เปิดบัญชีทรัพย์สิน “ทรัมป์” ถือพันธบัตรบริษัทเอกชน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 51 ล้านดอลลาร์
เอกสารเปิดเผยทรัพย์สินทำเนียบขาวระบุ "ทรัมป์" ลงทุนในพันธบัตรบริษัทและเทศบาลหลายแห่ง รวมถึงบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาลของเขา มูลค่าไม่ต่ำกว่า 51 ล้านดอลลาร์
วันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 06.05 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผย การลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนและพันธบัตรท้องถิ่นผ่านการยื่นบัญชีทรัพย์สินล่าสุด ซึ่งรวมถึงตราสารของหลายบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายของรัฐบาลทรัมป์เอง โดยมูลค่าการลงทุนรวมอย่างน้อย 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เอกสารเปิดเผยข้อมูลของทำเนียบขาวที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า ทรัมป์ได้เข้าซื้อพันธบัตรของบริษัทต่าง ๆ อาทิ Netflix, CoreWeave, General Motors, Boeing, Occidental Petroleum และ United Rentals นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในพันธบัตรเทศบาลของเมืองต่าง ๆ โรงเรียน สาธารณูปโภค และโรงพยาบาลในสหรัฐ
รายงานดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ต้องยื่นตามกฎหมาย ไม่ได้ระบุมูลค่าและราคาที่แน่นอนของแต่ละรายการ โดยเปิดเผยเพียงช่วงมูลค่ากว้าง ๆ ของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหุ้น พันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ และหลักทรัพย์อื่น ๆ ทั้งนี้ทรัมป์รายงานว่ามีการซื้อรวม 189 รายการ และขาย 2 รายการ คิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 1.3 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน ถึง 29 ธันวาคมปีที่ผ่านมา
เอกสารดังกล่าวลงวันที่ 14 มกราคม และได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่จริยธรรมของทำเนียบขาวในวันถัดมา พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังได้แก้ไขรายงานก่อนหน้า โดยปรับมูลค่าธุรกรรม 4 รายการ
การลงทุนรอบล่าสุดตอกย้ำให้เห็นว่า ทรัมป์ยังคงสะสมความมั่งคั่งระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่เขาถูกตั้งคำถามอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความเสี่ยงของผลประโยชน์ทับซ้อน จากการที่ธุรกิจส่วนตัวยังคงเชื่อมโยงกับบทบาททางการเมือง
ก่อนหน้านี้ ในเดือนสิงหาคม ทรัมป์รายงานธุรกรรมรวม 690 รายการ นับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2568 คิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 104 ล้านดอลลาร์ และในรายงานเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ยังมีธุรกรรมเพิ่มเติมอีกราว 106 ล้านดอลลาร์ รวมถึงการขายสินทรัพย์อีก 3 รายการ มูลค่าราว 2 ล้านดอลลาร์
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ระบุว่า การตัดสินใจลงทุนไม่ได้มาจากทรัมป์หรือสมาชิกในครอบครัว แต่เป็นการดำเนินการโดยผู้จัดการการเงินอิสระ ซึ่งใช้กลยุทธ์ลงทุนตามดัชนีมาตรฐาน และได้รับการรับรองจากสำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐ โดยแนวทางดังกล่าวยังใช้กับรายงานฉบับหลัง ๆ ด้วย
อย่างไรก็ดีแตกต่างจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนในอดีต ทรัมป์ไม่ได้โอนทรัพย์สินเข้าสู่ blind trust หรือกองทรัสต์อิสระ โดยอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ของเขายังคงอยู่ภายใต้การบริหารของบุตรชายสองคน และดำเนินธุรกิจในหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ
ในช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ได้โปรโมตเครื่องบินของโบอิ้งระหว่างการเยือนต่างประเทศ และกล่าวถึงการขายเครื่องบินให้สายการบินในกาตาร์ ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ขณะเดียวกันระหว่างเยี่ยมชมโรงงานของฟอร์ดในเมืองดีทรอยต์เมื่อวันอังคาร เขายังยกตัวอย่างแผนของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ในการย้ายฐานการผลิตรถยนต์รุ่น Chevrolet Blazer และ Equinox จากเม็กซิโกกลับมายังสหรัฐ โดยชี้ว่าเป็นผลลัพธ์ของนโยบายภาษีนำเข้าที่ช่วยหนุนการผลิตภายในประเทศ
ด้าน Netflix ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ทรัมป์ถือพันธบัตร กำลังเผชิญศึกการควบรวมกิจการกับ Paramount Skydance เพื่อชิง Warner Bros. Discovery ซึ่งถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญด้านกฎหมายแข่งขันทางการค้าสำหรับรัฐบาลทรัมป์ โดยประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า เขาจะเข้ามามีบทบาทโดยตรงในการพิจารณาดีลควบรวมดังกล่าว ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดจากอุตสาหกรรมฮอลลีวูด
อ้างอิง : www.bloomberg.com