Strategy ทุ่ม 1.3 พันล้านดอลลาร์! ซื้อ Bitcoin ชุดใหญ่ดันยอดถือครองทะลุ 738,731 BTC
Strategy ทุ่ม 1.3 พันล้านดอลลาร์! ซื้อ Bitcoin ชุดใหญ่ดันยอดถือครองทะลุ 738,731 BTC
Strategy (บริษัทมหาชนของ Michael Saylor ที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก) เปิดเผยผ่านเอกสาร SEC ว่าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 17,994 BTC มูลค่าราว 1.28 พันล้านดอลลาร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดันยอดถือครองรวมพุ่งแตะ 738,731 BTC ท่ามกลางราคา BTC ที่ยังต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัท
Strategy ซื้อ BTC ที่ราคาต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย — แต่ไม่สะทกสะเทือน
การซื้อครั้งล่าสุดนี้ถือว่าน่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะ Strategy เข้าซื้อในราคาเฉลี่ยที่ 70,946 ดอลลาร์ต่อ BTC ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยรวมของบริษัทที่อยู่ที่ 75,862 ดอลลาร์ต่อ BTC สะท้อนว่า Saylor เลือกเดินหน้ากว้านซื้อแม้ยังขาดทุนอยู่บนกระดาษ
ที่มา : SEC
ยิ่งไปกว่านั้น การซื้อครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ BTC เทรดแถว 67,000 ดอลลาร์ ตลอดสัปดาห์ ซึ่งต่ำกว่าราคาที่บริษัทจ่ายจริงอีกด้วย บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นระยะยาวที่ไม่ขึ้นกับความผันผวนระยะสั้น
ซื้อใหญ่สุดในรอบเดียวกันนับตั้งแต่มกราคม
การซื้อ 17,994 BTC ครั้งนี้ถือเป็นการซื้อครั้งใหญ่ที่สุดของ Strategy นับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นบริษัทกว้านซื้อ 22,305 BTC มูลค่ากว่า 2.13 พันล้านดอลลาร์ที่ราคาเฉลี่ย 95,284 ดอลลาร์
ในช่วงก่อนหน้า (ปี 2022–2023) เมื่อ BTC ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย Strategy มักเลือก “เหยียบเบรก” โดยซื้อรวมกันเพียง 28,560 BTC กระจายใน 7 ครั้ง แต่รอบนี้ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา บริษัทซื้อไปแล้วรวม 25,229 BTC ใน 5 ครั้ง ซึ่งแสดงท่าทีเชิงรุกที่แตกต่างออกไปจากอดีต
ซื้อเท่ากับ Bitcoin ที่ขุดได้ใน 5 สัปดาห์
หนึ่งในข้อมูลที่โดดเด่นที่สุดจากการซื้อครั้งนี้ คือสเกล ข้อมูลจาก BitBo (แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล Bitcoin) ระบุว่า ปัจจุบัน Bitcoin ถูกขุดได้ราว 450 BTC ต่อวัน หรือประมาณ 3,150 BTC ต่อสัปดาห์ เท่ากับว่าการซื้อ 17,994 BTC ครั้งเดียวของ Strategy นั้น เทียบเท่ากับ Bitcoin ที่ผลิตใหม่ได้ทั้งหมดในช่วง 5 สัปดาห์ เลยทีเดียว
ปัจจุบัน Strategy ถือครอง 738,731 BTC คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3.7% ของ Bitcoin ที่หมุนเวียนในตลาดทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะแตะ 20 ล้าน BTC ในวันจันทร์นี้ มูลค่ารวมของการลงทุนอยู่ที่ราว 56,000 ล้านดอลลาร์
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/strategy-buys-1-3b-bitcoin-holdings-top-738000-btc
นาทีประวัติศาสตร์! Bitcoin ขุดครบ 20 ล้านเหรียญ เหลือให้ขุดอีกเพียงล้านเดียวในรอบ 100 ปี
เครือข่าย Bitcoin เพิ่งบรรลุเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อจำนวน BTC ที่ถูกขุดสะสมแตะระดับ 20 ล้านเหรียญ หมายความว่าเหลือ Bitcoin อีกเพียง 1 ล้านเหรียญเท่านั้นที่ยังไม่ถูกขุด โดยคาดการณ์ว่าเหรียญสุดท้ายจะออกมาราวปี ค.ศ. 2140 แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเหตุการณ์นี้ไม่กระทบราคาในระยะสั้น แต่กลับตอกย้ำจุดแข็งที่สุดของ Bitcoin ก็คือ “ความหายาก”
Bitcoin ทำประวัติศาสตร์: ขุดไปแล้ว 20 ล้านเหรียญ เหลืออีก 1 ล้านเหรียญสุดท้าย
เครือข่าย Bitcoin ก้าวข้ามเส้นแบ่งสำคัญอีกครั้ง เมื่อจำนวน BTC ที่ถูกขุดสะสมทั้งหมดแตะหลัก 20 ล้านเหรียญ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหมายความว่าจากซัพพลายสูงสุดที่กำหนดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ นั้น เหลือ Bitcoin ที่ยังไม่ถูกขุดอีกเพียง 1 ล้านเหรียญเท่านั้น
ที่มา : Joe Consorti
David Eng กรรมการผู้จัดการบริษัท Energy Co ให้ความเห็นผ่าน X ว่า “ตลาดกำลังจะเผชิญกับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือสินทรัพย์ระดับโลกที่แทบไม่มีอุปทานใหม่เหลืออยู่เลย”
ปัจจุบันมีการขุด Bitcoin ใหม่เฉลี่ยวันละประมาณ 450 เหรียญ และอัตรานี้จะลดลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 4 ปีโดยประมาณ ผ่านกลไกที่เรียกว่า Bitcoin Halving (การลดรางวัลนักขุดลงครึ่งหนึ่ง) โดยคาดว่า Bitcoin เหรียญสุดท้ายจะถูกขุดออกมาราวปี 2140
“กฎที่คาดเดาได้” — จุดขายที่ทำให้ Bitcoin แตกต่างจากเงิน Fiat
Raphael Zagury ซีอีโอของบริษัท Elektron Energy ซึ่งทำธุรกิจขุด Bitcoin บอกกับ Cointelegraph ว่าความชัดเจนด้านซัพพลายของ Bitcoin ถือว่า “ไม่มีใครเทียบได้” เพราะตารางการออก Bitcoin ถูกเปิดเผยล่วงหน้าไปหลายสิบปี ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ที่ต้องการกฎเกณฑ์ที่ไว้ใจได้ โดยเฉพาะในเรื่องเงิน
Tommy Rogulj ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Swyftx (แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ชั้นนำของออสเตรเลีย) เสริมว่า “Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่กำหนดซัพพลายสูงสุดไว้แน่นอน ใช้งานได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร และดำเนินงานบนเส้นโค้งซัพพลายที่โปร่งใส ต่างจากสกุลเงิน Fiat (สกุลเงินที่ออกและค้ำประกันโดยรัฐบาล เช่น ดอลลาร์สหรัฐหรือบาทไทย) ที่พิมพ์เพิ่มได้ตามต้องการ”
ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Grayscale Investments (บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ในสหรัฐฯ) ยังระบุว่าระบบเงินดิจิทัลที่มีซัพพลายโปร่งใส คาดการณ์ได้ และหายากในที่สุด เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเสี่ยงของเงิน Fiat ในยุคปัจจุบัน
นักวิเคราะห์: “ราคาได้รับรู้ข้อมูลนี้ไปหมดแล้ว”
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คริปโตส่วนใหญ่มองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อราคาในระยะสั้น
Charles Edwards ผู้ก่อตั้ง Capriole Investments (กองทุนคริปโตเชิงปริมาณ) บอกกับ Cointelegraph ว่า “ตลาดรับรู้อัตราการเพิ่มของซัพพลาย BTC ไปหมดแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ต่ำกว่าทองคำด้วยซ้ำ มองว่าเป็น Non-event ไม่มีผลต่อราคา”
Zagury เห็นด้วยกับมุมมองนี้ โดยบอกว่าระยะสั้นไม่น่าจะเห็นราคาขยับจากตัวเลขนี้ เพราะ “สภาพคล่องและปัจจัยมหภาคยังคงเป็นตัวกำหนดราคาหลัก” อย่างไรก็ตามในระยะยาว เขามองว่า “ความขาดแคลนบวกกับนโยบายที่คาดเดาได้ คือคู่หูที่ทรงพลังมาก ตลาดมักจะตอบแทนระบบที่ไว้วางใจได้เสมอ”
ณ เวลาที่รายงาน Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราคา 68,670 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงประมาณ 19% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap
เกิดอะไรขึ้นเมื่อขุด Bitcoin หมดทุกเหรียญในปี 2140?
หนึ่งในคำถามที่ถกเถียงกันมากในหมู่นักลงทุน Bitcoin คือ เมื่อขุด Bitcoin เหรียญสุดท้ายออกมาแล้วในปี 2140 นักขุดจะได้แรงจูงใจอะไรในการรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่าย?
คำตอบที่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องกันคือ โมเดลของ Bitcoin จะเปลี่ยนมาใช้ Transaction Fee (ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม) เป็นรางวัลหลักสำหรับนักขุดแทน แม้จะมีความกังวลอยู่บ้างว่าสิ่งนี้อาจนำไปสู่ค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นในอนาคต
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ binance.com
Bithumb ระส่ำ! เสี่ยงโดนสั่งระงับกิจการบางส่วน 6 เดือน เซ่นปมบกพร่องกฎหมายฟอกเงิน
FIU (Financial Intelligence Unit หน่วยข่าวกรองทางการเงินของเกาหลีใต้) ส่งหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าไปยัง Bithumb (กระดานเทรดคริปโตอันดับ 2 ของเกาหลีใต้) เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุถึงความบกพร่องด้าน AML (Anti-Money Laundering — กฎป้องกันฟอกเงิน) และ KYC (Know Your Customer — การตรวจสอบยืนยันตัวตนลูกค้า) พร้อมออกหนังสือตำหนิต่อ CEO ของบริษัทอีกด้วย หากมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้จริง จะส่งผลกระทบต่อการโอน/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลของสมาชิกใหม่โดยตรง
FIU เกาหลีใต้ยิงหมัดหนักใส่ Bithumb
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นเกาหลีในวันจันทร์ที่ผ่านมา หน่วยงาน FIU ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าถึง Bithumb ว่าอาจต้องเผชิญกับโทษ ระงับธุรกิจบางส่วนสูงสุด 6 เดือน ภายใต้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการรายงานและการใช้ธุรกรรมทางการเงินที่เฉพาะเจาะจง โดยมีข้อกล่าวหาหลักสองประการ ได้แก่ การทำธุรกรรมกับ VASP (Virtual Asset Service Provider — ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียน) และความบกพร่องในกระบวนการตรวจสอบลูกค้า
นอกจากโทษระงับธุรกิจแล้ว FIU ยังออก หนังสือตำหนิอย่างเป็นทางการต่อ CEO ของ Bithumb ซึ่งถือเป็นบทลงโทษที่หนักมาก และอาจส่งผลต่อสิทธิ์การต่ออายุสัญญาหรือการดำรงตำแหน่งในอนาคต ทางการคาดว่าจะมีการพิจารณาโทษรอบสุดท้ายในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้
ด้านโฆษกของ Bithumb ยืนยันกับสื่อ News1 ว่า “มาตรการนี้ยังไม่ใช่บทลงโทษที่แน่นอน แต่อยู่ในขั้นตอนการแจ้งล่วงหน้า และขอบเขตของการลงโทษอาจมีการปรับเปลี่ยนได้” พร้อมชี้แจงว่า “ข้อจำกัดจะใช้กับการโอน (ถอน) สินทรัพย์เสมือนของสมาชิกใหม่เท่านั้น”
เหตุการณ์ BTC โอนผิดมูลค่า 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ทำให้กระแสเพ่งเล็งหนักขึ้น
หนังสือเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ FSC (Financial Services Commission — คณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้มเหลวในการตรวจจับข้อบกพร่องร้ายแรงในระบบของ Bithumb กรณีที่กลายเป็นข่าวใหญ่คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เมื่อ Bithumb เกิดข้อผิดพลาดในแคมเปญโปรโมชั่น โดยโอน Bitcoin 2,000 BTC ต่อผู้ใช้ แทนที่จะโอนเงินสด 2,000 วอน (ราว 1.40 ดอลลาร์) ส่งผลให้มีการกระจาย BTC รวมกว่า 620,000 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ ขณะนั้น
เกาหลีใต้เดินหน้าคุมเข้มตลาดคริปโตอย่างต่อเนื่อง
กรณี Bithumb ไม่ใช่รายแรกที่ถูกทางการเกาหลีใต้เล่นงาน โดยในเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา FIU ได้สั่ง ระงับธุรกิจบางส่วน 3 เดือน และปรับ 35,200 ล้านวอน (ราว 25 ล้านดอลลาร์) กับ Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit (กระดานเทรดคริปโตอันดับ 1 ของเกาหลีใต้) ในข้อหาเดียวกัน ขณะที่ Korbit (กระดานเทรดคริปโตรายอื่นในเกาหลีใต้) ก็ถูกตักเตือนและปรับ 2,730 ล้านวอน (ราว 1.9 ล้านดอลลาร์) ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน
ทั้งสองกรณีมีจุดร่วมคือการทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการคริปโตต่างชาติและการละเลยกระบวนการตรวจสอบตัวตนลูกค้า สะท้อนให้เห็นชัดว่าเกาหลีใต้กำลังเร่งยกระดับมาตรฐาน AML ในอุตสาหกรรมคริปโตอย่างจริงจัง
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/bithumb-south-korea-potential-six-month-suspension