ดาวโจนส์ปิดบวก 292.81 จุด กลุ่มแบงก์บวกรับผลประกอบการ - หุ้นชิปพุ่งจากแรงหนุน TSMC
ดาวโจนส์ปิดบวก 292.81 จุด กลุ่มแบงก์บวกรับผลประกอบการ - หุ้นชิปพุ่งจากแรงหนุน TSMC
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 ม.ค. 69 7:30: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นในวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 292.81 จุด หลังร่วงลง 2 วันติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มธนาคาร ภายหลังหุ้น Morgan Stanley และ Goldman Sachs ที่พุ่งแรง จากการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน ผลประกอบการที่โดดเด่นของบริษัทผู้ผลิตชิปจากไต้หวันอย่าง TSMC ยังช่วยหนุนหุ้นผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 49,442.44 จุด เพิ่มขึ้น 292.81 จุด หรือ 0.60% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,944.47 จุด เพิ่มขึ้น 17.87 จุด หรือ 0.26% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 23,530.02 จุด เพิ่มขึ้น 58.27 จุด หรือ 0.25%
Goldman Sachsและ Morgan Stanley รายงานกำไรไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้น จากกิจกรรมการทำข้อตกลงควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ที่คึกคัก ส่งผลให้หุ้น Goldman Sachsปรับขึ้น 4.6% และเป็นแรงหนุนดัชนีดาวโจนส์มากที่สุด ขณะที่หุ้น Morgan Stanley เพิ่มขึ้น 5.8% โดยก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ธนาคารรายอื่น ๆ รายงานผลประกอบการออกมาผสมผสาน ซึ่งกดดันหุ้นกลุ่มการเงิน ประกอบกับความกังวลต่อข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ต้องการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% เป็นระยะเวลา 1 ปี
เจค ดอลลาร์ไฮด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Longbow Asset Management ระบุว่า นักลงทุนยังคงเข้าซื้อหุ้นที่มีมูลค่าต่ำ เมื่อเทียบกับหุ้นเทคโนโลยี โดยกล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดโฟกัสหุ้นเติบโตหรือเทคโนโลยี แต่ตอนนี้หุ้นธนาคารและหุ้นอุตสาหกรรมดั้งเดิมกลับมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ซึ่งทำให้ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมของ S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน นำโดยกลุ่มผู้ผลิตชิป หลัง TSMC ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดการณ์การเติบโตของรายได้ทั้งปีอย่างแข็งแกร่ง และส่งสัญญาณถึงการขยายกำลังการผลิตในสหรัฐฯเพิ่มเติม ส่งผลให้หุ้น TSMC ที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 4.4% ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ปรับขึ้น 1.8% โดยหุ้นของ Nvidia, Broadcom และบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์การผลิตชิปอย่าง Applied Materials ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
อลัน แลนซ์ ประธานบริษัท Alan B. Lancz & Associates กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับขึ้นไปไกลเกินพื้นฐาน แต่ความกังวลดังกล่าวคลี่คลายลงในช่วงเช้าจากข่าวของ TSMC โดยหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตที่มีมูลค่าสูง เริ่มสูญเสียโมเมนตัมในช่วงที่ผ่านมา หลังจากนักลงทุนเริ่มต้นปีด้วยการมองหาหุ้นราคายังไม่แพง
ในปีนี้ หุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็ก โดยเฉพาะดัชนี Russell 2000 ทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี S&P 500 และดัชนี Russell 2000 ยังปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนี S&P 500 แบบถ่วงน้ำหนักเท่ากัน(Equal-weighted Index) ปรับขึ้นราว 4% นับตั้งแต่สิ้นเดือนธ.ค. เทียบกับดัชนี S&P 500 แบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 1.4%
สำหรับบริษัทการเงินรายอื่น หุ้น BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก พุ่งขึ้น 5.9% หลังการปรับขึ้นของตลาดช่วยหนุนรายได้ค่าธรรมเนียม และดันมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14.04 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคาร ยังถือเป็นการเปิดฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยการรายงานจะคึกคักมากขึ้นในสัปดาห์หน้า ซึ่งบริษัทจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ เตรียมทยอยเปิดเผยผลประกอบการ
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ