OSP โชว์ผลงานปี 68 กำไรโต 123.8% เผยแผนปี 69 ลุยธุรกิจหลัก
OSP โชว์ผลงานปี 68 กำไรโต 123.8% เผยแผนปี 69 ลุยธุรกิจหลัก
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ก.พ. 69 9:31: น.
OSP เผยผลการดำเนินงานปี 68 โชว์กำไรสุทธิโตแกร่ง 3,667 ล้านบาท เดินหน้าปี 69 สานต่อกลยุทธ์ Operational Excellence หนุนการเติบโตธุรกิจหลัก พร้อมประกาศปันผล 0.40 บาทต่อหุ้น
นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ Chief Executive Office บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSPเปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 และกลยุทธ์ในปี 2569 ดังนี้
***กลยุทธ์ OSP ปี 2569
-ในปี 2569 OSP ยังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง
-ต่อยอดจุดแข็งขององค์กรสู่โอกาสใหม่ ทั้งในตลาดต่างประเทศและภูมิภาคที่มีศักยภาพ ผ่านการพัฒนาพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่
-ยกระดับความเป็นเลิศในการดำเนินงานและการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในทุกมิติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอนาคต
-พัฒนาประสบการณ์ผู้บริโภค และผลักดันการเติบโตควบคู่กับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น
***ผลการดำเนินงานปี 2568
-มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าระดับ 40% เป็นครั้งแรก
-มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 3,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
-รับรู้กำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในไตรมาส 1 ผ่านการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายขวดแก้วในประเทศเมียนมา (MGE Group) จำนวน 295 ล้านบาท
-มีการบันทึกค่าใช้จ่ายสุทธิจำนวน 130 ล้านบาท เพื่อดำเนินการรวมศูนย์การผลิตในไตรมาส 4 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
-กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ อยู่ที่ 3,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
-รายได้รวมในปี 2568 อยู่ที่ 26,101 ล้านบาท ลดลง 5.2%
-สาเหตุหลักจากการชะลอตัวของยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ จากการปรับโครงสร้างการขายและการจัดจำหน่ายในช่วงต้นปี เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่แม่นยำและเพิ่มเสถียรภาพในการวัดผลกิจกรรมทางการตลาดอย่างเป็นระบบ
-การปรับโครงสร้างดังกล่าวเริ่มส่งผลบวกอย่างชัดเจนในครึ่งปีหลัง โดยยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศกลับมาเติบโต 2.8% สะท้อนให้เห็นรากฐานที่แข็งแกร่งและพร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างมั่นคงในปีถัดไป
-ขณะที่รายได้เครื่องดื่มในตลาดต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 4.8% คิดเป็น 26.5% ของรายได้รวม โดยเฉพาะเมียนมาและลาวที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นในไตรมาสที่ 4 จากความแข็งแกร่งของแบรนด์และการใช้กลยุทธ์ที่สอดรับกับปัจจัยด้านฤดูกาล
-ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ยังครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังเฉลี่ยทั้งปีที่ 44.2%ใกล้เคียงกับปลายปีก่อน จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย แคมเปญการตลาดและสร้างแบรนด์ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ไทยชั้นนำอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ปรับกลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่าย (Route to Market) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยเฉพาะในช่องทางร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง
-กลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ โอสถสภาครองแบ่งการตลาดเฉลี่ยทั้งปีที่ 46.4%เพิ่มขึ้น 10.6% จากปลายปีก่อน นำโดยแบรนด์ ซี-วิท และ เปปทีน สะท้อนความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
-ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล แม้ภาพรวมตลาดจะยังคงเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และการแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค แต่บริษัทฯ ยังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งตลาดสบู่เหลวอาบน้ำเด็กและอันดับสองตลาดแป้งเด็ก และสามารถขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เมื่อเทียบกับปีก่อน
-ยังได้ต่อยอดจุดแข็งด้านความอ่อนโยนของแบรนด์ เบบี้มายด์ขยายสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่ (Adult segment) ภายใต้แบรนด์ อัลตร้ามายด์ บาย เบบี้มายด์อาทิ สเปรย์ระงับกลิ่นกาย และทิชชู่เปียกสำหรับทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น
-บอร์ดเสนอจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังอีก 0.4 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พ.ค.นี้
เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ