารถใส่ราคาแข่งกับผู้ประมูลคนอื่นได้เลย
ราคาเริ่มต้น : มักเริ่มที่ประมาณ 50,000-100,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเลขที่พ่วงท้ายชื่อ)
ถ้าไม่มีคนแข่ง คุณจะได้ในราคาเริ่มต้น แต่ถ้าเป็นชื่อยอดฮิท ราคาอาจพุ่งไปถึงหลักล้าน
ป้ายทะเบียนรถ ! แต่ละสีมีความหมาย