โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ใช่แค่ความเก่ง! แต่เด็กสอบติดมักทำ 3 อย่างนี้เหมือนกัน!

Dek-D.com

เผยแพร่ 03 มี.ค. เวลา 10.15 น. • DEK-D.com
แชร์ 3 เทคนิคการเตรียมตัวสอบ ที่เด็กสอบติดทำแล้วเห็นผล ที่มากกว่าความเก่ง และอ่านหนักสือหนัก

สวัสดีครับน้องๆ ทุกปีในระบบ TCAS จะมีคำถามเดิมๆ เกิดขึ้นเสมอประมาณว่า คนนั้นเก่งจังเราสู้ไม่ได้แน่ หรือบางคนก็ดูไม่ได้เก่งที่สุด ดูไม่ได้อ่านหนังสือหนัก แต่กลับสอบติด ขณะที่มีอีกหลายคนทุ่มสุดเกินเหตุจนไม่ได้นอน แต่ก็ยังคงไม่มั่นใจว่าจะติดแน่นอนไหมอยู่ดี ความจริงแล้วความต่างไม่ได้อยู่ที่ความเก่งหรือดวง แต่อยู่ที่วิธีคิดและวิธีเตรียมตัวก่อนเข้าสู่สนามจริงมากกว่า

จากการสังเกตแนวทางของเด็กที่สอบติดในหลายคณะในแต่ละรอบ จะเห็นได้ว่าเขามักทำ 3 อย่างนี้เหมือนกัน ซึ่งจริงๆ เป็นเรื่องพื้นฐานมาก แต่กลับเป็นเรื่องที่ถูกปล่อยให้ตกหล่นบ่อยครั้งเช่นเดียวกัน หรือพอนึกถึงก็เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้เข้าใจรายละเอียดอย่างชัดเจนครับ

ไม่ใช่แค่ความเก่ง! แต่เด็กสอบติดมักทำ 3 อย่างนี้เหมือนกัน!

1. อ่านระเบียบการด้วยตัวเอง ไม่เดาจากความรู้สึก

สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดของเด็กที่สอบติดคือจะไม่ใช้คำว่า “น่าจะได้” ตอนสมัคร ทั้งรอบที่ใช้คะแนนสอบและรอบที่ยื่นตามเงื่อนไขโครงการ เพราะการอ่านระเบียบการที่ดีคือการอ่านระเบียบการทุกบรรทัดด้วยตัวเองโดยไม่เดาจากความรู้สึก หรือฝืนยื่นแค่เพราะเป็นคณะที่ชอบ หรือปีก่อนๆเห็นคนที่คะแนนใกล้ๆ กับเราติดแล้วจะชะล่าใจ เพราะต้องอย่าลืมว่าเกณฑ์แต่ละปีอาจไมีการเปลี่ยนแปลง

ยังมีน้องๆหลายคนที่ให้ผู้ปกครองช่วยเหลือในการสมัครเข้าเรียน ซึ่งสามารถทำได้ แต่ให้ช่วยตลอดทุกขั้นตอนไม่ได้จริงๆ เพราะตัวของน้องๆ เองก็ต้องรู้รายละเอียดทั้งหมดของรอบที่จะยื่นด้วยว่ามีความตรงกับคุณสมบัติของตัวเองหรือไม่ เช่น

  • ต้องใช้คะแนนสอบวิชาอะไรในการยื่นสมัคร
  • การกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ GPAX หน่วยกิต คะแนนสอบ
  • มีเงื่อนไขพิเศษ เช่น กำหนดเขตพื้นที่ ความสามารถพิเศษ
  • การกำหนดให้ส่งรายละเอียดผลงานเพิ่มเติม
  • เอกสารที่ใช้ในการสมัครแต่ละรอบ
  • เช็กสนามสอบ A-Level ให้ดี

2. โฟกัสถูกจุด ไม่อ่านทุกอย่างจนล้นมือ

เด็กที่สอบติดไม่ได้แปลว่าต้องเป็นคนที่เก่งมากเสมอไป ไม่ได้เป็นคนที่อ่านหนังสือมากที่สุด ซึ่งก็จะต่อจากข้อที่ 1 คือรู้ว่ารอบที่ตัวเองจะยื่นต้องใช้วิชาไหนเป็นหลัก คะแนนวิชาไหนมีน้ำหนักสูง และเก็บไฟจากวิชาที่ไม่จำเป็นมาโฟกัสกับเนื้อหาส่วนที่ควรจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษดีกว่า ทั้งที่เก็งว่าจะออกข้อสอบเยอะ หรือเนื้อหาส่วนที่ยังไม่แม่นยำมากพอ และดู 4 Steps วางแผนเตรียมสอบ นี้

  • Step 1 เช็กสถานะตัวเองก่อนอ่านหนังสือ ว่าแต่ละวิชาเราพร้อมแค่ไหน
  • Step 2 แยกวิชาเป็น 3 กลุ่ม คือ วิชาหลัก วิชารอง วิชาตัดทิ้ง
  • Step 3 วางแผนการอ่าน เก็บเนื้อหาที่ออกสอบ ฝึกทำข้อสอบจริง
  • Step 4 ทบทวนตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมความพร้อมเรื่องเข้าห้องสอบ

น้องๆ หลายคนรู้สึกเหนื่อยและหมดไฟกับการอ่านหนังสือจากที่ไม่ใช่เพราะอ่านน้อย แต่เพราะอ่านเยอะเกินไปจนไม่รู้ต้องโฟกัสตรงไหน และนอกจากการวางแผนอ่านหนังสือที่ดีแล้วก็ยังต้องมีการจัดระเบียบการ “พัก” ที่เหมาะสม ไม่ทำให้หลุดโฟกัสและไม่ให้รู้สึกผิด

  • พักอย่างมีขอบเขต
  • พักหลังจากทำสิ่งที่ตั้งเป้าหมายสำเร็จ
  • พักที่ช่วยสมอง ไม่ใช่ดูดพลัง
  • พักที่เป็นส่วนหนึ่งของการอ่านหนังสือ

3. วางแผนดี มีแผนสำรอง ไม่ฝากความหวังไว้กับทางเลือกเดียว

ระบบ TCAS มีการแข่งขันที่สูง ถ้าอยากสอบติดน้องๆ จะต้องวางแผนให้มากกว่าแค่ “อยากเรียนคณะอะไร” แต่จะต้องเริ่มจากคำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ “คะแนนของเราพาไปคณะไหนได้บ้าง” และควรเลือกยังไงให้มีโอกาสติดจริง ทำให้การวางแผนแรกจำเป็นต้องเลือกสมัครอย่างมีข้อมูล ไม่ใช้แค่เลือกเพราะใจอย่างเดียว โดยเลือกจากคณะหรือสาขาที่อยากเรียนอันดับแรกเป็นหลักเป็นหลักและวางแผนประกอบ ทั้งจาก 2 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น และอื่นๆ เช่น

  • เรียงลำดับ Admission ให้ดีตามโอกาสจริง
  • คำนวณคะแนน TGAT/TPAT ที่อยู่ในมือกับคณะที่อยากเข้า
  • วางแผนคำนวณคะแนน A-Level ว่าอีกกี่คะแนนถึงจะติดรอบ Admission
  • ดูจำนวนรับในรอบนั้น ประเมินโอกาสตัวเองโดยไม่เข้าข้างตัวเองเกินไป

สิ่งที่ตามมาคือน้องๆ ต้องเผื่อใจเอาไว้ถ้าหากผลออกมาไม่เป็นตามที่คาดหวัง ทำให้ต้องมีการเตรียมแผนสำรองเอาไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอตอนที่พลาดไปแล้ว ถึงแผนสำรองอาจไม่ใช่คณะที่ฝันที่สุด แต่จะเป็นคณะที่ยังอยู่ในสายที่เราสนใจที่คะแนนของน้องๆ ไปถึงมากกว่า เพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น

  • ถ้า Quota ไม่ติดยังมีหวังต่อที่ Admission
  • มองหาคณะที่ชอบในมหาวิทยาลัยอื่นที่คะแนนถึง
  • เลือกสาขาที่เนื้อหาใกล้เคียงกับแผนหลัก
  • เตรียมตัวให้ดีกับรอบต่อไป หรือเลือกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน

น้องๆ ต้องเข้าใจด้วยว่าแผนสำรองไม่ใช่แผนที่คิดขึ้นมาแบบปล่อยใจ แต่เป็นแผนที่คิดมาแล้วว่าถ้าต้องเลือกจริงก็ต้องยอมรับให้ได้ ไม่ใช่แค่ถ้าไม่ติดคณะหรือมหาวิทยาลัยแรกที่อยากติดแล้วจะมองแค่ว่า “งั้นติดอะไรก็ได้เรียนๆ ไปก่อน” แต่ต้องสามารถต่อยอดอนาคตได้จริง

สรุปแล้วการสอบติดไม่ได้มาจากความเก่งอย่างเดียว แต่มาจากการวางแผนให้เป็นแบบคิดมาดีแล้ว รู้ตัวเอง รู้ระบบ และเผื่อทางเลือกเอาไว้เสมอ ถ้ายังไม่มั่นใจกับตัวเองสำหรับตอนนี้ยังทันอยู่ ลองวางแผนทีละขั้น และทำความเข้าใจกับรายละเอียดของ TCAS เพื่อโอกาสที่ดีของตัวน้องๆ เองครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...