โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สว. ผ่าวิกฤตส่งออกทุเรียน ปูด ทุนนอกฮุบเบ็ดเสร็จ 90% ดัน 3 มาตรการดัดหลัง "นอมินี-ล้งต่างชาติ"

The Better

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 10.00 น. • THE BETTER
กมธ.พาณิชย์ฯ วุฒิสภา เปิดตัวเลข รายได้ส่งออกทุเรียนแสนล้านตกถึงมือคนไทยแค่ 10% หลังทุนข้ามชาติรุกคืบกินรวบห่วงโซ่อุปทานดัน 3 มาตรการดัดหลัง “นอมินี-ล้งต่างชาติ“ 

คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา นำโดยนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุมโดยมีการพิจารณาในประเด็นสำคัญคือสถานการณ์ปัญหาการปลูก การจำหน่าย และการส่งออกทุเรียนไทย โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้รับการเปิดเผยว่าสถามการณ์ ปัญหาห่วงโซ่อุปทานทุเรียนไทยในปัจจุบันนั้น กำลังเผชิญกับวิกฤตเชิงโครอสร้างจากการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่ครอบงำระบบการค้ากว่าร้อยละ 90 นั้นผ่านการทุมซื้อ ยึดครองกิจการล้งและระบบขนส่ง ส่งผลให้รายได้จากการส่งออก ซึ่งมีมูลค่ากว่าแสนล้านบาทกลับมาสู่ผู้ประกอบการไทยเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น อีกทั้งสภาวะอากาศที่ร้อนในปัจจุบันยังก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพผลผลิต โดยพบทุเรียนตกเกรดจากการระบาดของเพลี้ยไฟในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาจำหน่ายลดต่ำลง

ทางกรรมาธิการจึงมีข้อเสนอดังนี้

1.ควรให้มีการวางมาตรฐานกลางผ่านระบบ "โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเกษตร" (DIGITAL PLATFORM) เพื่อสร้างระบบตรวจสอบ ย้อนกลับที่แม่นยำถึงระดับต้นทุเรียนและรองรับการจองผลผลิต ล่วงหน้า

2.ให้ภาครัฐสนับสนุนมาตรการเชิงรุก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และการประชาสัมพันธ์การนำทุเรียนตกเกรดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑุมูลค่าสูงเพื่อพยุงราคา ให้แก่เกษตรกร

3.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการตรวจสอบกำกับดูแลปัญหา การใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพาะปลูกโดยนอมินีอย่างเข้มงวดกำหนดให้ผู้ประกอบการและโรงคัดบรรจุต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบภาษีและรายได้จากการส่งออกหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อป้องกันการยึดครองห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรและสร้างความเป็นธรรมในระบบการค้าทุเรียนไทยอย่างยั่งยืน

ทางคณะกรรมาธิการยังได้พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ รวมถึงการทำธุรกิจผูกขาดของทุนข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เข้าให้ข้อมูล

ทางกรรมาธิการได้พิจารณาแยกประเด็นปัญหาตามห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยได้เห็นพ้องว่าการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำนั้นไม่อาจจำกัดอยู่เพียงมาตรการเฉพาะหน้าระยะสั้นแต่จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดผลอย่างยั่งยืนในระยะกลางและระยะยาว

จากการพิจารณาทางกรรมาธิการ เห็นควรให้ตั้ง คณะทำงานพิจารณาแนวทางการแก้ไข ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำขึ้นโดยมีฃคณะทำงานครอบคลุมทุกมิติของการบูรณาการ เพื่อร่วมกันพิจารณาศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...